ไลฟ์สไตล์

ชวนเที่ยวงานเฉลิมพระเกียรติร.2ปีนี้จัดยิ่งใหญ่

ชวนเที่ยวงานเฉลิมพระเกียรติร.2ปีนี้จัดยิ่งใหญ่

02 ก.พ. 2558

ชวนเที่ยวงานเฉลิมพระเกียรติร.2 สมุทรสงคราม รับประกันปีนี้จัดยิ่งใหญ่ ที่พลาดไม่ได้ ชมโขนกรมศิลปากรโรงใหญ่ ตอน 'ท้าวมาลีวราชว่าความ'

              2ก.พ.2558 ท่านผู้หญิงวิลาวัณย์ วีรานุวัตติ์ ประธานคณะทำงานด้านการประชาสัมพันธ์ เตรียมจัดงาน “เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย”  เชิญชวนเที่ยวงาน ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 7 – 8  ก.พ. 2558  ณ อุทยานพระบรมราชานุสรณ์ อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นประธานในพิธีในวันที่ 7 ก.พ.
 
              ทั้งนี้ ไฮไลท์ของงานที่พลาดไม่ได้ เป็นการแสดงโขน ของศิลปินกรมศิลปากรโรงใหญ่ คือ โขนรามเกียรติ์ ตอน “ท้าวมาลีวราชว่าความ ” บทโขนตอนนี้ เดิม อ.เสรี หวังในธรรม ทำบทไว้  และ อ.มนตรี ตราโมท มาบรรจุเพลง ในการแสดงครั้งนี้ ส่วนครูมืด นายประสาท ทองอร่าม เรียบเรียงบทให้เหมาะแก่การเวลา และทันสมัยในบทเจรจา ขณะที่ นายปกรณ์ พรพิสุทธิ์ เป็นผู้กำกับการแสดง
   
              สำหรับ บัตรเข้าชมโขนในวันที่ 7  ก.พ. ราคา 500 บาท , 300 บาท และ 50 บาท ส่วนที่นั่งปูเสื่อบนสนาม สำหรับวันที่ 8 ก.พ. เมื่อมีบัตรผ่านประตูอุทยานแล้ว เข้าชมโขนได้เลย  สนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 02-628-7271
  
              ท่านผู้หญิงวิลาวัณย์ กล่าวว่า ภายในงานจะมีกิจกรรม นิทรรศการ และการสาธิตต่างๆ จัดไว้โดยรอบอุทยานฯ กิจกรรมต่างๆ ส่วนหนึ่ง จัดขึ้นตามพระราชปรารภ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ จากการเสด็จฯ งานเมื่อปีที่แล้ว ได้แก่ งานจิตรกรรมไทย ประติมากรรมไทย และงานหัตถศิลป์ โดยได้รับความร่วมมือ จากมหาวิทยาลัยราชมงคลรัตนโกสินทร์ (เพาะช่าง) มาจัดให้  โครงการชุมชนไทยดำ จัดโดย มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต
 
              นอกจากนั้น  มีโครงการตลาดน้ำท้ายอุทยาน  และการสาธิต นิทรรศการ ยุวเกษตรพืช อาหารในโรงเรียน แปลงเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง และ โครงการพริกมันบางช้าง ซึ่งทรงมีพระราชปรารภให้ฟื้นฟูขึ้น รวมถึง ยังมีกิจกรรมอื่นๆอีก  เช่น อุทยานไม้งาม จัดโดยสมาคมพืชสวนไทย และ เดอะมอลล์กรุ๊ป  นอกจากนั้น เหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรสงคราม จะมาออกร้านอาหารรสเลิศ ทั้งมีร้านอาหารแบบพื้นบ้าน จากคณะแม่บ้านท้องถิ่น เรียกได้ว่ามาเที่ยวงานเดียวคุ้มค่าทั้งชมและชิม แถมยังได้สัมผัสกับศิลปวัฒนธรรมไทยอีกด้วย
 


