
โลกของ เอชอาร์-วี ครอสโอเวอร์พรีเมียม
07 ก.พ. 2558
เปิดโลกยนตรกรรม : โลกของ เอชอาร์-วี ครอสโอเวอร์พรีเมียม : โดย...ยุทธพงษ์ ภาษี
ว่ากันตามระเบียบรถครอสโอเวอร์ หรือรถอเนกประสงค์ที่ไม่มีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อเต็มรูปแบบเหมือนออฟโรด ในบ้านเรานั้นคนใช้งานรู้จักกันมานาน ครอสโอเวอร์ อาจจะเข้าใจง่ายๆ ว่า ตัวรถมาจากพื้นฐานของรถนั่งเป็นส่วนใหญ่ ระยะต่ำสุดของพื้นยกขึ้นสูงเหมือนรถออฟโรดแต่ว่า บรรดาฟังก์ชันต่างๆ ใช้งานเท่ากับรถเก๋ง คุณสมบัติอื่นๆ ที่ควรมีแบบรถออฟโรด ไม่ต้องพูดถึง เพราะออฟโรดเขาลึกซึ้งมากมายนัก ตั้งแต่วัสดุที่ใช้ ถ้าออฟโรดมันจะต้องกันน้ำ หรือเปื้อนยาก ทำความสะอาดได้ง่าย หรือการวางมุมเข้า มุมจากของรถก็คนละเรื่องกัน หรืออย่างเช่นชนิดของยางก็คนละแบบ เพราะจุดประสงค์ของครอสโอเวอร์นั้น ถนนที่ใช้ไม่มีระดับความยาก ถ้าจัดความยากแบบออฟโรด คือ 1-10 แล้วล่ะก็คอร์สโอเวอร์ไปได้แค่ 2-3 ก็ถือว่าเต็มกลืนแล้ว ดังนั้นคอร์สโอเวอร์จึงเป็นรถเมืองโดยแท้
ผมเพิ่งได้ทดสองครอสโอเวอร์ใหม่ ของฮอนด้า ในรุ่นเอชอาร์-วี (Honda HR-V) ซึ่งบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ได้เปิดตัวครอสโอเวอร์ตัวนี้ไปเมื่อ 2 เดือนที่แล้ว โดยเอชอาร์-วี นั้นถือเป็นเซ็กเมนท์ใหม่ของฮอนด้า เมืองไทยที่เปิดขาย ก่อนหน้านี้มีแต่รถเอสยูวีคันใหญ่คือซีอาร์-วี ที่เราคุ้นเคยกันดี
เอชอาร์-วี ขนาดย่อมลงมาหน่อย เล็กกว่าซีอาร์-วี แนวทางการพัฒนารถคือให้เป็นสปอร์ต ครอสโอเวอร์ แล้วก็มีความทันสมัยเพราะว่าวางให้เป็นพรีเมียม โดยผ่านการออกแบบตัวรถ การใช้วัสดุ การติดตั้งฟังก์ชันการใช้งานต่างๆ และเครื่องยนต์ที่ต้องไปด้วยกันกับคอนเซ็ปต์ที่ว่า เท่าที่ดูนอกจากแอคคอร์ดแล้วก็เห็นมีเอชอาร์-วี คันนี้ล่ะที่ถือว่า เป็นเจเนอเรชั่นใหม่ มีของดีของฮอนด้าอยู่ครบ
ผมว่าคนซื้อส่วนใหญ่อยากได้ รถที่ต้องไม่เล็กเกินไปและไม่ใหญ่เกินไป ใช้งานได้มากกว่ารถเก๋งขอให้คล่องตัว เอชอาร์-วี นั้นขับง่าย มุมมอง มุมกะระยะพอดีพอดี สไตล์รถที่มีลูกเล่นแบบรถคูเป้ ด้วยดีไซน์ ให้มือจับประตูหลังกลมกลืนไปกับรถ มองแล้วดูเป็นคูเป้ สองประตูถ้าไม่บอกไม่รู้เลยว่า คันนี้ 4 ประตูเอาล่ะแม้จะเป็นลูกเล่นที่เก่าดั้งเดิม เพราะเคยเห็นแบบนี้มาในรถอื่นๆ อย่างอัลฟ่า หรือ นิสสัน จู๊ค แต่ก็ไม่ทำให้รู้สึกว่าขัดเขินอะไร กลับชอบมากกว่า เข้าไปในรถ เงยหน้าขึ้น เจอหลังคาซันรูฟไฟฟ้าแบบพาโนรามา นี่ก็ถูกใจเพราะว่า เปิดได้กว้างทำให้รถโปร่ง หลังคานี้มีเฉพาะตัว ที่ราคาล้านบาท ถ้าซื้อได้ก็เอามันไปด้วยเถอะเวลาไปเขาใหญ่ ไปไหนต่อไหนลองเปิดดูได้อรรถรส ใหม่ๆ ของการใช้รถ เชื่อผม
บรรดาฟังก์ชันต่างๆ ของรถนั้น โดยเฉพาะสิ่งอำนวยความสดวกเรื่องระบบไฟ ไม่ว่าไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบแอลอีดี ไฟส่องตอนเข้าบ้าน เอชอาร์-วีมาให้พร้อม อดีตต้องรถยุโรปแพงๆ อย่างเดียวถึงจะได้ใช้ ด้วยการพัฒนาภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม ถ้ามีคำนี้ต้องบอกว่า เป็นเจเนอเรชั่นใหม่ในการพัฒนารถของฮอนด้า เราได้เครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร SOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว 141 แรงม้า มาพร้อมกับระบบเกียร์ CVT ใหม่ ได้ใช้น้ำมัน E85 เอิร์ธดรีม รถจะไหลลื่น มีความฝืดน้อย จึงรู้สึกว่ากดคันเร่งน้ำมันไม่ต้องมากก็ไหลไปแล้ว บางคนอาจจะรู้สึกต่างกันตรงนี้ไม่เป็นไรแต่ ถ้าบอกว่าเจเนอเรชั่นใหม่ของฮอนด้าที่เราสัมผัสด้วยมือ เห็นด้วยตา ต้องฟังก์ชันการใช้งานที่มาเกินคาด เช่น อุปกรณ์อำนวยความสะดวกล้ำสมัย ทั้งระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว รองรับการสั่งงานด้วยเสียง Siri (สำหรับ iPhone 4s ขึ้นไป) ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ พร้อมแผงควบคุมแบบสัมผัส มาตรวัดเรืองแสงปรับเปลี่ยนได้ 7 สี พร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ ช่องเชื่อมต่อ USB 2 จุด พร้อมช่องเชื่อมต่อ HDMI และช่องจ่ายไฟสำรอง พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชัน ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์อัจฉริยะ (One Push Ignition System) และระบบควบคุมประตูแบบอัจฉริยะ (Honda Smart Key System)
คอนโซลยุคใหม่ สัมผัสอย่างเดียว อย่าเผลอไปแตะเล่นเชียวนา ทุกอย่างไฟฟ้า ไม่เว้นแม้แต่ ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) และระบบ Auto Brake Hold (Automatic Brake Hold) ที่จะทำการหน่วงเบรกต่อโดยอัตโนมัติหลังจากเหยียบเบรกให้รถหยุดนิ่ง ช่วยป้องกันไม่ให้รถเคลื่อนตัวโดยไม่จำเป็นต้องเหยียบเบรกค้างไว้ ถ้าจะใช้ก็เรียนรู้ระบบเสียหน่อย จะได้ใช้งานถูกต้องปลอดภัยอายุการใช้งานยาวนาน
นี่ไม่รวมระบบแบ็กออฟฟิต ที่มันทำงานให้เราปลอดภัยไม่รู้ตัวเช่น ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS) พร้อมระบบกระจายแรงเบรก (EBD) ระบบควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (VSA) ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (HSA) และสัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน (ESS) เสริมด้วยกล้องส่องภาพด้านหลัง ปรับมุมมอง 3 ระดับ (Multi-Angle Rearview Camera) และระบบถุงลม 6 ตำแหน่ง ได้แก่ ถุงลมด้านคนขับอัจฉริยะ (i-SRS) ถุงลมด้านผู้โดยสารด้านหน้า (SRS) ถุงลมด้านข้างคู่หน้าอัจฉริยะ (i-Side Airbags) ม่านถุงลมด้านข้าง (Side Curtain Airbags)
ในเรื่องของคุณภาพการขับขี่เอชอาร์-วี ฉีกแนวที่ฮอนด้าเคยเป็นมาด้วย ความมั่นคง หนักแน่นพวงมาลัยเป็นธรรมชาติมาก ให้ความรู้ว่าคนขับเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับรถไม่มีอาการหน้าไวที่เคยเกิดขึ้นกับรถเล็กๆ ของฮอนด้า อารมณ์ของการควบคุมรถไปทางยุโรปชัดเจน ความเร็วเดินทาง 120 กม.ชม. ถือว่ากำลังสบายทางโล่งๆ ปล่อยให้ครูส คอนโทรลทำงาน ไปไหนก็ไปกัน
ในกลุ่มนี้มีรถเป็นคู่แข่ง ตรงๆ ไม่มี เพราะว่าที่พอจะมีรูปแบบเทียบเคียงกันคือ นิสสัน จู๊ค แต่เครื่องยนต์ของจู๊คเล็กกว่า เช่นเดียวกับแอคโค สปอร์ตของฟอร์ด ก็ถือว่า เครื่องเล็กกว่า
ฮอนด้า เอชอาร์-วี ใหม่ มีให้เลือก 3 รุ่น ได้แก่ รุ่น S ราคา 890,000 บาท รุ่น E ราคา 975,000 บาท ราคารุ่น S ห่างจากรุ่น E 9.5 เปอร์เซ็นต์ และเพิ่มอีก 7 เปอร์เซ็นต์ ได้ รุ่น EL ราคา 1,045,000 บาท กัดฟันเลือกตัวท็อปคุ้มกว่า
-----------------------
ฮอนด้า วีเซล
ฮอนด้า เอชอาร์-วี ใหม่ เปิดตัวสู่ตลาดเป็นครั้งแรกที่ประเทศญี่ปุ่น ในปี 2556 ภายใต้ชื่อ ฮอนด้า วีเซล ตามมาด้วยประเทศจีน และประเทศไทยเป็นประเทศที่ 3 ของโลก และเป็นประเทศแรกในภูมิภาคอาเซียนที่ผลิตและเปิดจำหน่ายรถยนต์รุ่นนี้โดยเปิดแถลงแนะนำตัวต่อสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 17 พ.ย.57
-----------------------
(เปิดโลกยนตรกรรม : โลกของ เอชอาร์-วี ครอสโอเวอร์พรีเมียม : โดย...ยุทธพงษ์ ภาษี)



