
'พระอุโบสถ'ของ'วัดเทพฯ'ที่สูงที่สุดในประเทศ
14 ก.พ. 2558
'พระอุโบสถ' ของ 'วัดเทพฯ' ที่สูงที่สุดในประเทศ : คอลัมน์ บ้านไม่บาน โดย... อาจารย์เชี่ยว
แฟนๆ ชาว “บ้านไม่บาน” เมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสได้เข้าไปกราบ “ท่านเจ้าคุณพรหมวชิรญาณ” เจ้าอาวาส “วัดยานนาวา” เพื่อรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับการออกแบบ “พระอุโบสถ” ของ “วัดเทพฯ” ที่ จังหวัด “สุรินทร์” ที่ผมได้ลงมือทำไว้ รวมทั้งได้มีโอกาสเข้าร่วมเฉลิมฉลองในโอกาสที่ “ท่านพระครูศรีปริยัติสาทร” ซึ่งท่านเป็นเจ้าอาวาส “วัดเทพฯ” ได้รับพระราชทาน “พัดยศ” ก็ถือว่าเป็นพิธีที่ใหญ่ของจังหวัดครับ เพราะนานทีปีหนที่จะมีพระเถระชั้นผู้ใหญ่มากเดินทางจาก “กรุงเทพฯ” ไปที่จังหวัด “สุรินทร์”
จะว่าไปแล้วโครงการออกแบบ “พระอุโบสถ” ของ “วัดเทพฯ” หลังนี้ผมได้ดำเนินการออกแบบอย่างต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลาปีกว่าแล้ว ค่อยๆ เติมเสริมแต่ง ค่อยๆ ปั้น ตั้งใจจะฝากชื่อ ฝากฝีไม้ลายมือไว้ ให้อยู่ถึงรุ่นลูก, หลาน, เหลน, โหลน ให้ได้กล่าวขานทั้งยังเป็นการสืบสานพระพุทธศาสนาให้ยืนยงคงอยู่คู่สังคมไทยไปอีกนานแสนนาน เพราะผมเชื่อลึกๆ ว่า คำสอนในทุกศาสนาล้วนแล้วแต่เป็นมงคล เป็นสาระดีมีประโยชน์ ทั้งยังเป็นที่ยึดเหนี่ยวให้คนในสังคมละเว้นจากอบายมุขและลด, ละ, เลิก การทำบาป มุ่งแต่ทำความดี เพราะทุกศาสนาล้วนแล้วแต่พร่ำสอนให้คนเป็นคนดี มีเมตตา กรุณา ต่อเพื่อนมนุษย์ที่ร่วมทุกข์ ซึ่งผมจึงถือว่าเป็น “หน้าที่ทางจริยธรรม” ที่บรรดาชาว “คนรักบ้าน” ทุกท่าน ต้องทำหน้าที่ทำนุบำรุงทุกศาสนาที่ท่านนับถือครับ
เหตุผลสำคัญสำหรับผมในการมีส่วนร่วมในการออกแบบและก่อสร้าง “พระอุโบสถ” ที่สูงที่สุดในประเทศหลังงามนี้คือการที่มีโอกาสได้ทำบุญอุทิศส่วนกุศลแก่ “บุพการี” ของผมที่ได้ล่วงลับไปแล้ว พอคิดได้เช่นนี้ ก็จะเกิดความปีติที่ได้ลงมือกระทำการงานอันเป็นมงคลยิ่งนี้ นอกจากนี้ เหตุผลสำคัญอีกประการของพระอุโบสถหลังนี้ คือ "วัดเทพฯ” เป็นวัดเดียวที่ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองแต่ยังไม่มีพระอุโบสถ จึงทำให้ไม่สามารถประกอบกิจของสงฆ์ได้ครบถ้วน กอปรกับในส่วนตัวของผมก็มีความคุ้นเคยกับเจ้าอาวาสที่ท่านเป็นนักพัฒนา มีความคิดหลายอย่างตรงกัน จึงตกปากรับคำว่าจะช่วยงานใหญ่ของท่านให้ลุล่วง
ไหนๆ ก็จะทำงานใหญ่ทั้งทีก็ขอฝากชื่อไว้และตั้งใจแน่วแน่ว่าจะทำการออกแบบและช่วยงานในการก่อสร้างให้แล้วเสร็จภายในชาตินี้ ไม่ขอทำในชาติหน้า ถึงแม้ว่าตัวพระอุโบสถจะมีขนาดใหญ่โตมโหฬารมิใช่น้อย ซึ่งผมออกแบบให้มีความสูงจากฐานถึงปลายยอดพระธาตุที่อยู่บนสุดถึง 219 เมตร เรียกได้ว่าเมื่อก่อสร้างเสร็จก็น่าจะเป็น “พระอุโบสถ” ที่สูงที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย เหตุผลง่ายๆ คือผมอยากให้ยอดบนสูงสุดที่ในประเทศเพราะในอนาคตจะทำการบรรจุ “พระบรมสาริกธาตุ” จึงต้องเห็นได้ในระยะไกลแบบ 360 องศา เป็นระยะทางหลายสิบกิโลเมตรโดยรอบ เรียกว่าพอแหงนหน้าขึ้นไปคราใด ก็จะเห็นเรือนพระธาตุสว่างสุขไสว เป็นที่พึ่งทางจิตใจของบรรดาผู้ตกทุกข์ได้ยาก เนื่องจากพื้นที่ในวัดมีค่อนข้างจำกัด ผมเลยให้ออกแบบให้ “พระอุโบสถ” หลังนี้เป็นอาคารประเภทอเนกประสงค์สามารถใช้งานได้หลากหลาย คือเป็นทั้งโบสถ์, วิหาร, ศาลาการเปรียญ, โรงเรียนปริยัติธรรม, เป็นที่ปฏิบัติธรรมนั่งสมาธิ ฯลฯ ทั้งยังสามารถประกอบกิจอื่นๆ ของสงฆ์ได้อย่างหลากหลายเป็นอย่างยิ่งครับ
ถือว่าเป็นมงคลชีวิตที่ได้ไปกราบ “ท่านเจ้าคุณพรหมวชิรญาณ” ซึ่งท่านเป็นพระเถระชั้นผู้ใหญ่ที่มีลูกศิษย์ลูกหาครึ่งค่อนประเทศ ทั้งมีโอกาสเข้าร่วมงานพิธีเฉลิมฉลอง “พัดยศ” ของ “ท่านพระครูศรีปริยัติสาทร” และยังได้มีโอกาสออกแบบ “พระอุโบสถ” หลังงามนี้ นำบุญมาบอกกล่าวแก่บรรดาแฟนๆ ใครอยากมีส่วนร่วมสามารถติดต่อที่ผมหรือที่ท่านเจ้าอาวาส “วัดเทพฯ” เพราะการสร้างโบสถ์นั้นคนโบราณถือว่าเป็นงานใหญ่เป็นบุญใหญ่ บุญหนัก จะต้องร่วมด้วยช่วยกัน ทั้งยังเป็นการจรรโลงสืบสานต่อศาสนา สำหรับสัปดาห์นี้ก็ให้ท่านผู้อ่านได้ชื่นชมความงามของ “พระอุโบสถ” ของ “วัดเทพฯ” ที่สูงที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศที่กำลังจะก่อสร้างขึ้นที่จังหวัด “สุรินทร์” ไปพร้อมๆ กันครับ
.......................................
(หมายเหตุ 'พระอุโบสถ' ของ 'วัดเทพฯ' ที่สูงที่สุดในประเทศ : คอลัมน์ บ้านไม่บาน โดย... อาจารย์เชี่ยว)



