ไลฟ์สไตล์

คมเลนส์ส่องพระประจำวันที่8ก.พ.2558

คมเลนส์ส่องพระประจำวันที่8ก.พ.2558

08 ก.พ. 2558

คมเลนส์ส่องพระประจำวันที่8ก.พ.2558 : แล่ม จันท์พิศาโล

               *** คมเลนส์ส่องพระ วันนี้ขอเริ่มด้วย พระสมเด็จ พิมพ์ใหญ่ กรุบางขุนพรหม...วัดบางขุนพรหม เป็นวัดเก่าแก่มีมาแต่ครั้งกรุงธนบุรี ต่อมาในสมัยรัตนโกสินทร์ได้เปลี่ยนชื่อเป็น "วัดวรามะตาราม" และได้เปลี่ยนชื่ออีกครั้งเป็น "วัดใหม่อมตรส" แต่ชาวบ้านก็ยังเรียกชื่อว่า วัดบางขุนพรหมใน คู่กับวัดบางขุนพรหมนอก คือ วัดอินทรวิหาร...ปลายสมัยรัชกาลที่ ๔ เสมียนตราด้วง ผู้เป็นต้นสกุล "ธนโกเศศ" ได้บูรณปฏิสังขรณ์วัดขึ้นใหม่เมื่อ พ.ศ.๒๔๑๑ และได้สร้าง เจดีย์ใหญ่ ขึ้น ในโอกาสนั้น เสมียนตราด้วง ได้อาราธนา เจ้าประคุณ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) วัดระฆัง เพื่อทำพิธีสร้าง พระสมเด็จ บรรจุไว้ในเจดีย์องค์ใหญ่ โดยเจ้าประคุณ สมเด็จฯ โต ได้มอบผงผงวิเศษ ๕ ประการ ให้เป็นส่วนผสมหลัก เมื่อสร้างเป็นองค์พระสมเด็จเสร็จแล้ว เจ้าประคุณ สมเด็จฯ โต ได้ทำพิธีปลุกเสกเรียบร้อยแล้วจึงได้นำไปบรรจุไว้ในองค์เจดีย์ใหญ่ หลังอุโบสถ เมื่อปี ๒๔๑๓ มีทั้งหมด ๑๐ พิมพ์ คือ พิมพ์ใหญ่, พิมพ์ทรงเจดีย์, พิมพ์เกศบัวตูม, พิมพ์ฐานแซม, พิมพ์ปรกโพธิ์ (มีน้อย), พิมพ์ฐานคู่, พิมพ์สังฆาฏิ, พิมพ์เส้นด้าย, พิมพ์อกครุฑ และพิมพ์ไสยยาสน์
คมเลนส์ส่องพระประจำวันที่8ก.พ.2558
 
               ....เนื่องจากการกดพิมพ์องค์พระมีความเร่งรีบ เพื่อให้ทันกำหนดพิธีปลุกเสก ทำให้ พระสมเด็จ บางองค์ไม่คมชัด และมีการตัดขอบองค์พระไม่เรียบร้อยเท่าที่ควร...ในสมัยที่เกิดสงครามโลก ครั้งที่ ๑ ได้มีชาวบ้านไปแอบขุดองค์พระสมเด็จ จากเจดีย์องค์ใหญ่ เพื่อเอาไว้ใช้คุ้มครองตัว...การแอบขุดได้กระทำติดต่อกันมาโดยตลอด ทางวัดจึงได้ทำ พิธีเปิดกรุ อย่างเป็นทางการ ขึ้นเมื่อ พ.ศ.๒๕๐๐ พระสมเด็จ ที่ได้นี้เรียกว่า พระกรุใหม่ ส่วนที่ได้ก่อนหน้านั้นเรียกว่า พระสมเด็จ กรุเก่า สำหรับองค์ในภาพนี้ คือ พระสมเด็จ พิมพ์ใหญ่ กรุบางขุนพรหม ลักษณะเป็นพระพิมพ์ตื้น แต่ยังความคมชัดพอสมควร รอยบิ่นมุมบนนั้นเกิดขึ้นมาแต่ดั้งเดิม ก่อนบรรจุกรุ พิมพ์ทรงองค์พระสวยงาม เนื้อพระลักษณะเกลี้ยงสะอาดตา ดูง่าย เป็นพระกรุเก่าที่น่าสะสมเอาไว้บูชาเป็นอย่างยิ่ง เป็นพระของ ต้น ท่าพระจันทร์ คนรุ่นใหม่ หัวใจรักการสะสมพระตั้งแต่เด็กๆ โดยมีคุณพ่อเป็นต้นแบบ 
 
