ไลฟ์สไตล์

เหม็นจนอยากย้ายบ้านหนี

เหม็นจนอยากย้ายบ้านหนี

03 ก.พ. 2558

เปิดซองส่องไทย : เหม็นจนอยากย้ายบ้านหนี

 
                            ดิฉันอยู่บ้านเลขที่ 124/1 หมู่ 2 ต.ถ้ำใหญ่ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ขอร้องเรียนโรงงานศรีตรัง ต.ถ้ำใหญ่ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ได้สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน โดยส่งกลิ่นเหม็นรบกวน ทำให้ชาวบ้านบริเวณรอบโรงงานเกิดความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก จนบางคนแทบจะย้ายบ้านหนี และอาจมีความเสี่ยงถึงตายได้เพราะอาจจะเป็นมะเร็งผิวหนังกัน เพราะมีชาวบ้านในละแวกนี้เกิดปัญหาระบบทางเดินหายใจกันแทบจะทุกบ้าน
 
                            ชาวบ้านที่ไม่มีเงินไม่มีโอกาสที่จะย้ายบ้านหนีก็ต้องทนทรมานกับกลิ่นเหม็นที่ทางโรงงานเพิกเฉย ชาวบ้านได้บอกไปทางโรงงานก็ไม่มีอะไรคืบหน้า แจ้งไปทางอุตสาหกรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช ทางอุตสาหกรรมจังหวัดก็ส่งคนมาตรวจสอบดู พอเจ้าหน้าที่ของอุตสาหกรรมจังหวัด กลับไปสักพัก โรงงานนี้ก็กลับมากลิ่นเหม็นเหมือนเดิม พอบอกกล่าวไปยังอุตสาหกรรมจังหวัดอีก ก็ไม่มีใครเหลียวแลอีกเลย กลับนิ่งเฉย 
 
                            และชาวบ้านได้เคยยื่นเรื่องไปยังเทศบาลตำบลถ้ำใหญ่ นายกเทศบาลก็รับปากว่าจะเข้ามาช่วยจัดการดูแลให้ แต่เรื่องก็ยังเงียบเหมือนเดิม ไม่มีอะไรที่เกิดขึ้นมาเลย วอนผู้ที่เกี่ยวข้องช่วยหน่อย ร้องไปทางกระทรวงที่เกี่ยวข้องก็ดำเนินเรื่องและจัดการกับทางโรงงานแห่งนี้ด้วย เพราะเทศบาล องค์การบริหารส่วนจังหวัด ไม่มีความคืบหน้าอะไรเลย พอไปตรวจได้สักพักเรื่องก็เงียบ ชาวบ้านแถวนี้จะหายใจกันไม่ทั่วท้องอยู่แล้ว จะมีอาการแสบคอ แสบจมูก อากาศบริสุทธิ์ไม่มีจะให้หายใจ อยากจะขายบ้านหนีก็ไม่มีใครซื้อ เพราะสภาพแวดล้อมเป็นอย่างนี้ใครอยากจะซื้อกัน และถ้าสภาพแวดล้อมดี ก็คงไม่มีใครอยากทอดทิ้งบ้านที่ตัวเองอยู่มานานหลายสิบปีไปหรอก ดิฉันและชาวบ้านบริเวณนี้หมดหนทางไม่รู้จะพึ่งใคร ถ้าใครมีอะไรแนะนำช่วยบอกด้วย เพราะทนกับสภาพแบบนี้ไม่ไหวแล้ว ทุกวันนี้เหมือนตายผ่อนส่ง
 
 
อาทิตยา / นครศรีธรรมราช 
 
 
ตอบ
 
 
                            นายอดุลย์ ทองมาก อุตสาหกรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช ชี้แจงว่า โรงงานศรีตรังได้ทำการลงทุนกว่า 10 ล้านบาท ทำระบบกำจัดกลิ่น โดยมีกรรมการร่วม เช่น เทศบาลตำบลเข้าไปตรวจสอบ ซึ่งพักหลังกลิ่นได้เบาบางลงไปบ้างแล้ว คิดว่าปัญหาที่เกิดการร้องเรียนนี้มีจุดประสงค์อย่างอื่นด้วย เท่าที่ทราบมาเป็นเรื่องขายที่ๆ ทะเลาะกันมานาน ซึ่งตรงนี้ก็ไม่สามารถเข้าไปยุ่งได้
 
