ไลฟ์สไตล์

ทรูยกเลิกโปรให้เรียบร้อยแล้ว

ทรูยกเลิกโปรให้เรียบร้อยแล้ว

24 ก.พ. 2558

เปิดซองส่องไทย : ทรูยกเลิกโปรให้เรียบร้อยแล้ว

 
                           เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2557 ดิฉันได้ทำการสมัครโปรโมชั่นสุขคูณ 3 ของทางบริษัททรู ทางหมายเลข 1686 ได้มีเจ้าหน้าที่รับสายชื่อคุณเกตมณี และก็ได้ให้เบอร์โทรศัพท์มือถือไว้กับดิฉันโดยตรงเพื่อสะดวกแก่การติดต่อ และเจ้าหน้าที่ก็แจ้งโปรโมชั่นคือ อินเทอร์เน็ต 30 เมกะไบต์, ทรูวิชั่นส์ 105 ช่อง, ทรูมูฟโปร 199 บาท โทรฟรี 100 นาที เน็ตไม่อั้น 500 เมกะไบต์ จ่ายเดือนละ 799 บาท ไม่รวมค่า VAT ดิฉันมีเบอร์โทรทรูมูฟแบบเติมเงินอยู่แล้ว แต่บริษัททรูบอกว่าให้เปลี่ยนเป็นรายเดือนก่อนโดยให้แฟกซ์สำเนาบัตรประชาชนของดิฉัน เขียนที่อยู่ส่งบิลและโปร 199 บาท ให้แก่ทางบริษัท
 
                           และเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2557 ก็มีเอสเอ็มเอสเข้ามาว่าโปรของดิฉันได้เป็นรายเดือนแล้ว จากนั้นก็ไม่มีเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับมาเลยว่าจะนัดติดตั้งทรูวิชั่นส์เมื่อไหร่ และเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ดิฉันจึงโทรไปถามเจ้าหน้าที่คนเดิมอีกครั้ง เขาบอกกับดิฉันว่าลืมทำให้ จะทำให้ในวันนั้นเลย แล้วเรื่องก็เงียบหายไปอีก ปกติทรูจะไวมาก สมัครไม่นานก็จะมาติดตั้งให้แล้ว ดิฉันต้องคอยตามเรื่องเองตลอด ตั้งแต่สมัครโปรมา และดิฉันไม่อยากใช้บริการแล้ว และเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ จึงโทรไปบอกยกเลิกทาง 1686 เล่าเหตุผลที่ยกเลิกให้ทางทรูฟัง เขาก็โอนไปโอนมาอยู่ 2 รอบ ระหว่างทรูวิชั่นส์กับทรูมูฟ หมดค่าโทรเป็นร้อยๆ บาท ก็ยังยกเลิกไม่ได้ซักที ดิฉันจึงให้เจ้าหน้าที่คนเดิมติดต่อกลับมา จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็ติดต่อกลับมา บอกว่าเรื่องของดิฉันยุ่งยากมากให้ดิฉันยกเลิกโปรเองทั้งหมด และเขาจะทำการยกเลิกให้
 
                           จนมาเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ มีบิลมาเรียกเก็บเงินดิฉัน ตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม 2557 ถึง 1 กกุมภาพันธ์ 2558 ดิฉันจึงได้โทรไปสอบถามที่คอลเซ็นเตอร์ว่า ยกเลิกรายเดือนทรูมูฟให้หรือยัง เขาบอกว่าโปรของดิฉันยังเป็นรายเดือนอยู่ ไม่มีการดำเนินการใดๆ ทั้งสิ้น ดิฉันจึงได้ติดต่อเจ้าหน้าที่คนเดิมอีกครั้ง แต่ก็ติดต่อไม่ได้อีกเลย ดิฉันก็คอยโทรหาเจ้าหน้าที่ตลอด
 
