ไลฟ์สไตล์

'หัตถเวชรุ่นเยาว์'สืบทอดภูมิปัญญาไทยสร้างทักษะอาชีพ

'หัตถเวชรุ่นเยาว์'สืบทอดภูมิปัญญาไทยสร้างทักษะอาชีพ

24 ก.พ. 2558

'หัตถเวชรุ่นเยาว์'สืบทอดภูมิปัญญาไทย สร้างทักษะอาชีพ-เสริมทักษะชีวิต : ฉวีวรรณ มะโนปารายงาน

               “นวดเพื่อสุขภาพนั้น ไม่ใช่เพียงแต่เป็นการสอนอาชีพอย่างเดียว แต่ทำให้เรามีทักษะในการพบปะผู้อื่นนอกเหนือจากเพื่อนๆ ในโรงเรียน ได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์และสร้างรายได้เพื่อนำไปช่วยครอบครัวอีกด้วย” คำบอกเล่าจากน้องฟ้า สาวน้อยที่มีความฝันอยากจะเป็นเจ้าของธุรกิจนวดสปา

               ฟ้า “ทรรศิกา ฉิมพาลี” ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนเทศบาลบ้านเขานิเวศน์ สังกัดเทศบาลเมืองระนอง จ.ระนอง เข้าร่วมโครงการนวดเพื่อสุขภาพ ที่โรงเรียนจัดตั้งขึ้น เพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิต และสร้างโอกาสด้านการประกอบอาชีพให้แก่เยาวชน อีกทั้งสามารถใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ห่างไกลยาเสพติด โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) ซึ่งครูจะสอนจากทฤษีไปสู่การปฏิบัติจริง นอกจากนี้ยังได้เรียนรู้ถึงการทำลูกประคบสมุนไพรและนำไปขาย ซึ่งก่อนที่นักเรียนจะออกไปนวดจริงๆ จะมีการเก็บเคสการนวด โดยแบ่งออกเป็น นวดโค้งคอ บ่า ไหล่ ศีรษะ 50 เคส และนวดฝ่าเท้า 50 เคส กับผู้ปกครอง ครู หรือชุมชนแวดล้อมทั้งที่บ้านและขณะออกฝึกประสบการณ์จริงในงานต่างๆ

               “กชพร ขวัญทอง” ครูผู้รับผิดชอบโครงการ โรงเรียนเทศบาลบ้านเขานิเวศน์ กล่าวว่า นักเรียนร้อยละ 10 ที่จบการศึกษาภาคบังคับและมีฐานะยากจนจะออกไปสู่ภาคแรงงาน โดยขาดโอกาสและทักษะที่จะได้เรียนรู้ในสาขาอาชีพที่ตัวเองสนใจ กลายเป็นแรงงานราคาถูก โครงการนวดเพื่อสุขภาพ จึงเป็นโครงการหนึ่งที่เรานำมาสอนนักเรียนเพื่อเป็นการสร้างอาชีพในอนาคต แต่การนวดแผนไทยนั้น เป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก จึงหันมามองว่า เด็กๆ จะสามารถเรียนรู้และฝึกทักษะในเรื่องใดได้บ้าง จึงเลือกการสอนสมุนไพร วิธีการนวดแผนไทย ที่เรียกว่า การนวดโค้ง คอ บ่า ไหล่ ศีรษะ การนวดฝ่า และการใช้ลูกประคบ มาเป็นตัวช่วยในการนวดเพื่อผ่อนคลาย โดยมีศูนย์สุขภาพเจ้าเรือนสปา โรงพยาบาลระนองมาช่วยเปิดพื้นที่สำหรับฝึกทักษะอาชีพสร้างรายได้เสริมและใช้เวลาว่างจากวิชาชุมนุมมาฝึกฝนฝีมือ เมื่อเรียนครบทุกขั้นตอนแล้วเราจะเปิดโอกาสให้เด็กได้ออกทดลองนวด ณ สถานที่จัดงานของจังหวัดหรือกิจกรรมสำคัญต่างๆ

