
ถมดินรุกล้ำแม่น้ำเจ้าพระยา
10 ก.พ. 2558
เปิดซองส่องไทย : ถมดินรุกล้ำแม่น้ำเจ้าพระยา
ข้าพเจ้านายสมชัย เป็นชาวบ้านอยู่ที่หมู่ 3 ต.สำโรง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ได้มีนายทุนมาซื้อที่ดินริมแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งที่ดินแปลงนี้ได้ถูกน้ำกัดเซาะไปมากแล้ว ไม่มีใครดูแลมานานนับหลายสิบปี ดูได้จากแผนที่ดาวเทียม
เมื่อปี 2556 นี้ เจ้าของที่ดินที่มาซื้อใหม่นี้ได้ทำการถมดินลงแม่น้ำเจ้าพระยาโดยไม่ได้ขออนุญาตเทศบาลเมืองปู่เจ้าสมิงพราย และกรมเจ้าท่าจังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งการถมดินลงแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นการผิดกฎหมายว่าด้วยเรื่องที่ดินชายตลิ่งที่ถูกน้ำกัดเซาะ
โดยทางกรมเจ้าท่าสมุทรปราการได้แจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าของที่ฐานฝ่าฝืนคำสั่งห้าม ที่สภ.สำโรงใต้ และในเดือนธันวาคม 2556 เทศบาลเมืองปู่เจ้าสมิงพรายได้แจ้งความให้ดำเนินคดีกับเจ้าของที่ดินฝ่าฝืนคำสั่งห้ามถมดินและการบุกรุกที่สาธารณะสมบัติของแผ่นดินที่สภ.สำโรงใต้
จนถึงปัจจุบันทางตำรวจสภ.สำโรงใต้ ยังไม่ดำเนินการสั่งระงับการถมดินลงแม่น้ำเจ้าพระยา ยังคงปล่อยให้นายทุนเจ้าของที่ดินเร่งถมดินเร็วกว่าเดิม ข้าพเจ้าได้โทรสอบถามผู้กำกับสภ.สำโรงใต้ ว่าทำไมไม่สั่งระงับการถมดิน ผู้กำกับตอบว่าไม่รู้ว่าจะใช้กฎหมายอะไรไปสั่งระงับการถมดิน
ซึ่งการถมดินลงแม่น้ำเจ้าพระยาครั้งนี้กินเนื้อที่มากมายหลายสิบไร่เลย มูลค่ากว่าพันล้านบาท สถานที่ถมดินลงแม่น้ำเจ้าพระยาอยู่ ใกล้ท่าเรือกรมสรรพวุธทหารเรือบางนา ใกล้วัดโยธินประดิษฐ์ (วัดบางวัว) เข้าไปสุดถนนที่จัดสรรเปรมฤทัย ขอให้ทางหนังสือพิมพ์ คมชัดลึก ช่วยเผยแพร่ข่าวและช่วยติดตามเรื่องนี้ด้วย เพราะน่าจะเกินกำลังของทางเทศบาลเมืองปู่เจ้าสมิงพราย และกรมเจ้าท่าจังหวัดสมุทรปราการ ทางผกก.ก็ตอบแบบไม่รู้จะทำอย่างไรได้ ผมไม่รู้จะพึ่งใครในชาติได้แล้ว เวลานี้ขอให้ท่านช่วยเป็นสื่อกลางในการค้นหาความจริงให้ด้วย เพราะบ้านผมได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก โปรดเห็นใจชาวบ้านตาดำๆ อย่างผมด้วย
สมชัย / สมุทรปราการ
ตอบ
นายสรรเกียรติ กุลเจริญ นายกเทศมนตรีเมืองปู่เจ้าสมิงพราย จ.สมุทรปราการ ชี้แจงว่า มีนายทุนในนามบริษัทแห่งหนึ่งได้ไปซื้อที่ดินจากบริษัทเกี่ยวกับการจัดการทรัพย์สิน ซื้อมาเมื่อประมาณกลางปี 2556-2557 เพิ่งซื้อมาได้ไม่นาน โดยซื้อตามโฉนดที่ดิน โดยซื้อทั้งหมด 3 แปลงด้วยกัน แต่สภาพความเป็นจริงที่ดินที่ซื้อทั้ง 3 แปลง มีเนื้อที่ดินเหลืออยู่เพียงเล็กน้อยเท่านั้นโดยเนื้อที่ไม่เต็มตามโฉนด