                           จนเมื่อดิฉันติดต่อเจ้าหน้าที่คนเดิมได้ เจ้าหน้าที่ได้บอกว่าเขาได้ยกเลิกให้แล้ว โดยต้องใช้ระยะเวลาประมาณ 1 สัปดาห์ ดิฉันก็รอเวลามาโดยตลอด และเมื่อวันที่ 31 มกราคม  ดิฉันได้ไปที่ทรูช็อป เซ็นทรัลปิ่นเกล้า เพื่อไปจ่ายบิล จึงถามว่าเบอร์โทรเบอร์นี้ได้ทำการยกเลิกโปรรายเดือนให้ดิฉันหรือยัง ทางเจ้าหน้าที่บอกว่ายัง ดิฉันจึงขอยกเลิกเลย เจ้าหน้าที่ก็ให้ดิฉันติดต่อกับคอลเซ็นเตอร์อีก และต่อให้คุยกับคอลเซ็นเตอร์ คอลเซ็นเตอร์ก็ให้ยกเลิกที่ช็อป เกี่ยงกันไปมาและมีค่าใช้จ่ายเพิ่มอีก 1 เดือนเต็ม คอลเซ็นเตอร์บอกว่า ขอตรวจสอบเรื่อง โดยจะติดต่อเจ้าหน้าที่คนเดิมให้ ซึ่งก่อนหน้าทางช็อปก็ติดต่อโทรหาเจ้าหน้าที่คนเดิมให้แล้วแต่ติดต่อไม่ได้ 
 
                           ดิฉันจึงบอกว่าถ้าดิฉันจ่ายค่าใช้จ่ายทั้งหมด จะยกเลิกเบอร์ได้หรือไม่ เขาก็บอกว่าได้ ดิฉันจึงต้องยอมจ่ายเงินไปอีก ไม่เช่นนั้นรอตรวจสอบเรื่องค่าใช้จ่ายอีกรอบบิลก็จะเพิ่มไปเรื่อยๆ ดิฉันอาจต้องจ่ายอีกหลายเดือน ทั้งๆ ที่เบอร์โทรไม่ได้ใช้งานเลย และก็ไม่ใช่ความผิดของดิฉันเลย พนักงานของทรูเขาทำงานกันแบบนี้หรือ ดึงลูกค้าเข้าระบบรายเดือนด้วยวิธีนี้ ดิฉันอยากให้ประชาชนทั่วไปได้รับรู้ไว้จะได้ไม่เสียรู้เหมือนดิฉัน เพราะทางลูกค้าไม่เต็มใจที่จะสมัครใช้งานต่อก็ยังไม่ยอมยกเลิกให้ซักที เหมือนเป็นการบังคับลูกค้าเลย และทำให้ดิฉันต้องเสียเงินรายเดือนไปหลายเดือนโดยใช่เหตุ ดิฉันจึงอยากให้ทางทรูออกมารับผิดชอบในส่วนนี้ว่าจะดำเนินการอย่างไรให้ดิฉันได้บ้าง
 
 
นิตยา กทม.
 
 
ตอบ
 
 
                           ฝ่ายสื่อสารองค์กร ประชาสัมพันธ์การตลาดและกิจกรรมเพื่อสังคม กลุ่มทรู ชี้แจงว่า บริษัทขออภัยในความไม่สะดวกที่เกิดขึ้น จากการตรวจสอบกรณีดังกล่าวพบว่า คุณนิตยา ได้สมัครใช้แพ็กเกจสุขคูณสาม คือ บริการทรูออนไลน์ ทรูวิชั่นส์ และทรูมูฟ เอช (แบบรายเดือน) ผ่านทางเจ้าหน้าที่ Telemarketing ซึ่งลูกค้าใช้บริการทรูมูฟ เอช แบบเติมเงินอยู่แล้ว จึงดำเนินการเปลี่ยนเป็นแบบรายเดือน พร้อมนัดติดตั้งบริการอินเทอร์เน็ตและทรูวิชั่นส์ แต่เนื่องจากการนัดหมายเข้าติดตั้งบริการล่าช้า ลูกค้าจึงขอยกเลิกการสมัครแพ็กเกจสุขคูณสาม โดยบริษัทได้ดำเนินการยกเลิกบริการสุขคุณสามให้กับลูกค้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่พบว่าระบบยังไม่ได้ดำเนินการยกเลิกบริการทรูมูฟ เอช ส่งผลให้มีค่าบริการรายเดือน เป็นจำนวน 383 บาท 
 
                           ทั้งนี้ บริษัทได้ดำเนินการยกเลิกบริการทรูมูฟ เอช ให้ลูกค้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมปรับลดค่าบริการอินเทอร์เน็ตที่ลูกค้าใช้บริการอยู่ เป็นจำนวนเงิน 640.93 บาท เพื่อชดเชยค่าบริการทรูมูฟ เอช ที่เกิดขึ้นทั้งหมด พร้อมขออภัยลูกค้าในความไม่สะดวกในการใช้บริการ ซึ่งลูกค้ายินดียุติเรื่องร้องเรียนดังกล่าวแล้ว บริษัทขอขอบพระคุณท่านทางหนังสือพิมพ์ คมชัดลึก ที่ช่วยเป็นสื่อกลางแจ้งปัญหาดังกล่าวให้ทราบ  
 
