ไลฟ์สไตล์

สองเท้าฉุดสองล้อแลวิถีเมืองพระธาตุ

สองเท้าฉุดสองล้อแลวิถีเมืองพระธาตุ

05 ก.พ. 2558

ศิลปวัฒนธรรม : สองเท้าฉุดสองล้อแลวิถีเมืองพระธาตุ

 
             เทรนด์ช้าๆ เนิบๆ และไม่ก่อมลพิษกำลังได้รับความสนใจจากผู้ถวิลหาความสุขที่ไม่ยึดเกี่ยวกับสิ่งโก้หรู ซึ่งไปได้ดีกับวิถีการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม จึงไม่แปลกหากเดี๋ยวนี้จะพบเห็นกลุ่มนักปั่นไม่ว่าจะฉายเดี่ยว เป็นคู่ หรือคาราวานหลายสิบคันพากันปั่นลัดเลาะไปทั่วทุกตรอกซอกซอยสุดแต่ขนาดพาหนะและแรงถีบจะพาไปถึง เช่นเดียวกับงานปลุกวิถีปั่นที่สายการบิน "นกแอร์" แม่งานใหญ่ ประสานพลังกับการท่องเที่ยวจังหวัดนครพนม อีกทั้งชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพนครพนม จัดกิจกรรม "ทัวร์ ออฟ แฮปปี้เนสส์ ปั่น ชิล ชิล ชมวิว 2 ฝั่งโขง สุขที่สุดที่นครพนม" แวะบ้านชมวัดอันน่ารื่นรมย์ด้วยสองเท้าฉุดสองล้อ
 
             นครพนมเป็นเมืองจักรยานมาแต่เดิม การท่องเที่ยวเชิงจักรยานจึงเป็นการกระตุ้นให้ผู้พิสมัยการใช้ชีวิตช้าๆ สามารถร่วมกันปั่นจักรยานได้ ด้วยสภาพภูมิศาสตร์มีถนนเลียบแม่น้ำที่ยาวที่สุดราว 50 กม.ตั้งแต่อ.บ้านแพงไล่ไปจนถึงอ.ธาตุพนม ซึ่งขณะนี้สิ่งที่จังหวัดกำลังเร่งส่งเสริมคือการทำเส้นทางจักรยานขึ้นใหม่เพิ่มเติมจากเดิมที่มีอยู่แล้ว โดยบางอำเภอเริ่มเข้ามามีส่วนร่วมอย่างอ.ท่าอุเทนมีการเชื่อมทางจักรยานมาถึงอ.เมืองต่อไปยังอ.ธาตุพนม โดยเฉพาะเส้นทางท่องเที่ยวไหว้พระธาตุแต่ละพระธาตุสามารถเชื่อมถึงกันได้ สอดคล้องกับอัตลักษณ์ของจังหวัดที่เป็นเมืองที่มีพระธาตุมากที่สุดในประเทศ
 
             แขกบ้านที่ไปเยือนถิ่นพระธาตุกว่าครึ่งมีจุดหมายเพื่อสักการะ "พระธาตุพนม" อายุราว 2500 ปี ธารินทร์ พันธุมัย ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของจังหวัด เล่าตำนานเกี่ยวกับพระธาตุได้อย่างสนใจว่าครั้งอดีตพระเกจิแต่ละเมืองทำหน้าที่อัญเชิญพระธาตุมา ต้องเป็นคนมีบุญญาบารมีเท่านั้นถึงจะทำได้ ความจริงนครพนมมีถึง14 พระธาตุนอกเหนือจากพระธาตุพนมอันเลื่องชื่อ เช่น พระธาตุท่าอุเทน พระธาตุเรณู พระธาตุประสิทธิ์ พระธาตุศรีคุณ พระธาตุนคร เป็นต้น เป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่อุดมไปด้วยพระบรมสารีริกธาตุ ในคติความเชื่อที่ว่าเป็น "เมืองแห่งพระโคตมโคดม" มีคำทำนายว่าพระพุทธศาสนาจะเจริญในดินแดนยุคพระโคตมโคดมซึ่งก็คือที่นี่ นครพนมจึงมีอีกชื่อว่า "ศรีโคตรบูรณ์" หรือเมืองแห่งพระโคตมนั่นเอง
 