               นอกจากการนวดเพื่อสร้างเสริมอาชีพ เด็กจะได้รับทักษะการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าและทักษะการสื่อสาร เมื่อเขาได้ออกจะได้พูดคุยกับผู้รับบริการ โรงเรียนจึงเปิดหลักสูตรการนวดขึ้นเป็นอีกวิชาหนึ่งให้นักเรียนชั้น ม.1 ทุกคนต้องเรียน และหวังว่าเด็กจะสามารถนำความรู้และทักษะที่ได้รับไปเป็นตัวเลือกหนึ่งในการประกอบอาชีพ เป็นการเปิดโลกการเรียนรู้ให้แก่เขา เพราะอาชีพนี้เป็นอาชีพที่ไม่ต้องไปขึ้นตรงกับใคร ขอแค่อบรมผ่านได้รับใบรับรองจากศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานก็สามารถมาประกอบอาชีพส่วนตัวได้เลย ตรงส่วนนี้มากกว่าที่เราคาดหวังว่าเด็กสามารถนำความรู้ที่ได้รับจากโครงการไปต่อยอดการเรียนรู้ในอนาคตให้แก่ตัวเอง” คุณครูกชพร กล่าว

               “นราทิพย์ พุ่มทรัพย์” หัวหน้าทีมติดตาม โครงการส่งเสริมนวัตกรรมสร้างสรรค์การเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะชีวิตและทักษะอาชีพ อดีตผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม กล่าวว่า โครงการนี้เกิดจาก สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) มีนโยบายที่จะสนับสนุนการพัฒนาทักษะชีวิตและทักษะอาชีพให้แก่เด็กนักเรียนในกลุ่มของโรงเรียนขยายโอกาส โดยเปิดโอกาสให้ครูได้เขียนเสนอโครงการ โดยมีโครงการทั้งหมด 108 โครงการที่ผ่านการคัดเลือก โครงการนวดเพื่อสุขภาพ จึงเป็นหนึ่งโครงการที่เราสนใจและให้ความสำคัญกับการนวด เพราะเปรียบเหมือนสินค้าโอท็อปนักท่องเที่ยวชอบ และอย่างน้อยถ้าเขาไม่ได้เรียนต่อในสายสามัญ แต่เขาอาจจะเรียนสายอาชีพหรืออาชีวะ ซึ่งสามารถสร้างรายได้จากอาชีพของเขา

               ผลที่เกิดขึ้นอีกอย่างหนึ่งคือ คณะครูเกิดการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ มีการทำงานเป็นทีม โดยการมีส่วนร่วม เมื่อทุกคนมีส่วนร่วมช่วยกันหมด แม้งานเล็กๆ แต่มันส่งผลถึงสังคม ส่งผลถึงชุมชนได้ อันนี้ก็จะเป็นตัวอย่างของการพัฒนาการเรียนรู้ของเด็กที่ดี ซึ่งกระบวนการที่เกิดขึ้นนั้น ยังแสดงให้เห็นว่า เป็นโครงการที่ครูและโรงเรียนทั่วไปสามารถทำได้จริงอย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนให้เห็นว่า ทุกคนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยกันปฏิรูปการศึกษาพัฒนาการเรียนรู้ในพื้นที่ได้จริง”

               ฟ้า เล่าว่า ในการดำเนินงานแต่ละครั้งนักเรียนจะเป็นผู้ดำเนินการเองทั้งหมด โดยมีการแบ่งเวรประจำแต่ละวัน ซึ่งหัวหน้าในแต่ละสายก็จะเป็นคนบริหารจัดการทั้งหมดเกี่ยวกับการให้บริการ โดยค่าบริการแต่ละครั้งจะตกอยู่ราว 50 บาทต่อ 1 คน เฉลี่ยได้วันละ 300 บาท ซึ่งจะมีการทำสมุดบันทึกทุกครั้งที่ได้รับเงินและจะหัก 10 บาท เข้าโครงการ เพื่อซื้ออุปกรณ์สิ้นเปลือง เช่น กระดาษทิชชู สำลี แอลกอฮอล์ อีก 40 บาท จะนำเข้าบัญชีของแต่ละคนเพื่อเป็นเงินสะสม ทุกครั้งที่ออกไปนวดเราจะสอบถามความพึ่งพอใจของลูกค้า เพื่อนำมาปรับปรุงแก้ไข อีกทั้งนำทักษะที่ได้ไปประกอบอาชีพและต่อยอดเป็นธุรกิจนวดของตัวเองในอนาคต

               ทั้งนี้ การนวดนอกจากจะเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยแล้ว ยังเป็นการสร้างอาชีพที่ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน ส่งเสริมการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ สามารถนำความรู้ไปต่อยอดให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจ สังคม และนำความรู้ที่ได้รับไปเผยแพร่ให้ผู้ที่สนใจได้อย่างกว้างขวางอีกด้วย