ปลูกถ่ายไตฟรี600รายถวายสมเด็จพระเทพฯ
 
              ที่รพ.สงฆ์ ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.สุพัฒน์ วาณิชย์การ เลขาธิการมูลนิธิโรคไต กล่าวว่า มูลนิธิฯ ได้ตั้งโครงการปลูกถ่าบไตถวายเป็นพระราชกุศล 60 พรรษา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยตั้งเป้าผ่าตัดให้กับผู้ป่วยโรคไตฟรี 600 ราย โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) สำนักงานประกันสังคม กรมบัญชีกลาง รวมถึงการสนับสนุนจากมูลนิธิศิริราชพยาบาล และกระทรวงสาธารณสุข ทั้งนี้การปลูกถ่ายไตถือว่าเป็นวิธีการรักษาที่ดีที่สุด เมื่อเทียบกับการรักษาด้วยการล้างไตทสงช้องท้อง และการฟอกเลือด แต่ปัญหาคือมีผู้มาบริจาคไตไม่มาก อย่างในปี 2557 ได้รับการบริจาคเพียง 329 ไต ในขณะที่มีผู้ขึ้นทะเบียนรอการผ่าตัดกับสภากาชาดไทยจำนวน 4,500 ราย ดังนั้นจากนี้จะต้องมีการกระตุ้นให้มีการบริจาคเพิ่มมากขึ้น เบื้องต้นจะเน้นที่กลุ่มผู้เสียชีวิตจากภาวะสมองตายด้วยอุบัติเหตุ
   
               "เมื่อได้ไตบริจาตมาแล้วจะต้องมาตรวจคุณภาพไต และความเข้ากันได้กับผู้ป่วย ในจำนวนผู้ทีาขึ้นทะเบียนไว้ทั้งหมด หากเข้ากันได้กับใครก็จะให้ผ่าตัดคนนั้น แต่ต้องเข้าใจก่อนว่ายังมีโอกาสที่ร่างกายผู้ป่วยกับไตใหม่จะปฏิเสธกันในภายหลังได้" นพ.สุพัฒน์ กล่าว
      
              นพ.วินัย สวัสดิวร เลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า เดิม สปสช. ตั้งงบประมาณ สำหรับการรักษาผู้ป่วยโรคไตในระบบัตรทองปีละ 70 ล้านบาท แต่จากโครงการดังกล่าวมีการตั้งเป้าช่วยเหลือผู้ป่วย 600 ราย ถือว่าเพิ่มขึ้นเท่าตัว จากปกติที่มีการผ่าตัดปลูกถ่ายไตในประเทศไทยในแต่ละปีอยู่ที่ 300 ราย ดังนั้น สปสช.อาจจะพิจารณาเพิ่มงบประมาณส่วนนี่ขึ้นอีกเท่าตัว แต่ในส่วนที่เพิ่มขึ้นนี้อาจจะนำมาจากดอกเบี้ยเงินฝสกของสปสช. แต่ต้องหารือกันในบอร์ดอีกครั้งหนึ่ง ส่วนการ ส่วนการรณรงต์ให้คนมาบริจาคไตนั้นอาจจะมีการจัดทีมแพทย์สำหรับการเจรจากับญาติผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุเพื่อนำอวัยวะมาช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน เพราะจะเห็นว่าเฉพาะเทศกาลปีใหม่มีผู้เสียชีวิตประมาณ 400 คน สงกรานต์ประมาณ 400 คน และอุบัติเหตุรายวันอีกเป็นพันคนต่อปี

 

สสจ.เพชรบุรีรณรงค์ให้วัคซีนป้องกันโรคคอตีบ

             ที่วิทยาลัยอาชีวะศึกษาเพชรบุรี อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี ด๊อกเตอร์ไกร บุญบันดาล รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ได้เป็นประธานเปิดโครงการรณรงค์การให้วัคซีนป้องกันโรคคอตีบ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสฉลองพระชนมายุ 5 รอบ 2 เมษายน 2558 ซึ่งสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรี เป็นผู้จัดให้มีขึ้น เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในวโรกาสทรงมีพระชนมายุครบ 5 รอบ 60 พรรษา ในวันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2558

