ไลฟ์สไตล์

ไขปัญหาฯ : ปวดหัวเข่า หัวไหล่

ไขปัญหาฯ : ปวดหัวเข่า หัวไหล่

06 ก.พ. 2558

ไขปัญหาสุขภาพแผนจีน : ปวดหัวเข่า หัวไหล่ : โดย...หมอไพร

 
             เรียนหมอไพร ... ดิฉันมีปัญหาปวดหัวเข่าทั้ง 2 ข้างและหัวไหล่และต้นแขนซ้าย เมื่อเวลาจับดูที่ต้นแขนจะพบมีก้อนแข็งเจ็บมากเป็นมาประมาณ 1ปีรักษามาหลายแห่งก็ไม่หายควรรักษาอย่างไรดี ... พรรณทิพย์
 
             ไม่ทราบว่าคุณอายุเท่าไร แต่จากอาการที่ปวดเดาได้ว่า อายุน่าจะเลข 4 ขึ้นไปแล้ว ในวัยนี้อวัยวะต่างๆ เริ่มเสื่อม โดยเฉพาะตับและไต ตับดูแลเส้นเอ็น ไตดูแลกระดูก ถ้าตับและไตแข็งแรง กระดูกและเส้นเอ็นจะแข็งแรง ไม่เจ็บปวดง่ายๆ หรือถ้าเกิดขึ้นกับผู้ที่อายุยังไม่มาก จะเกี่ยวข้องกับเส้นลมปราณเดินไม่คล่อง  ดังคำกล่าว “ไม่คล่องจึงปวด” แต่ถ้าเกิดกับผู้ที่อายุย่างเลข 4 ขึ้นไปแล้วมักมีความเสื่อมเข้าร่วมด้วย
 
             การหิ้วของหนักๆ บ่อยๆ กล้ามเนื้อไหล่และกล้ามเนื้อสามเหลี่ยมที่ต้นแขนทำงานหนัก กล้ามเนื้อชิ้นนี้เป็นแผ่นใหญ่รูปสามเหลี่ยม แต่พอทำงานมาก เกิดความอ่อนล้า ต้องให้กล้ามเนื้อเล็กๆ ลึกๆ มาช่วยทำงานด้วย นานเข้ากล้ามเนื้อเหล่านี้จะเป็นปมหรือเป็นเส้นที่คลำเจอและเจ็บ คุณจึงคลำเจอก้อนแข็งที่ต้นแขน การรักษาจึงต้องฝังเข็มให้กล้ามเนื้อที่ขมวดนี้คลาย จึงจะหายได้เร็ว โดยเฉพาะการนวดทุยหนาแบบแผนจีนจะได้ผลกับกรณีเช่นนี้มาก
 
             เรื่องการปวดเข่าก็เช่นกัน เข่ารับน้ำหนักทั้งตัวเรามาตั้งแต่เดินได้ ถ้าน้ำหนักมากขึ้น แบกหามของหนักบ่อยๆ ขึ้นลงบันไดมาก ใส่ส้นสูงเป็นประจำ ทำให้เข่าต้องรับน้ำหนักมาก พออายุมากขึ้นตับและไตเสื่อมสภาพลง อาการปวดเข่าจะตามมา ยิ่งผู้หญิงเราต้องอุ้มท้องแบกน้ำหนักของทารกตั้ง 9 เดือน ทั้งยังชอบใส่กระโปรงสั้น กางเกงขาสั้น ทำให้เข่าได้รับความเย็น ได้รับความชื้น เลือดลมเดินติดขัด พาให้เร่งให้เข่าเสื่อมเร็วขึ้น ดังคำกล่าวที่ว่า “เสื่อมจึงปวด”
 
