
ปลุกพลังคนไทย...'รักษ์ช้าง' ปกป้อง...สัตว์คู่บ้านคู่เมือง
15 ก.พ. 2558
ปลุกพลังคนไทย...'รักษ์ช้าง' ปกป้อง...สัตว์คู่บ้านคู่เมือง
สืบเนื่องจากที่ผ่านมาพบว่า ยังมีปัญหาการค้างาช้างผิดกฎหมายในประเทศไทย และเชื่อมโยงกับกลุ่มอาชญากรข้ามชาติ กระทั่งคณะกรรมการบริหารอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (ไซเตส) จัดให้ไทยเป็น 1 ใน 8 ประเทศ ร่วมกับจีน มาเลเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ อูกันดา แทนซาเนีย และเคนยา ที่ถูกจับตามองถึงเรื่องนี้
ทว่า หากไม่สามารถดำเนินการแก้ปัญหาได้ ภายในเดือนมีนาคม 2558 ไทยเราอาจถูกระงับการค้า (Trade Ban) สัตว์ป่าและพืชป่าตามบัญชีของอนุสัญญาไซเตส ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าหลายชนิด อาทิ ผลิตภัณฑ์หนังจระเข้ กล้วยไม้ กิ้งก่า หนังงู ผลิตภัณฑ์นกแก้ว คิดเป็นมูลค่ากว่า 3.7 หมื่นล้านบาท รวมทั้งกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศในสายต่อประชาคมโลก
เกี่ยวกับเรื่องนี้ น.ส.ภาวิณี ปุณณกันต์ อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ให้ความสำคัญยิ่ง โดยได้ปรับปรุงแก้ไขแผนปฏิบัติการงาช้างแห่งประเทศไทย เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการการทำงานแก้ปัญหาตามมาตรการต่างๆ ให้เป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
อาทิ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 พ.ร.บ.งาช้าง พ.ศ.2558 เพื่อควบคุมการค้าและการครอบครองงาช้าง ซึ่งขณะนี้มีผลบังคับใช้แล้วใน 4 ประการ คือ ประการแรก การครอบครองและการประกอบกิจการค้างาช้างและผลิตภัณฑ์จากงาช้าง จะถูกควบคุมอย่างเข้มงวด มีการจัดทำทะเบียนผู้ครอบครองและผู้ค้างาช้าง
ประการที่ 2 การค้าหรือครอบครองงาช้างแอฟริกาถือเป็นความผิด ประการที่ 3.การตรวจสอบชนิดงาช้างสามารถทำได้โดยการตรวจดีเอ็นเอ ซึ่งหากพบว่าเป็นผลิตภัณฑ์จากงาช้างแอฟริกาจะมีความผิดตามกฎหมายทันที และประการสุดท้ายเพิ่มมาตรการบังคับใช้กฎหมาย โดยจัดตั้งชุดปฏิบัติการร่วม สายตรวจการค้างาช้าง เพื่อตรวจจับผู้กระทำผิดกฎหมายทั่วประเทศ
“บ้านเรามีความผูกพันและให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ช้างซึ่งเป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมือง จึงมุ่งมั่นทุกวิถีทางในการแก้ปัญหาการค้างาช้างที่ผิดกฎหมาย และมีมาตรการเข้มข้นพร้อมบูรณาการให้ทุกหน่วยงานของรัฐหยุดลักลอบนำเข้างาช้างแอฟริกาเข้ามาในไทยโดยเด็ดขาด" อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม แจง
อีกทั้ง แจ้งให้ประชาชน ผู้ค้า นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ เกิดความเข้าใจเกี่ยวกับการซื้อขายงาช้างในประเทศไทยว่า สามารถกระทำได้เฉพาะงาช้างและผลิตภัณฑ์จากบ้านเท่านั้น รวมทั้งห้ามนำออกนอกประเทศอย่างเด็ดขาดไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น แม้จะเป็นงาช้างที่ซื้อมาอย่างถูกกฎหมายก็ตาม
ที่สำคัญ คือ การรณรงค์สร้างจิตสำนึกให้ทุกคน รักช้าง อย่าซื้องาช้าง ถือเป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพวิธีการหนึ่งนอกเหนือจากการใช้มาตรการทางกฎหมายในการหยุดยั้งขบวนการลักลอบค้างาช้างผิดกฎหมายได้ โดยนับตั้งแต่นี้กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมจะเริ่มรณรงค์ผ่านช่องทางต่างๆ อย่างเข้มข้นต่อไป



