ไลฟ์สไตล์

อิสรภาพทางใจจากสองมือนัก(โทษ)ปั้นบุญ

อิสรภาพทางใจจากสองมือนัก(โทษ)ปั้นบุญ

19 ก.พ. 2558

ศิลปวัฒนธรรม : อิสรภาพทางใจ จากสองมือนัก (โทษ) ปั้นบุญ

 
              "พระที่เราปั้น ออกไปสู่อิสรภาพแล้วแต่ตัวเรายังอยู่ในนี้" ความรู้สึกจากใจของนักโทษชาย อุดม หนึ่งในผู้ต้องขัง ภายในเรือนจำกลางบางขวางบอกด้วยความตื้นตันในผลงานปั้นพระพุทธรูปองค์แรกจากสองมือตัวเองและผองเพื่อนอีกหลายสิบชีวิต ที่ช่วยกันสร้างสรรค์หัวใจสำคัญของศาสนาพุทธจากทักษะด้านศิลปะมาจากเลขศูนย์ และกำลังส่งผลงานออกไปใช้เป็นประโยชน์เท่าที่จะทำให้กับเพื่อนมนุษย์ภายนอกกำแพงเรือนจำแน่นหนาได้ สาเหตุที่เหล่าผู้ต้องขังชายมาร่วมกันปั้นบุญนี้สืบเนื่องจากโครงการ "ปั้นดินให้เป็นบุญ" ซึ่งเกิดขึ้นบนหลักความเชื่อตรงกันของหลายหน่วยงานที่ว่า งานพุทธศิลป์ จะช่วยเยียวยาจิตใจผู้ต้องขังให้มี สติ สมาธิ ความสงบ เพื่อสามารถใช้ชีวิตอยู่ในเรือนจำได้อย่างผู้มีอิสระทางจิตใจ โดยเปิดพื้นที่ฝ่ายการศึกษาและพัฒนาจิตใจ ภายในแดน 14 ให้ศิลปินงานปั้นชื่อดังของไทยเข้ามาสอนก่อกองดินเหนียวให้เป็นพระพุทธรูปในเวลา 7 เดือน ก่อนเปิดตัวให้สื่อมวลชนและหน่วยงานผู้สนับสนุนได้เข้าชมเป็นครั้งแรก
 
              ผลงานที่โดดเด่นที่สุดถูกคัดเลือกให้นำไปหล่อทองเหลือง ปิดทอง เป็นพระพุทธรูปปางสมาธินามว่า ”พระพุทธนฤอภัยมงคล” หมายถึงพระพุทธเจ้าผู้เป็นเหตุแห่งความเจริญและความไม่มีภัยของมนุษย์  และจะนำขึ้นน้อมเกล้าถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในไม่ช้านี้  ส่วนพระพุทธรูปปางมารวิชัย (ประทานพร) อีกองค์หนึ่งที่สวยงามไม่แพ้กันได้ถูกก็ตั้งชื่อว่า ”พระพุทธอภัยนิรมิต” อันมีความหมายว่าพระพุทธเจ้าสร้างความไม่มีภัยพร้อมนำไปถวายวัดต่างๆ ทางภาคอีสานร่วมกับผลงานอื่นๆ หลังจากได้ขึ้นหล่อทองเหลืองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
 
              จากผลงานทั้ง 8 ชิ้น สรสิทธิ์ จงเจริญ ผู้บัญชาการเรือนจำกลางบางขวาง ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นเพราะความร่วมมือกันอย่างจริงจังของตัวผู้ต้องขังเองและหน่วยงานที่พร้อมยื่นมือเข้ามาช่วยอย่างจริงใจ อาทิ โครงการกำลังใจในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา กระทรวงยุติธรรม กรมราชทัณฑ์ พร้อมด้วยเครือข่ายพุทธิกาเพื่อพระพุทธศาสนาและสังคม และหน่วยงานเอกชนอีกมากมาย ที่มาส่งเสริมปูพื้นฐานทางงานพุทธศิลปให้ผู้ต้องขังกว่า 40 ชีวิต โดยมีคณาจารย์จากคณะมัณฑณศิลป์มหาวิทยาลัยศิลปากร  ประกอบด้วย ผศ.ดร.ภูวนาท รัตนรังสิกุล, อ.ปนท ปลื้มชูศักดิ์, อ.ศุภโชค ชุมสาย ณ อยุธยา, อ.ภูษิต รัตนภานพ, อ.บำรุงศักดิ์ กองสุข ช่างปั้นพระมือหนึ่งของประเทศ และ อ.อติ กองสุข ประติมากรชำนาญงาน จากกรมศิลปากร พลัดเปลี่ยนมาช่วยมอบวิชาให้ภายในเรือนจำทุกๆ วันจันทร์ ตลอดระยัเวลาตั้งแต่เดือน พฤษภาคม-พฤศจิกายน 2557 อย่างไม่มีท้อถอย
 