             "นครพนมมีเพื่อนบ้านละแวกใกล้เคียงเดินทางมาเยือนไม่ขาด โดยเฉพาะเวียดนาม ลาว สำหรับคนลาวจะเป็นกลุ่มเล็กๆ ส่วนเวียดนามพอประมาณเพราะรัฐบาลเขายังไม่ส่งเสริมให้คนเดินทางเที่ยวนอกบ้าน จะเป็นลักษณะเดินทางมาเยี่ยมญาติ มาซื้อของแล้วกลับไป เนื่องจากเมื่อก่อนนครพนมเป็นเมืองหลักในการอพยพหนีภัยสงครามเวียดนาม ตั้งแต่มุกดาหารยังไม่แยกตัวออกไปจะเห็นว่ามีชายแดนยาวมาก 200 กว่ากิโลเมตร จากนั้นจึงกระจายตัวไปอยู่ตามสกลนคร อุดรธานี หนองคาย มหาสารคาม ซึ่งสมัยสงครามนครพมอยู่กึ่งกลางระหว่างเวียดนามเหนือกับใต้พอดี ทำให้วัฒนธรรมความเป็นอยู่แบบเวียดนาม และฝรั่งเศสซึ่งเป็นเจ้าอาณานิคมละแวกนี้แทรกซึมไปทุกหย่อมหญ้า" กูรูเรื่องประวัติศาสตร์สองฝั่งโขง เล่าที่มาที่ไปอย่างเป็นเหตุเป็นผล
 
             พูดถึงเสน่ห์วิถีจักรยานปั่นแลวัฒนธรรมริมฝั่งโขง ไกด์กิตติมศักดิ์ บอกว่า แต่ละพระธาตุส่วนใหญ่อยู่ริมแม่น้ำโขง อีกทั้งบ้านเรือนชุมชน ประเพณีวัฒนธรรมก็ผูกพันกับสายน้ำ คนโบราณใช้แม่น้ำเป็นถนน มาถึงยุคที่ถนนทำหน้าที่แทนสายน้ำ การปั่นจักรยานเลียบโขงจึงได้พบเจอกับชุมชมเก่าอันเปี่ยมด้วยวิถีชีวิตเรียบง่าย เช้าๆ ชาวบ้านตื่นขึ้นมารดน้ำแปลงผักที่ปลูกริมโขง ตกสายจับจ่ายตลาดอินโดจีน มีวัดไทยและวัดฝรั่งเรียงรายตลอดแนว อย่าง วัดพระธาตุนคร ซึ่งเป็นพระธาตุประจำวันเกิดของคนเกิดวันเสาร์ วัดโอกาส มีพระติ้ว-พระเทียม อีกหนึ่งพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองนครพนม โบสถ์วัดนักบุญอันนา ที่สร้างขึ้นปี 1926 ถือเป็นสัญลักษณ์ของเมืองนานาชาติที่มีคนหลายเชื้อชาติอาศัยอยู่ อีกทั้งสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ อย่าง พิพิธภัณฑ์จวนผู้ว่าฯ หลังเก่า สถาปัตยกรรมแบบฝรั่งเศสที่เก็บรวบรวบวัตถุหลักฐานสำคัญทางประวัติศาสตร์ของจังหวัด
 
             นอกจากการปั่นช้าๆ เนิบๆ จะเข้ากับบุคลิกของเมืองแห่งขุนเขาแล้ว กิจกรรมทางวัฒนธรรมล่าสุดที่ชาวนครพนมกำลังรื้อฟื้นขึ้นมาคือ ประเพณีทอดผ้าป่าทางน้ำถวายองค์พระธาตุที่ถูกลืมเลือนไปตามกาลเวลา ซึ่งปีที่แล้วเพิ่งมีการรื้อฟื้นขึ้นมา และคาดว่าจะปักหมุดถาวรในปฏิทินท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมด้วย เอาเป็นว่าถ้าอยากสัมผัสชีวิตริมโขงก็ฟิตร่างกายให้พร้อมเพราะเที่ยวนี้มีเพียงสองเท้าประสานสองล้อเท่านั้น