ทางบริษัทจึงได้ดำเนินการถมที่ซึ่งที่ตรงนี้กลายเป็นแม่น้ำเจ้าพระยาไปแล้ว เพราะว่ามีโฉนดที่ดินแต่ไม่มีพื้นที่ดิน คือเนื้อที่ไม่ตรงตามโฉนด เนื้อที่เหลือบ้างบางส่วนเท่านั้น แต่โฉนดมี 3 แปลง พอบริษัทเริ่มทำการถมดินก็มีชาวบ้านมาร้องเรียนกับกรมเจ้าท่าสมุทรปราการ และเทศบาล ทางเทศบาลจึงได้ออกตรวจสอบและก็สั่งระงับการถมที่ดินโดยเด็ดขาด โดยให้มาขออนุญาตที่ที่ดินให้ถูกต้องก่อนแต่ทางที่ดินไม่ได้มายื่นเรื่อง
หลังจากนั้นกรมเจ้าท่าสมุทรปราการได้ขอให้เทศบาลมาแจ้งความดำเนินคดีกับบริษัทดังกล่าวนี้กับสภ.สำโรงใต้ ถึงแม้ว่าเทศบาลจะเข้าแจ้งความแล้ว แต่เจ้าของที่ก็ยังไม่ยอมหยุดที่จะถมดิน ยังคงถมดินต่อไปเรื่อยๆ และเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ให้เทศบาลขอรังวัดสอบเขต ไปรังวัดสอบเขตก็ไม่ยอมมาชี้เขตไปเรื่อยๆ พอเทศบาลได้ไปแจ้งความดำเนินคดีตอนนี้เรื่องอยู่ระหว่างการดำเนินคดีของตำรวจและอัยการยังไม่ไปถึงชั้นศาล เพราะว่าให้เทศบาลรังวัดที่ดินพิพาท แต่ว่ายังรังวัดไม่ได้เพราะยังขาดอยู่อีก 1 แปลง อยู่ระหว่างรังวัดแปลงสุดท้าย
แต่ทางบริษัทนี้ก็ยังไม่ยอมหยุดที่จะถมดินก็ยังคงถมดินต่อไปเรื่อยๆ จนถึงปัจจุบัน และการถมดินบริเวณนี้ก็เป็นการปิดบังทางน้ำ ก็ได้ถมทับทางระบายน้ำของชุมชนออกจากแม่น้ำเจ้าพระยา ถมทับทางระบายน้ำไป แต่พอชาวบ้านเดือดร้อนหนักเข้าก็ได้มาวางท่อระบายน้ำให้ พอชาวบ้านร้องเรียนมาก ก็ขุดท่อระบายน้ำขึ้น ชาวบ้านก็ไม่มีทางระบายน้ำอีก บ้านของคนที่ได้รับผลกระทบที่ร้องเรียนให้ช่วยเหลือนั้นอยู่ในลักษณะเหมือนไข่แดง ทางบริษัทก็ได้สร้างรั้วเหล็กสูงประมาณ 6 เมตร เหมือนเป็นการกลั่นแกล้งชาวบ้าน ปิดทางที่ไปติดกับที่ของเขา
ตอนนี้อยู่ระหว่างเทศบาลดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่ผลจะเป็นอย่างไรนั้นยังไม่ทราบ แต่นายทุนก็ยังคงถมที่อยู่เรื่อยๆ โดยไม่สนใจใดๆ ทั้งสิ้น ชาวบ้านก็ไปร้องที่ คสช. ก็ทำประชาคม ประชาชนก็ให้ข้อมูลกับคสช. ทางทหารเรือก็ดำเนินการเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน จริงๆ แล้วพื้นที่ตามโฉนดยังไม่ได้กินพื้นที่ แต่ถ้าตามภูมิศาสตร์ของแม่น้ำเจ้าพระยาในปัจจุบันกินพื้นที่เป็นจำนวนมากแล้ว
ด้าน พ.ต.อ.อรรถพล อนุสิทธิ์ ผกก.สภ.สำโรงใต้ ชี้แจงว่า เรื่องนี้ได้มีการส่งฟ้องศาลดำเนินคดีไปแล้ว ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนของชั้นศาล และมีผู้ต้องหาเรียบร้อย ผลออกมาจะเป็นอย่างไรก็ต้องอยู่ในดุลพินิจของศาล