 
 
ถูกฟ้องล้มละลาย
 
 
                           เมื่อ 17 ปีที่แล้ว ผมกับภรรยาไม่ได้จดทะเบียนสมรสด้วยกัน แต่เราซื้อบ้านผ่านธนาคารด้วยกัน หลังจากอยู่กินด้วยกันผ่านไป 2 ปี ก็แยกทางกัน หลังจากแยกทางกันก็ผ่านมาอีกประมาณ 13 ปี ธนาคารก็มายึดบ้านไป ธนาคารฟ้องผม มีหมายศาลให้ผมไปศาลแต่ผมไม่เคยเซ็นรับเลย เพราะไม่เคยอยู่บ้านตามทะเบียนบ้าน ผมค้าขายอยู่ต่างจังหวัดตลอดเวลา 
 
                           สิ่งที่อยากทราบคือ ถ้าไม่ได้เซ็นหมายศาลที่เรียกมา ผมจะผิดไหม และจะมีการฟ้องผมได้ไหมครับ เนื่องจากตลอดระยะเวลา 10 ที่ผ่านมา ผมเคยไม่ได้เซ็นรับหมายศาลเลย และตลอดเวลาที่ผ่านมาผมเหมือนคนล้มละลายไปแล้ว 
 
 
สมัย
 
 
ตอบ
 
 
                           ศูนย์ปรึกษากฎหมายชุมชน อาจารย์ชลธิชา สมสอาด คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต แนะนำเรื่องนี้ว่า กรณีของคุณไม่ได้บอกรายละเอียดว่า ขณะนี้คุณถูกฟ้องล้มละลาย หรือฟ้องทางแพ่งเพียงอย่างเดียว ซึ่งทั้งสองกรณีนี้ไม่เหมือนกัน 
 
                           หลังจากธนาคารยึดบ้านไปแล้ว ก็ต้องขายทอดตลาด ถ้าขายแล้วเอาเงินมาใช้หนี้แล้วยังไม่พอ ธนาคารก็จะฟ้องเพื่อให้คุณชดใช้หนี้ส่วนที่เหลือ 
 
                           จากข้อมูล เข้าใจว่า คุณถูกฟ้องเรียบร้อยแล้ว การที่คุณไม่ได้เซ็นเอกสารใด ที่ศาลส่งมาให้ เจ้าหนี้ก็มีสิทธิฟ้องฝ่ายเดียว ศาลจะตัดสินจากฝ่ายเดียว เนื่องจากคุณไม่ได้ไปชี้แจงให้ศาลทราบในส่วนของคุณ และจากข้อมูลเข้าใจว่า ขณะนี้เรื่องของคุณอยู่ในขั้นตอนของการบังคับคดีแล้ว คือ ศาลตัดสินไปแล้วว่าคุณต้องชำระหนี้ส่วนต่างที่เหลืออยู่ ถ้าเจ้าหนี้สืบทราบว่า คุณมีทรัพย์สินก็สามารถบังคับให้คุณใช้หนี้ได้เลย โดยคุณต้องจ่ายหนี้คืน กรณีนี้เป็นการฟ้องแพ่ง  
 
                           แต่ถ้าป็นกรณีที่ถูกฟ้องล้มละลาย จะมีเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เข้ามาจัดการกับทรัพย์สินที่คุณมี เช่น ถ้าคุณมีเงินเดือน เจ้าหน้าที่พิทักษ์ทรัพย์จะเข้ามาจัดการเงินเดือนในแต่ละเดือนของคุณ หรือเข้ามาจัดการดูแลทรัพย์สินของคุณ ถ้าคุณมี 
 
                           ดังนั้น เรื่องของคุณ น่าจะผ่านขั้นตอนของการฟ้องร้องมาแล้ว และอยู่ในขั้นตอนของการบังคับคดี
 
                           ถ้าเป็นการล้มละลาย และคุณมีการยักย้ายถ่ายโอนทรัพย์สินโดยที่เจตนาจะหลบหลีกการใช้หนี้ แล้วเจ้าหนี้สามารถรู้ หรือตามได้ กรณีนี้ก็มีสิทธิโดนจับเหมือนกัน