               ** องค์ต่อไป พระยอดธง สมัยอยุธยา เนื้อทองคำ ชนะเลิศจากงานประกวดพระ ที่สนามม้านางเลิ้ง ของ วีระภูมิ พละภิญโญ นักสะสมพระเครื่องคนรุ่นใหม่ไฟแรงอีกคนหนึ่งของวงการพระเครื่อง...พระยอดธง ปางมารวิชัย ส่วนใหญ่สร้างในสมัยอยุธยา จนถึงยุครัตนโกสินทร์ จุดประสงค์สำคัญเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจเสริมสิริมงคลให้ไพร่พลทหารในกองทัพ โดยอาราธนา พระพุทธรูปลอยองค์ มาเสียบไว้ที่ "ยอดเสาธง" ประจำกองทัพ พระยอดธง ที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงเป็นที่แสวงหาของนักนิยมพระเครื่องอย่างมาก คือ พระยอดธงสมัยอยุธยา เนื่องจากเป็นพระเก่าแก่ที่ผ่านการศึกสงครามมาแล้ว แสดงถึงพุทธคุณล้นเหลือในการคุ้มครองกองทัพทั้งกองทัพ ไม่ใช่รายบุคคล จึงเชื่อว่ามีความศักดิ์สิทธิ์เข้มขลังเป็นพิเศษ ทุกวันนี้เป็นพระที่หาของแท้ได้ยากยิ่ง โดยเฉพาะ พระเนื้อทองคำ เช่นองค์ในภาพนี้ 
 
               ** ในช่วงที่เศรษฐกิจซบเซาเช่นนี้ พระเครื่องหลายสำนัก ขายไม่ออกเอาซะเลย แต่ที่มีการซื้อขายมีของหมุนเวียนอยู่เสมอๆ คือ พระหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ รุ่นที่ทัน พระอาจารย์ทิม ปลุกเสก ที่น่าสนใจพิมพ์หนึ่ง คือ พระหลวงพ่อทวด หลังเตารีด พิมพ์กลางปั๊มซ้ำ ปี ๒๕๐๕ เนื่องจากราคาไม่สูงมากนัก...คำว่า "ปั๊มซ้ำ" มาจากการที่องค์พระซึ่งหล่อแบบโบราณออกมาไม่สวยคมชัดเท่าที่ควร ทางวัดจึงให้โรงงานแก้ไข โดยทำแม่พิมพ์ขึ้นมาให้ แล้วเอาองค์พระที่หล่อแบบโบราณนั้นมาเข้าเครื่องปั๊ม (กระแทก) ด้วยแม่พิมพ์ซ้ำรอยเดิม บางองค์จะมีรอยเขยื้อนบ้าง ไม่มากก็น้อย พระหลวงพ่อทวด หลังเตารีด พิมพ์กลาง ส่วนมากผ่านการ ปั๊มซ้ำ ทั้งนั้น ในอดีตมีค่านิยมในระดับเดียวกับ หลังเตารีดใหญ่ พิมพ์เอ เพราะเป็นพิมพ์ที่หายากพิมพ์หนึ่งในตระกูล พระหลวงพ่อทวด หลังเตารีด ด้วยกัน องค์ที่โชว์นี้ยังคงความสวยงามและสมบูรณ์แบบพระเก่าเก็บดั้งเดิม จุดเด่นของพระองค์นี้ คือ เป็นพระที่มีฟอร์มสวยงาม ที่สำคัญมีความคมชัดมากๆ รอยปลิ้นเนื้อโลหะเนื่องจากการปั๊มกระแทกแลดูมีเสน่ห์ ร่องหน้าผากคมชัด ที่สำคัญพระองค์นี้มีดินเบ้าตามซอกอย่างสมบูรณ์ เจ้าของ คือ ดิษพงศ์ พงษ์รัตนกูล เป็นกรรมการตัดสินโต๊ะ พระหลวงพ่อทวด โดยตรง มีฉายาในวงการ คือ ดิษ พระรามห้า อาชีพหลักคือเป็นพนักงานประจำ บริษัทปูนซิเมนต์ไทย อาชีพรอง คือ เป็นเจ้าของร้านพระเครื่องชื่อ ภควา ชั้น ๓ ห้างพันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน 
 