และทางทีมงานลุงแจ่มได้ติดต่อสอบถามไปยังสำนักเจ้าท่าภูมิภาคสาขาสมุทรปราการ แล้ว แต่ไม่มีการตอบรับแต่อย่างใด ได้มีการเกี่ยงกันไปมาว่า ไม่มีหน้าที่ในความรับผิดชอบในส่วนนี้
สามี(ตัวดี)ทำพินัยกรรมยกทรัพย์สินให้ลูก
มีเรื่องร้อนใจอยากทราบค่ะ คือดิฉันกับสามีแต่งงานกันมา 15 ปี ไม่มีลูกด้วยกัน แต่เราได้จดทะเบียนสมรสกันค่ะ ปรากฏว่า ดิฉันเพิ่งจับได้ว่า สามีไปมีหญิงอื่นแล้วก็กำลังจะมีลูกด้วยกัน หลังจากทราบเรื่องก็มีปัญหากันมาตลอด ดิฉันบอกว่า ถ้าเป็นอย่างนี้ก็หย่าจากกันไปเลย แต่สามีไม่ยอม เลยไม่รู้จะทำอย่างไร
อยากทราบว่า เมื่อเด็กคนนั้นเกิดมา จะมีสิทธิในทรัพย์สมบัติของดิฉันกับสามีไหมคะ แล้วดิฉันควรจะจัดการกับเรื่องทรัพย์สินอย่างไร เพราะดูแล้วสามีไม่ยอมหย่า
สำหรับดิฉันเองนั้นก็ยังรักสามีอยู่ ใจจริงก็ไม่อยากหย่า แต่ก็ไม่อยากอยู่ในสภาพอย่างนี้ จึงอยากทำทุกอย่างให้ถูกต้องในเรื่องของทรัพย์สินที่มีอยู่ ถ้าเกิดสามีหรือดิฉันเป็นอะไรไปจะได้ไม่มีปัญหาภายหลัง
เดือน
ตอบ
ศูนย์ปรึกษากฎหมายชุมชน อาจารย์ปราชญา อ่อนนาค คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต แนะนำเรื่องนี้ว่า ในทางกฎหมาย หลังจากสมรสแล้ว ทรัพย์สินที่เกิดขึ้นหลังมีการสมรสเรียกว่า สินสมรส เมื่อมีการหย่าร้าง หรือ เลิกรากัน หรือ สามีเสียชีวิต สินสมรสนี้จะต้องแบ่งออกเป็นสองส่วน โดยคุณได้รับหนึ่งส่วน และสามีได้รับอีกหนึ่งส่วน กรณีที่สามีเสียชีวิต ส่วนของสามีก็จะกลายเป็นมรดกที่จะมีทายาทเป็นผู้รับมรดก
ส่วนเด็กที่เกิดมานั้น หากพ่อไม่เซ็นรับรอง เด็กจะกลายเป็นบุตรนอกสมรส ซึ่งไม่มีผลรองรับทางกฎหมาย จะไม่มีสิทธิได้รับมรดกตามกฎหมาย แต่ถ้าพ่อไปเซ็นรับรองบุตร เด็กจะกลายเป็นลูกที่ถูกต้องตามกฎหมายขึ้นมาทันที และมีสิทธิรับมรดกจากผู้เป็นพ่อเทียบเท่ากับลูกของคุณ ถ้าคุณมีลูก หรือจะกลายเป็นผู้รับมรดกถ้าสามีคุณเสียชีวิต
ดังนั้น เรื่องของทรัพย์สินที่คุณกังวล เบื้องต้นคงต้องคุยกับสามีดูว่า จะดำเนินการอย่างไร ถ้าคุณอยากทำให้ชัดเจน มีอยู่สองทางในขณะนี้ อย่างแรก ให้สามีเขียนพินัยกรรมขึ้นมา โดยยกทรัพย์สินที่มีให้แก่คุณเป็นผู้รับมรดก อยู่ที่ว่าสามีจะยินยอมรับเงื่อนไขนี้หรือเปล่า แต่พินัยกรรมนี้จะมีผลหลังจากสามีเสียชีวิตไปแล้ว
ทางที่สอง สามีอาจจะทำเป็นสัญญาระหว่างสมรส ด้วยการยกทรัพย์สินที่มีให้แก่คุณ แต่ในสัญญาระหว่างสมรสนี้ หากเมื่อใดก็ตามที่สิ้นสุดการสมรส แล้วสามีเกิดอยากจะเปลี่ยนแปลงในสิ่งที่เคยยกให้แก่คุณ สามีสามารถขอยกเลิกสัญญาได้ เนื่องจากกฎหมายยินยอมให้ทำเช่นนี้ได้



