
ขอสะพานลอย...ไม่อยากเสี่ยงตาย
18 ก.พ. 2558
เปิดซองส่องไทย : ขอสะพานลอย...ไม่อยากเสี่ยงตาย
ชาวบ้านและเด็กๆ ละแวก ต.บางปลา อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ มีความเดือดร้อนในการข้ามถนนเป็นอย่างมาก ถ.เทพารักษ์ กม.15 ซอยบางปลา 21 หรือซอยสุเหร่าบางปลา ตรงข้ามโรงเรียนสาธิตบางนา ละแวกนั้นมีอยู่ 4 โรงเรียน คือ โรงเรียนสุเหร่าบางปลา โรงเรียนสุเหร่าบางกะสี โรงเรียนอนุบาลภาสินี และโรงเรียนสาธิตบางนา แต่กลับไม่มีสะพานลอยให้เด็กนักเรียนและประชาชนได้ใช้กัน
โดยที่เด็กนักเรียนและชาวบ้านในละแวกนั้นต้องเสี่ยงตายข้ามถนนทุกวัน ถนนเทพารักษ์ช่วง ต.บางปลา มีโรงงานอุตสาหกรรมตั้งอยู่มากมาย และยังเป็นถนนที่มุ่งหน้าไปนิคมอุตสาหกรรมบางพลี ทำให้มีรถบรรทุก รถเทรลเลอร์ขนาดใหญ่ ใช้ถนนเส้นนี้จำนวนมาก รถใหญ่เหล่านี้ก็วิ่งแบบไม่ลืมหูลืมตา บางครั้งขับแข่งซิ่งกันราวพายุ ทำให้เกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนคนข้ามถนนเป็นประจำ ขอไม่รายงานว่ามีจำนวนเด็กและผู้ใหญ่บาดเจ็บมากน้อยขนาดไหน หรือมีผู้เสียชีวิตกี่ศพ สภาพเช่นนี้เป็นมาเป็นปีๆ ไม่มีใครหรือหน่วยงานใดเห็นปัญหา ความสูญเสียจึงเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ทั้งๆ ที่มีวิธีป้องกัน คือ การสร้างสะพานลอย อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยหาทางช่วยเหลือ ช่วยชีวิตคนไทย เด็กไทยในท้องถิ่นที่ไม่เคยหวังในความเอาใจใส่ดูแลของผู้บริหารแผ่นดินทุกระดับ
ชาวตำบลบางปลา
ตอบ
นายสุนทร แก้วศรีใส ผู้อำนวยการแขวงการทางสมุทรปราการ ชี้แจงว่า ขอตรวจสอบก่อนว่า มีโครงการสร้างสะพานลอยคนข้าม ถ.เทพารักษ์ ช่วงบริเวณดังกล่าวหรือไม่ หลักปฏิบัติแขวงจะดำเนินการสร้างสะพานลอยบริเวณที่มีชุมชน สถานศึกษา และสถานที่ราชการ โดยพิจารณาก่อสร้างจากการสำรวจของแขวงและการแจ้งร้องขอจากประชาชน แต่ถึงแม้จะมีโครงการสร้างสะพานลอยแล้วก็ตาม แขวงต้องเสนอขออนุมัติงบประมาณ หากได้รับงบประมาณเมื่อใดจึงจะดำเนินการก่อสร้างได้
สำหรับกรณีนี้แขวงไม่เคยได้รับการร้องเรียนจากประชาชนและไม่มีการร้องขอให้ดำเนินการสร้างสะพานลอยคนข้ามจากผู้นำชุมชนหรือหน่วยงานใดมาก่อน ต้องขออภัยในความไม่สะดวกดังกล่าว แขวงจะเข้าสำรวจบริเวณที่มีการร้องเรียนนี้ หากยังไม่มีโครงการสร้างสะพานลอยคนข้าม จะจัดทำแผนดำเนินการและเสนอขออนุมัติงบประมาณต่อไป
