ไลฟ์สไตล์

ยก 'บ้านป่ากุง' ต้นแบบจัดรูปที่ดิน

ยก 'บ้านป่ากุง' ต้นแบบจัดรูปที่ดิน

24 ก.พ. 2558

ทำมาหากิน : ยก 'บ้านป่ากุง' ต้นแบบจัดรูปที่ดิน สนองเกษตรกรผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว : โดย...สุรัตน์ อัตตะ

 
                           นับเป็นโอกาสทองของเกษตรกรบ้านป่ากุง ส่วนใหญ่ยึดอาชีพทํานา หลังโครงการจัดรูปที่ดินจังหวัดอุบลราชธานี ได้เข้ามาดำเนินการเต็มพื้นที่กว่า 2,000 ไร่ เมื่อ พ.ศ.2545 จนทำให้เกษตรกรใช้ประโยชน์จากพื้นที่ดังกล่าวอย่างเต็มที่ จึงเป็นการจัดรูปที่ดินแบบกึ่งสมบูรณ์แบบ (Extensive Type) มีทั้งการก่อสร้างคูส่งน้ำ คูระบายน้ำและเส้นทางลําเลียง โดยลัดเลาะไปตามแปลง ส่งผลเกษตรกรได้รับความสะดวกในการเข้าถึงน้ำ    
 
                           บรรยง สืบบุญ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 บ้านป่ากุง ต.คันไร่ อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี ในฐานะประธานกลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว เล่าว่าเดิมทีมีอาชีพทํานาปลูกข้าวขายโรงสีเหมือนเกษตรกรที่อื่น แต่ต่อมาเมื่อปี 2553 ได้รับการชักชวนจากศูนย์ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว จ.อุบลราชธานี กรมการข้าว ให้เข้าร่วมโครงการผลิตเมล็ดป้อนให้ศูนย์ โดยมีสมาชิกเข้าร่วมปีแรก 16 ราย มีพื้นที่ปลูกประมาณ 85 ไร่ ได้เมล็ดพันธุข้าวประมาณ 28.40 ตัน จากโควตารับซื้อจำนวน 29 ตัน 
 
                           “ที่เข้าร่วมไม่มากนัก เพราะไม่มั่นใจกรณีไม่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพจากศูนย์แล้วจะเอาไปขายที่ไหน เพราะช่วงนั้นที่นี่ไม่มีใครรู้จักข้าวชัยนาท 1 หรือสุพรรณบุรี 1 เลยเกรงว่าจะไม่มีตลาด จึงไม่กล้าร่วมโครงการ แต่ปีถัดๆ มามีโรงสีรับซื้อข้าวพวกนี้ เกษตรกรเลยสมัครเข้าเป็นสมาชิกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนปี 2557 เรามีสมาชิก 52 ราย พื้นที่ปลูกเมล็ดพันธุ์ 400 ไร่ ผลผลิต 139 ตัน จากโควตารับซื้อ 140 ตัน” บรรยงเผย
 
                           อย่างไรก็ตาม การผลิตข้าวชัยนาท 1 และสุพรรณบุรี 1 ในระยะหลังเลิกล้มไป ศูนย์ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวอุบลราชธานี จึงหันมาส่งเสริมผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวดอกมะลิ 105 หรือที่รู้จักในนามข้าวหอมมะลินั่นเอง โดยปลูกเป็นข้าวนาปี ส่วนนาปรังปลูกข้าวเหนียวแทนข้าวชัยนาท 1 และสุพรรณบุรี 1 ซึ่งแม้ผลผลิตต่อไร่สูง 500-600 กิโลกรัม แต่ราคาต่ำไม่เกินตันละ 5,000 บาท ในขณะข้าวเหนียวเก็บไว้กินเอง และมีราคาสูงถึง 7,000-8,000 บาทต่อตัน
 
                           บรรยงระบุอีกว่า การผลิตเมล็ดพันธุ์ก็ไม่ต่างจากการทํานาทั่วไป เพียงแต่ต้องใส่ใจและปฏิบัติตามกฎกติกา เช่น ปลูกด้วยวิธีการดําไม่ใช้การหว่าน จะดําด้วยคนหรือเครื่องจักรก็ได้ แต่ตอนเก็บเกี่ยวต้องเก็บด้วยคนอย่างเดียว เพราะเกรงมีเมล็ดพันธุ์ข้าวดีด ข้าวเด้ง ซึ่งเป็นวัชพืชติดรถเกี่ยวข้าวมาด้วย ทําให้เมล็ดพันธุ์มีสิ่งปนเปื้อนเกินค่ามาตรฐาน ระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่ของศูนย์ จะออกมาตรวจนาของสมาชิก 3-4 ครั้ง
 
                           “อาจต้องเพิ่มความขยันขึ้นมาเล็กน้อย อาทิตย์หนึ่งไปตรวจแปลงนาซัก 2-3 วัน ปี 2558 นี้ การผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวของบ้านป่ากุง ต.คันไร่ อ.สิรินทร จ.อุบลราชธานี มีสมาชิกเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 52 รายเป็น 55 ราย เพราะสมาชิกเดิมขอเพิ่มขยายพื้นที่ผลิตจากเดิม 400 ไร่ เป็น 500 ไร่ ซึ่งผมในฐานะประธานกลุ่มได้ขอเพิ่มโควตารับซื้อเมล็ดพันธุ์จากศูนย์ด้วย คาดว่าไม่มีปัญหา เพราะผลงานที่ผ่านมาเป็นไปตามเป้าหมายด้วยดี"
 
                           ประธานกลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวยังย้ำด้วยว่าสำหรับในแง่ของชนิดเมล็ดพันธุ์ที่ปลูกนั้น ได้ขอเปลี่ยนจากดอกมะลิ 105 เป็น กข.15 แทน เนื่องจากมีความต้องการในตลาดสูงกว่ามาก อีกอย่างให้ผลผลิตเฉลี่ยสูงกว่าหอมมะลิอีกด้วย ทำให้ได้ประโยชน์ถึง 3 ต่อ 1.ราคารับซื้อสูง ตกตันละ 19,800 บาท 2.ผลผลิตเฉลี่ยสูงกว่าหอมมะลิที่ได้ 350-400 กิโลกรัมต่อไร่ กข.15 ผลผลิตเฉลี่ย 400-450 กิโลกรัมต่อไร่ และ 3.ผลผลิตส่วนเกินโควตาสามารถจําหน่ายเองในรูปเมล็ดพันธุ์  
 
                           นับเป็นอีกก้าวของการจัดรูปที่ดินในการจัดระเบียบพื้นที่นา โดยโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถใช้ประโยชน์จากน้ำอย่างทั่วถึง มีถนนเข้าถึงทุกแปลง  ส่งผลให้เกษตรกรบ้านป่ากุงสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตดีขึ้นอย่างในทุกวันนี้
 
 
 
 
 
 
-----------------------
 
(ทำมาหากิน : ยก 'บ้านป่ากุง' ต้นแบบจัดรูปที่ดิน สนองเกษตรกรผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว : โดย...สุรัตน์ อัตตะ)