              หนึ่งในครูช่างปั้น “ยี่หร่า”  ภูษิต รัตนภานพ ที่เรียกผู้เคยก้าวพลาดในเรือนจำแห่งนี้อย่างภูมิใจว่า “นักเรียน” บอกเล่าเรื่องราวระหว่างการเรียนรู้ว่า พอเข้ามาสอนทุกคนมีน้ำใจ อบอุ่น พร้อมที่จะเรียนรู้ กระตือรือร้น บางวันก็ตั้งใจเรียนกว่านักเรียนด้านนอกรั้วลวดหนามเสียอีก เริ่มเรียนแรกๆ จะให้ทุกคนนึกถึงพระพุทธเจ้าในความคิดของตัวเองแล้ววาดออกมาผ่านแผ่นกระดาษ จากนั้นก็นำดินมาสอนปั้นแบบภาพนูนต่ำ จนเริ่มปั้นแบบลอยตัว สังเกตได้ว่าพระพุทธรูปที่สำเร็จแล้วแต่ละองค์จะมีใบหน้าไม่เหมือนกัน เพราะทุกองค์มาจากจินตนาการในจิตใจของนักเรียนไม่มีแบบตายตัว โดยตัวเองและอาจารย์ในที่นี้ก็เหมือนเป็นตัวแทนของคนในสังคมที่พร้อมสบับสนุนให้พี่ๆ นักเรียนได้สร้างสรรค์พร้อมพัฒนาฝีมือด้านพุทธศิลป์ และศิลปะแขนงอื่นๆ ไว้เป็นทักษะที่สร้างประโยชน์ให้กับสังคมไทยได้มากมายในตอนนี้และอนาคต
 
              ด้านตัวแทนผู้ปั้น “พระพุทธนฤอภัยมงคล” อย่าง อภิเชฐ ผู้ต้องขังคดีฆ่าคนตาย ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต บอกว่าเมื่ออาจารย์เอาดินมากองให้เริ่มปั่นรู้สึกว่ายาก ด้วยมือตัวเองจะทำให้เป็พระได้อย่างไร แต่ก็ค่อยๆ เรียนรู้ ใจจดจอรอวันที่ได้เข้าเรียน จนทำได้สำเร็จ
 
              “ไม่เคยคิดว่าจะมีโอกาสได้สร้างพระ เพราะชีวิตที่ก้าวพลาดก็เหมือนบัวในตม แต่วันนี้ทุกคนหยิบยื่นมือเข้ามาดึงขึ้นเราเหมือนได้ชีวิตใหม่อีกครั้ง มีชีวิตชีวา มีความหวังทุกๆ วันว่าจะได้ออกมาสร้างพระที่เราทำค้างอยู่ พระพุทธศาสนาอยู่ในความรู้สึกตลอดเวลา เมื่อได้จับดินอีกก็เหมือนได้อยู่ในอีกโลกทั้งๆ ที่เราอยู่ที่เดิม แต่จิตใจจดจ่อยู่กับสองมือ เก็บรายละเอียดทุกเม็ดจนดินกลายเป็นองค์พระ  เมื่อพระพุทธรูปถูกนำออกไปก็จะไปสร้างประโยชน์ให้ประชาชน และตัวผมเองก็จะมีสิ่งดีๆ อวดลูกบ้าง” อภิเชฐ กล่าว
 
              ไม่ต่างจาก รัตน ผู้ต้องขังคดียาเสพติวัย 41 ปี บอกความรู้สึกเมื่อได้เห็นความสำเร็จของผลงานว่า ทุกครั้งที่ได้จับดินเย็นๆ เหมือนได้รู้จักตัวเอง รู้ว่ามนุษย์ไม่แตกต่างไม่ว่าตอนนี้เราจะเป็นอย่างไรสิ่งสุดท้ายเราก็ต้องกลับไปเป็นดิน สิ่งที่ได้รับทำให้อยู่ในนี้ได้อย่างสงบสุข เพราะความสุขที่ไม่ขึ้นอยู่กับสถานที่ แต่อยู่ที่ตัวเราเองจะตีความสภาพแวดล้อมนั้นออกมายังไงจะให้ดีหรือทุกข์ ซึ่งอาจารย์ที่เข้ามาสอนทุกท่านก็เปิดใจมาก ไม่คิดว่านักโทษคือคนที่แตกต่าง หลายท่านตื่นเช้าเพื่อเข้ามาสอนเราทั้งวันเต็มที่ และทำให้ที่ตรงนี้มีแต่ความสุข รวมถึงชีวิตในวันอื่นๆ ก็สามารถนำแง่คิดนี้มาใช้ให้ทุกวันมีแต่ความสงบสุขได้
 
              จากนี้คณะทำงานฯ จะจัดนิทรรศการผลงานปั้นพระพุทธรูปของนักเรียนทั้งหมด ให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าชมบริเวณ คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร จนถึงวันที่ 20 กุมภาพันธ์นี้