อย่างไรก็ตาม ระหว่างรอการอนุมัติงบประมาณ หากพบว่าบริเวณดังกล่าวไม่มีความปลอดภัย เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ หรือไม่มีทางม้าลาย แขวงจะเข้าดำเนินการตีเส้นทางม้าลายและติดตั้งสัญญาณไฟกะพริบเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนเป็นการเบื้องต้น
สามี(ตัวดี)ไม่มีความรับผิดชอบ
ดิฉันมีเรื่องอยากปรึกษาค่ะ คือว่า ดิฉันกับสามีแยกกันอยู่ เรามีบุตรด้วยกัน 1 คน ซึ่งตอนนี้อยู่กับดิฉัน อายุ 10 ปี ดิฉันขอร้องให้เขาส่งค่าเลี้ยงดูบุตรเดือนละ 1,000 บาท เขาก็ส่งให้ช่วงแรก แต่มาในระยะหลังเขาไม่ส่งและติดต่อไม่ได้ ดิฉันพยายามตามหากแต่ก็ยังไม่พบ ส่วนตัวของดิฉันเอง ก็ทำงานเป็นแม่บ้าน อยู่ต่างจังหวัด เงินเดือนก็นิดเดียว แค่เดือนละ 5,700 บาท บ้านก็เช่า ลูกก็ยังต้องเรียนหนังสือ อยากให้สามีมีส่วนในการรับผิดชอบบ้างค่ะ
ดิฉันควรจะทำอย่างไรได้บ้างคะ ดิฉันกับสามียังไม่ได้หย่ากัน แต่แยกกันอยู่มา 5-6 ปีแล้วค่ะ
เตย
ตอบ
ศูนย์ปรึกษากฎหมายชุมชน อาจารย์ปราชญา อ่อนนาค คณะนิติศาสตร์ แนะนำเรื่องนี้ว่า การที่แยกกันอยู่มากกว่า 3 ปีด้วยความสมัครใจของทั้งสองฝ่าย ก็สามารถหย่าขาดจากกันได้ ซึ่งในกรณีนี้ ในทางกฎหมายคุณสองคนยังไม่ได้หย่าขาดจากกัน ถ้าเคยตกลงกันไว้ แล้วสามีไม่ปฏิบัติตาม คุณก็อาจจะทวงถามไปที่สามีอีกครั้งว่า เรื่องการเลี้ยงดูลูกนั้นจะดำนเนินการอย่างไร เพราะเขาไม่ได้ส่งเสียมาหลายเดืนอแล้ว ซึ่งถ้าได้พูดคุยแล้ว สามียังเพิกเฉย ในทางกฎหมายคุณสามารถฟ้องหย่าได้เลย เพราะการแยกกันอยู่นานเกิน 3 ปี ก็สามารถอ้างเป็นเหตุของการหย่าได้
แต่อยากให้มีการเจรจาพูดคุยกันก่อนที่จะฟ้องหย่า หากคุณอ้างว่า จะฟ้องหย่า และเมื่อถึงเวลานนั้น สามีไม่สามารถปัดความรับผิดชอบต่อลูกได้ เพราะตามกฎหมายแล้วพ่อแม่มีหน้าที่ที่ต้องดูแลลูก ซึ่งเป็นความรับผิดชอบที่จะปฏิเสธไม่ได้ เมื่อบอกเช่นนี้ สามีอาจจะยอมเจรจาด้วยดี และอาจจะไม่ต้องฟ้องหย่า ถ้าคุณไม่ต้องการหย่าจากสามี
แต่ถ้าคุยกันแล้ว ยังไม่สามารถตกลงกันได้ คุณก็ฟ้องหย่าได้เลย โดยเขียนเอกสารท้ายหย่า โดยเพื่อให้สามารถรับผิดชอบต่อลูก ซึ่งเงิน 1,000 บาท น่าจะน้อยเกินไป มีการฟ้องหย่า แล้วสามีต้องส่งเสียให้คุณ คุณอาจจะให้สามีรับผิดชอบเลี้ยงดูมากกว่า 1,000 บาท โดยที่คุณต้องเขียนข้อมูลทุกอย่างที่ต้องการให้สามีรับผิดชอบต่อลูกไว้เป็นข้อๆ แล้วก็บันทึกไว้ท้ายการหย่า หลังจากหย่ากันแล้ว หากสามียังไม่ทำตามบันทึกท้ายการหย่า ถือว่า ผิดกฎหมาย
เมื่อถึงเวลานั้น คุณก็สามารถร้องต่อศาลเพื่อบังคับให้สามีส่งเสียเลี้ยงดูลูก ตามบันทึกท้ายหย่า