             โรคคอตีบเป็นโรคหนึ่งที่เป็นเป้าหมายสำคัญ เนื่องจากเริ่มมีสัญญาณการกลับมาระบาดอีกครั้ง ในปี พ.ศ. 2552 โดย พบผู้ป่วยจำนวนมากใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นเด็ก สาเหตุจากการไม่ได้รับวัคซีนครบถ้วนตามเกณฑ์ จากปัญหาความไม่สงบในภาคใต้ ต่อมาในปี 2555 ได้เกิดการระบาดของโรคคอตีบเกิดขึ้นในผู้ใหญ่ บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือตอนล่าง และมีแนวโน้มขยายไปยังจังหวัดอื่นๆ โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นผู้ใหญ่ ซึ่งจากการทบทวนผลการศึกษาระดับภูมิคุ้มกันจากการกลับมาระบาดครั้งนี้ หลายการศึกษาให้ผลตรงกันว่า ระดับภูมิคุ้มกันต่อโรคคอตีบในประชากรไทยกลุ่มอายุต่างๆ มีแนวโน้มลดลงในกลุ่มอายุที่มากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มอายุ 20 - 50 ปี

             สำหรับการรณรงค์ครั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมายคือ ประชาชนอายุ 20 - 50 ปี ได้รับวัคซีนคอตีบ- บาดทะยัก ซึ่งเป็นวัคซีนรวม ในระดับความครอบคลุมที่สูงเพียงพอที่จะป้องกันโรคได้ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคส่วนต่างๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ซึ่งระยะเวลาการรณรงค์เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 30 เมษายน 2558 การรณรงค์ครั้งนี้ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมประกอบด้วย หัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาสาสมัครสาธารณสุข เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และคณะสื่อมวลชนในทุกแขนง ในจังหวัดเพชรบุรี จำนวนทั้งสิ้น 400 คน

             นายแพทย์ประจักษ์ วัฒนะกูล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรี เปิดเผยว่า สืบเนื่องมาจาก กระทรวงสาธารณสุขได้วิเคราะห์โรคที่ป้องกันด้วยวัคซีนในประเทศไทย พบว่า ช่วง 10 ปีมานี้ เริ่มพบผู้ป่วยในโรคคอตีบในช่วงภาคใต้ของประเทศไทย เนื่องมาจากการขาดวัคซีน โดยสถานการณ์ไม่สงบ และในปี 2555 พบว่า ในภาคเหนือตอนล่าง และภาคอีสาน พบผู้ใหญ่ป่วยเป็นโรคคอตีบ และเสียชีวิต เนื่องจากการติดเชื้อจากผู้ใช้แรงงานที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย

             โดยจากการสำรวจ พบว่า มีผู้ใหญ่อยู่ช่วงหนึ่งที่ไม่ได้รับวัคซีน เพราะรัฐบาลได้ให้วัคซีนมาไม่พอ 20 ปีนี้ คนที่อายุก่อนหน้านี้ก็จะไม่ได้รับวัคซีน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาดังกล่าว กระทรวงสาธารณสุข จึงได้จัดให้มีการฉัดวัคซีนเพื่อป้องกันโรค ในส่วนของจังหวัดเพชรบุรี มีเป้าหมายประมาณ 100,000 คน ที่ต้องเข้ารับการฉีดวัคซีน

             สำหรับผู้ที่ยกเว้นไม่ต้องฉีด คือ ผู้ที่ตั้งท้อง เพราะว่าขณะตั้งท้องจะได้รับการฉีดยาป้องกันอยู่แล้ว แต่หากผู้ที่จะมาฉีดวัคซีนดังกล่าว ป่วย หรือไม่สบายก็ไม่สามารถฉีดได้ ต้องรักษาตัวให้หายก่อน สำหรับการฉีดวัคซีนนี้ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด เป็นบริการของกระทรวงสาธารณสุขที่จัดให้แก่ประชาชน

             โรคคอตีบ เป็นโรคติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจ โดยเชื้อคอตีบจะอาศัยอยู่ในโพรงจมูก ในลำคอ และทำให้เกิดการอักเสบ มีแผ่นเยื่อเกิดขึ้นในลำคอ ในรายที่รุนแรงจะมีการตีบตันของทางเดินหายใจ และอาจทำให้เสียชีวิตได้ โรคนี้สามารถติดต่อกันได้ง่าย และระบาดได้อย่างรวดเร็ว โดยการได้รับเชื้อโดยตรงจากการไอ จามใส่กัน หรือพูดคุยกันในระยะใกล้ชิด