               ** พระไพรีพินาศ เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์องค์หนึ่งของวัดบวรนิเวศวิหาร สมัยที่ ในหลวง ร.๔ ทรงพระผนวชอยู่ที่วัดนี้ มีผู้คิดปองร้ายพระองค์เสมอ จนเมื่อพระองค์ได้รับการทูลเกล้าฯ ถวายพระพุทธรูปองค์นี้ ปรากฏว่าผู้ปองร้ายมีอันเป็นไปทุกคน ทรงเห็นความศักดิ์สิทธิ์ของพระพุทธรูปองค์นี้ จึงพระราชทานพระนามพระพุทธรูปองค์นี้ว่า พระไพรีพินาศ เมื่อปี ๒๔๙๕ วัดบวรฯ ได้เททองหล่อ พระกริ่ง โดยจำลองรูปแบบจาก พระไพรีพินาศ มี ๒ พิมพ์ คือ พิมพ์บัวเหลี่ยม และ พิมพ์บัวแหลม พร้อมกับมีการสร้าง พระบูชา และ เหรียญไพรีพินาศ ขนาดเล็กประมาณเท่ากับพระปรกใบมะขาม ถือเป็นเหรียญเล็กจิ๋วแต่แจ๋ว ที่มีรูปแบบสวยงามน่ารักมาก และนิยมกันอย่างกว้างขวาง ในภาพนี้เป็นเหรียญของ อ้วน นครปฐม ๑ ในทีมงานนิตยสาร พระท่าพระจันทร์ ผู้มีความสามารถในการดูพระเครื่องได้หลายหน้า 
 
               ** หลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง เป็นพระเกจิอาจารย์ผู้มีวิชาอาคมสูงแห่งเมืองสิงห์บุรี ท่านได้สร้างพระเครื่องหลายรูปแบบ หลายรุ่น ที่โด่งดังมาก และมีผู้นิยมอย่างกว้างขวาง คือ พระสมเด็จ พิมพ์แพพัน เนื้อผิวมะระ ปี ๒๕๑๐ จำนวนสร้างน้อย เนื้อมวลสารผงพุทธคุณ ปูนเปลือกหอย เนื้อผงสมเด็จวัดระฆัง บรรจุตะกรุดทองคำ จารมือ หลวงพ่อแพ จำนวน ๓ ดอก เรียงเป็นแบบรถไฟต่อกัน องค์ในภาพนี้ติดรางวัลชนะเลิศ งานประกวดพระ ที่สนามม้านางเลิ้ง เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑ กุมพาพันธ์ ๒๕๕๘ ด้วยความสวยสมบูรณ์คมชัดเป็นพิเศษ ทำให้ ช่างเกียรติ สิงห์บุรี ขอเช่าต่อทันที ขอชมองค์จริงได้ที่โทร.๐๘-๑๗๗๓-๓๔๔๗ (หลวงพ่อแพ เป็นชาวพรหมบุรี เกิดเมื่อวันที่ ๑ มกราคม ๒๔๔๘ มรณภาพ ด้วยโรคชรา เมื่อวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๒ สิริอายุ ๙๕ ปี พรรษา ๗๒) 
 
               ** ข่าวดี เว็บไซต์ พระล้านนา.คอม เปิดบริการ "เซอร์พระ" รับ ตรวจสอบพระ ให้กับท่านนักสะสมพระเครื่อง หรือผู้สนใจทั่วไป โดยใช้แบบมาตรฐานสากล เช่นเดียวกับ Sotheby ประเทศอังกฤษ โดยกรรมการแต่ละชุด ตามประเภทพระ ลงคะแนนโหวต เสร็จแล้วกรรมการกลางตรวจรับรอง ถ้าเป็น พระแท้ ก็จะออกใบรับรองให้ การเซอร์พระ จะจัดทุกเดือน เดือนละครั้ง ใบรับรอง (Certificate) จัดส่ง EMS ทางไปรษณีย์ภายในเวลา ๗ วันทำการ เริ่มวันอาทิตย์ที่ ๑ มีนาคม ๒๕๕๘ ณ ห้องมันดาเลย์ ชั้น ๒ สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดรับพระ เวลา ๐๙.๐๐-๑๓.๐๐ น. รับพระคืนเวลา ๑๖.๐๐ น. ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.pralanna.com \ ** ขอขอบพระคุณ ทุกท่านที่ได้ติดตามอ่านคอลัมน์นี้มาตลอด พบกันใหม่ในวันเสาร์และวันอาทิตย์ต่อไป...นะมัสเต ***