
เล็งทบทวนใช้'โอเน็ต'50%ประเมินนร.
16 ก.พ. 2558
'สพฐ.' เตรียมทบทวนสัดส่วนใช้คะแนนโอเน็ตประเมินผลการเรียน 'เลขาฯ กพฐ.' ไม่เห็นด้วย 50 ต่อ 50 แนะใช้ที่ 30% 2-3 ปี ค่อยเพิ่มทีละสเต็ปไม่ก้าวกระโดดมากเกินไป
16 ก.พ. 58 ดร.กมล รอดคล้าย เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยกรณีนักเรียนชั้น ม.ปลาย กลุ่มเครือข่ายยุวทัศน์ กรุงเทพมหานคร ได้ยื่นฟ้อง พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) และเลขาฯ กพฐ. ต่อศาลปกครองกลาง กรณีกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้ออกประกาศ ลงวันที่ 4 ธันวาคม 2556 เรื่อง การปรับสัดส่วนการใช้ผลแบบทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือ โอเน็ต เป็นองค์ประกอบหนึ่งในการตัดสินผลการเรียนของผู้เรียน โดยกำหนดให้ใช้ผลการเรียนที่ประเมินโดยสถานศึกษา และผลคะแนนโอเน็ตที่จัดโดยสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ในปีการศึกษา 2557 ด้วยสัดส่วน 70 ต่อ 30 เพิ่มเป็น 50 ต่อ 50 ในปีการศึกษา 2558 ทั้งนี้ ผู้ร้องได้ขอให้ รมว.ศธ. และเลขาฯ กพฐ. ยกเลิกประกาศดังกล่าว เนื่องจากข้อสอบที่ สทศ.ออก ไม่มีความเป็นกลาง ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำได้ และยังสร้างความหนักใจให้แก่ผู้เรียน จึงขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ยังไม่ต้องนำคะแนนโอเน็ตมาใช้เป็นองค์ประกอบหนึ่งในการพิจารณาการจบช่วงชั้น จนกว่าศาลจะมีคำสั่ง
ทั้งนี้ประเด็นการนำผลคะแนนโอเน็ตไปใช้มีสาเหตุสำคัญ 2 ประการ คือ ต้องการใช้คะแนนโอเน็ตวัดมาตรฐานคุณภาพการศึกษาของประเทศ และเพื่อให้เด็กมีความตั้งใจเรียนในห้องเรียน ซึ่งหลักคิดนี้ จึงได้มากำหนดเป็นประกาศกระทรวงศึกษาธิการ อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่นักเรียนฟ้องศาลปกครองกลาง เพื่อคุ้มครองให้มีการชะลอ เรื่องนี้ สพฐ.ก็รับฟัง ถ้าศาลปกครองเรียกให้ไปชี้แจง ก็จะอธิบายเหตุผลตามที่บอกเบื้องต้น แต่ถ้าศาลปกครองมีคำสั่งอย่างไร สพฐ.ก็พร้อมที่จะปฏิบัติ
"คะแนนโอเน็ต ไม่ได้ทำให้เด็กที่อยู่ในโรงเรียนต่างกันเสียสิทธิ์ เพราะคะแนนโอเน็ตใช้ในการตัดสินในชั้นเรียน เพื่อให้จบการเรียนแต่ละช่วงชั้นเท่านั้น ซึ่งแข่งขันในกลุ่มนักเรียนด้วยกันในแต่ละพื้นที่ จะไม่เหลื่อมล้ำกันมากนัก เบื้องต้นเราใช้เพียง 30% ในปี 2557 แต่อย่างไรก็ตาม การเพิ่มสัดส่วนคะแนนโอเน็ตมาเป็น 50% ในปี 2558 สพฐ.ก็มีความเห็นว่า อาจจะเพิ่มเร็วเกินไป และตอนนี้ก็กำลังเตรียมทบทวน เพราะโดยส่วนตัวก็ไม่เห็นด้วย น่าจะใช้สัดส่วนคะแนนโอเน็ต 30% สัก 2 - 3 ปีไปก่อน เมื่อลงตัวแล้วค่อยเพิ่มไปทีละสเต็ปไม่ก้าวกระโดดไปมากเกินไป ซึ่งก่อนหน้านี้ที่จะประกาศเพิ่มสัดส่วนโอเน็ตมาใช้ประกอบ 50% ก็มีความคิดเห็นแย้งกันมากพอสมควร"
-------------------------
(หมายเหตุ : ภาพประกอบข่าว)