             อาการเหล่านี้ ต้องเริ่มจาก หนึ่งต้องรักษาความอุ่น สองต้องบริหารไหล่ด้วยการแกว่งแขนวันละ 200 ครั้งขึ้นไป โดยค่อยๆ เพิ่มมากขึ้น สามบริหารเข่า ด้วยการปั่นจักรยานและเกร็งกล้ามเนื้อเข่า วันละ 100 ครั้ง เพื่อให้กล้ามเนื้อเส้นเอ็นรอบเข่าแข็งแรง สี่ฝังเข็มและกินยาจีน ห้าจัดกระดูกด้วยการทุยหนาของจีน ที่ผ่านมาการรักษาโรคปวดเข่า ปวดไหล่และแขนได้ผลดีมาก ถ้าทำได้ตั้งแต่เริ่มปวดยิ่งดี ถ้าปล่อยให้เข่าสึก จนขาโก่งหรือไหล่ติดแล้วจะรักษายาก ต้องใช้เวลาฟื้นฟูนาน ดีไม่ดีต้องผ่าเข่าด้วยซ้ำ
 
             การปวดเข่าและปวดไหล่เกี่ยวข้องกับวัยมาก ถ้าคุณอายุ 40 ขึ้นไปการปวดเข่ามักมาจากความเสื่อมของเส้นเอ็น กล้ามเนื้อและกระดูกที่เกิดจากเลือดไหลเวียนไม่ดี การบำรุงเลี้ยงไม่พอ บวกกับ “ไม่คล่องจึงปวด” ที่เกิดจากเส้นลมปราณติดขัดอุดกั้นไม่ทะลุทะลวง จนเกิดอาการเส้นเอ็นตึงเกร็ง เจ็บปวดมากเวลาเดินเหินและขึ้นลงบันได นั่งยองไม่ได้ นั่งพับเพียบไหว้พระไม่ได้ เป็นต้น การรักษาของแผนจีนจึงเน้นไปในทางเสริมความแข็งแรงของร่างกายร่วมกับการทะลวงเส้นลมปราณให้เดินคล่องด้วยยาจีนและฝังเข็ม ถ้าคุณอายุยังน้อยส่วนมากจะมาจากบาดเจ็บหรือไม่ก็เกิดจากความร้อนชื้นและลมทำให้เกิดปวดแบบโรคไขข้ออักเสบ  ก็ต้องใช้ยาจีนและฝังเข็มระงับปวดไล่ความเย็นชื้นหรือความร้อนชื้น ส่วนการปวดต้นแขนซ้ายและคลำพบก้อนแข็งทางหมอจีนเห็นว่าเกิดจากชี่เลือดอุดกั้นรวมกันจนเป็นก้อน ก็น่าจะลองรักษาด้วยแผนจีนดูบ้างเผื่อจะดีขึ้น ในชีวิตประจำวันไม่ควรทานน้ำแข็งหรืออาหารแช่เย็นหรือมีฤทธิ์เย็น ไม่อยู่ในที่ชื้นแฉะ ไม่เดินเท้าเปล่าในพื้นซีเมนหรือกระเบื้อง เวลานอนควรใช้หมอนนิ่มๆ รองใต้เข่า เวลาพลิกตัวต้องงอเข่าก่อนทุกครั้ง ส่วนข้อไหล่ต้องพยายามบริหารและเคลื่อนไหวเท่าที่ทนได้ มิฉะนั้นพังผืดจะยึดติดอาการปวดจะยิ่งมากขึ้น ทำให้รักษายาก เวลานอนต้องรักษาไหล่ให้อุ่น และควรออกกำลังกายที่เหมาะกับร่างกายของตัวเอง
 
             สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง นอกจากยกของหนักแล้ว ยังไม่ควรนั่งยองๆ หากจำเป็นต้องนั่งก็ควรหาเก้าอี้ตัวเตี้ยๆ เล็กๆ มารองนั่งจะดีกว่า เพราะการนั่งยองๆ จะทำให้เข่าที่เสื่อมอยู่แล้วยิ่งเจ็บปวดมากขึ้น หรือหากยังไม่ปวดเลยก็จะทำให้เกิดอาการปวดขึ้น