
จับพระเอกฝรั่งคลุกเคล้านางเอกเอเชีย สไตล์ 'อนาเธอร์ ฮาวด์'
22 ก.พ. 2558
ชวนชิม : จับพระเอกฝรั่งคลุกเคล้านางเอกเอเชีย สไตล์ 'อนาเธอร์ ฮาวด์'
รสปากขอแต่ละคนนั่นแตกต่างกัน ซึ่งบ่อยครั้งที่เพื่อนๆ ชวนไปทานอาหารแล้วบอกว่าร้านนี่อร่อยนะจ๊ะ...แต่พอได้ชิมคุณอาจจะไม่อร่อยตามเพื่อนๆ ก็เป็นได้ แต่ถ้าให้ทุกคนคอนเฟิร์มว่าอร่อยเหมือนๆ กัน ด้วยการรังสรรค์เมนูที่ผสมผสานระหว่างตะวันตกและตะวันออกอย่างลงตัว "อนาเธอร์ ฮาวด์ คาเฟ่" เป็นหนึ่งร้านที่ทุกคนพยักหน้าเหมือนกันได้ เพราะยืนยันคู่ลิ้นคนไทยมากว่า 9 ปีในสาขาสยามพารากอน วันก่อนได้ไปเยือนที่สาขาดิ เอ็มโพเรียม ที่ปรับปรุงครั้งใหญ่เพื่อตอกย้ำความเป็นร้านอาหารอิตาเลียนให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
แต่ด้วยความที่ไปกันหลายคนเม้ามอยท์กันสนุกสนาน จนพนักงานหนุ่มสาว 2 คนในชุดสุดเก๋ (ด้วยเจ้าของร้านเป็นดีไซเนอร์ด้วยนิ เสื้อผ้าพนักงานก็เดิร์นสุดฤทธิ์) เดินมาหาพวกเราพร้อมนำเมนูมาเสิร์ฟแล้วแนะนำว่าตอนนี้เราขยับความหรูเพิ่มขึ้นไปอีกด้วยการนำวัตถุดิบมาจากประเทศต่างๆ ที่ถูกกล่าวขานถึงความเลิศรส ทั้งหอยนางรมจากอเมริกา เนื้อแกะจากออสเตรเลีย หมูคุโรบูตะจากญี่ปุ่น แล้วมาผสมผสานกับเครื่องเทศและความจัดจ้านแบบไทยๆ นั่นเองเราจึงยกหน้าที่เลือกเมนูให้สองพนักงานสุดเดิร์นแนะนำ ว่าแล้วก็เริ่มต้นด้วย เซตหอยนางรมสด (บาร์รอน พอยท์) ที่วางเรียงกันมาถึง 7 ตัว(มาคนเดียวสั่งตัวเดียวก็มีเสิร์ฟนะคะ) ที่สั่งตรงมาจากสหรัฐอเมริกาที่วางมาบนน้ำแข็ง เสิร์ฟพร้อมกับน้ำจิ้มซีฟู้ดแบบไทยๆ ราดน้ำจิ้มเล็กน้อยลงหอยด้วยความใหญ่จึงต้องค่อยๆ ลิ้มรส ความหวานของเนื้อหอยทำเอาปริ่มใจ หันมาจะคว้าอีกตัว....อ้าว..หายหมด ไม่เป็นไรเพราะจานต่อไปมาวางตรงหน้า
สลัดซูกินี่เย็น พนักงานบอกว่าให้รีบคลุกและรีบทานในระหว่างที่เย็นๆ อยู่ เราจึงไม่รอช้าระหว่างที่คลุกนั่นสายตากับจับจองไปที่จานสลัด ซึ่งนอกจากซูกินี่แล้วยังเห็นอะโวคาโดหั่นชิ้นเล็กๆ พอคำผสมอยู่ด้วย ซึ่งความสดของซูกินี่ส่งความกรุบกรอบพร้อมกับความเย็นฉ่ำ ความมันและหวานของอโวคาโดเป็นความลงตัวอย่างสมบูรณ์ ระหว่างที่ตักสลัดอยู่นั่น ล็อบสเตอร์อันดามันแช่พริกตำ ก็ถูกวางลงตรงหน้าคราแรกนึกถึงกุ้งแช่น้ำปลาซึ่งลักษณะคล้ายๆ กัน แต่มานั่งอนาเธอร์ ฮาวด์ กุ้งสดๆ ที่ส่งตรงมาจากเมืองนอกจึงถูกแกะเปลือกและหางออกมาอย่างเรียบร้อยราดด้วยน้ำยำแบบไทยแล้วตัดรสด้วยวาซาบิเล็กน้อย ตักชิมความเผ็ด(ไม่มากของพริกสด) บวกกับความฉุนนิดๆ ของวาซาบิจึงเป็นอีกจานที่คนชอบรสจัดปรารถนา
และเมื่อมาถึงร้านนี้แฟนคลับพันธุ์แท้ต้องนึกถึงปีกไก่ทอด อาหารขึ้นชื่อของค่ายเกรย์ฮาวด์ แต่เมื่อมาที่นี้มีการปรุงใหม่ ปีกไก่ทอดหมักเครื่องเทศ ด้วยการใส่เครื่องเทศไทยๆ แบบสดๆ ทั้งกระเทียมสด ยี่หร่า พริกไทย แล้วนำไปทอดให้กรอบ หลังจากได้ปีกไก่ที่หมักและทอดเรียบร้อย ก็นำเครื่องเทศที่เตรียมไปขลุก ซึ่งถ้าจะให้อร่อยไม่ต้องพิธีรีตองใช้มือหยิบและกัดชิมกันเลย สำหรับคนชอบปลาก็มี ปลาหิมะนึ่งมะนาว โดยปลาหิมะสั่งตรงมาจากญี่ปุ่นเนื้อแน่น นุ่มหวานฉ่ำวางมาบนดอกกะหล่ำปลีซอยละเอียด ราดน้ำยำสูตรของร้าน ความสดและฉ่ำหวานของเนื้อปลาทำเอาวางช้อนไม่ลง สนใจแต่เนื้อปลาแน่นๆ ตรงหน้าอยู่นาน จนกระทั่งเมนูซิเจอร์ สปาเกตตีแคนาเดียนล็อบสเตอร์ไวน์ขาว ชื่อก็บอกแล้วว่าเป็นล็อบสเตอร์จากแคนาดาตัวใหญ่และเนื้อแน่นมาก มาเป็นพระเอกคู่กับสปาเกตตี ผัดพร้อมกระเทียม น้ำมันมะกอก พริกแห้งตบท้ายด้วยไวน์ขาว คลุกเคล้าอย่างเข้ากันถูกปากนักแล
จานคาวจัดไปอย่างมากมายขอตบท้ายด้วยความหวานแก้เลี่ยนสักนิดที่มีให้เลือกทั้ง ข้าวเหนียวตัดหน้าครีมบูเล่, ฟักทองคัสตาร์ด และ ไอศกรีมแตงไทยมะพร้าวอ่อน แต่ด้วยความอิ่มมาก..จึงขอชิมจากเพื่อนๆ ร่วมโต๊ะอย่างละคำรับรสได้เลยว่าทุกเมนูที่กล่าวมานั่นเมื่อผสมผสานกับเครื่องปรุงแบบไทยก็อร่อยลงตัวได้อย่างดีทีเดียว