                            ส่วนทางเทศบาลได้ตั้งกรรมการขึ้นมา เพราะพอมีคนร้องเรียนเข้ามาก็นัดตรวจสอบการร้องเรียน ในเร็วๆ นี้ได้นัดการเจรจากัน และตอนนี้กลิ่นก็อยู่ในภาวะที่พอรับได้ โรงงานก็ไม่อยากมีปัญหากับชาวบ้าน เพราะโรงงานก็ตั้งมานานแล้ว โดยข้อเท็จจริงก็ได้ให้โรงงานปรับปรุงในเรื่องของความสะอาด เรื่องภายในโรงงานให้รักษาความสะอาดขึ้น พยายามไม่ให้มีกลิ่นหมักหมม โดยทางโรงงานได้กั้นกำแพงให้สูงขึ้น แต่กลิ่นจากกองยางก็ยังพอมีอยู่ ทางโรงงานก็ได้ทำความสะอาดพื้น มีการฉีดน้ำยากันกลิ่น จริงๆ มีท่ออุดยาง เพราะโรงงานเป็นโรงงานทำยางแท่ง มีท่อดูดกลิ่นไปยังห้องกำจัดกลิ่น ตอนนี้ทำดีขึ้นแล้ว ชาวบ้านก็ได้ร่วมตรวจงานด้วย ก็มีธรรมาภิบาลเพื่อให้โรงงานอยู่ร่วมกับชาวบ้านได้ โดยการที่โรงงานต้องไปบอกกับชาวบ้าน ต้องมีกิจกรรมร่วมกับชาวบ้าน 
 
                            ด้าน นายอนุวัตร นาคฤทธิ์ นายกเทศบาลตำบลถ้ำใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ชี้แจงว่า หลังจากเป็นนายกมานั้น ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดให้โรงงานเอาเครื่องมือที่ทันสมัยที่สุดจำนวน 25 ล้านบาท นำมาใช้ในการแตกตัวของออกซิเจน ในการจับกลิ่นโดยใช้โอโซน โอทู ระบบไฟฟ้าไปจับกลิ่น ติดตั้งปรับปรุงไปพอสมควร 
 
                            เมื่อโรงานมาอยู่จะให้เป็นเหมือนกับไม่มีโรงงานเลยเป็นไปไม่ได้ แต่ถ้าปรับตัวระหว่างโรงงานกับชาวบ้านจะอยู่ร่วมกันได้หรือเปล่า เมื่อก่อนกลิ่นอยู่ประมาณ 2 กิโลเมตร ชาวบ้านที่อยู่ใกล้ประมาณ 6-10 เมตรจะได้กลิ่น อาจได้กลิ่นเป็นบางครั้งไม่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง จะหาวิธีการให้โรงงานหาวิธีการที่ดีกว่านี้ เพราะมีชาวบ้านร้องเรียนมาเยอะ โดยชาวบ้านร้องเรียนเข้ามา ก็ร้องไปทั่ว และในวันที่ 3 กุมภาพันธ์นี้ กรมมลพิษจะส่งตัวแทนมาร่วมกับเทศบาล ไปตรวจสอบกลิ่นที่เหม็นออกมา จะเข้าไปดูโรงงานอีกครั้งหนึ่ง 
 
                            แต่ทางนายกไม่รู้ว่าผู้ร้องเรียนมานี้อยู่ที่ไหน เพราะอยากจะเชิญให้ดูโรงงานด้วยกัน แต่ชาวบ้านที่นี่ชัดเจนมากโดยนายกให้ล่ารายชื่อ 300-400 คน ไปจบที่กรรมาธิการสิ่งแวดล้อมของสภาผู้แทนราษฎร ถ้าเกิดว่าจะหาวิธีการกำจัดกลิ่นนั้นไม่มีเครื่องมือวัดนอกจากความรู้สึกของชาวบ้านเท่านั้น คือว่าถ้าเกิดผ่านตรงไหนที่มีกลิ่น คือรู้สึกว่า เหม็นมาก เหม็นน้อย เหม็นปานกลาง เหม็นน้อยที่สุด เหม็นมากที่สุด ชาวบ้านบางคนอาจบอกว่าเหม็นมากที่สุด บางคนที่อยู่ห่างออกไปอาจบอกว่าเหม็นปานกลาง หรือบอกว่าเหม็นน้อยที่สุด คือไม่มีเครื่องวัดที่มีมาตรฐาน ถ้ามีเครื่องมือวัดที่อุตสาหกรรมยอมรับว่าค่าความเหม็นอยู่ที่เท่าไหร่ก็สามารถร่วมมือบังคับให้โรงงานทำให้ดี ก็อยากให้อุตสาหกรรมลงมาปฏิบัติตามให้เต็มที่เพื่อความสุขของชาวบ้านในละแวกนี้ 
 
 
 
พ่อไม่ได้รับมรดก
 
 
                            เรื่องของพ่อหนู ย่ามีลูกทั้งหมด 4 คน ปู่เสียชีวิต ย่าไม่รู้หนังสือและมีที่ดินอยู่แปลงใหญ่ จึงใส่ชื่อลูกชายคนโตแล้วจะแบ่งให้น้องๆ ทุกคน ตอนนี้น้องทุกคนก็แบ่งแยกโฉนดเป็นของตัวเองทุกคน ยกเว้นพ่อหนูยังไม่ได้แบ่ง พ่อไม่รู้หนังสือ คิดว่าเป็นพี่ชายจะไม่มีปัญหาอะไร 
 
                            อยากถามว่า กรณีนี้พ่อหนูจะทำอย่างไร และย่าก็เสียชีวิตแล้วด้วย ตอนนี้ที่ดินมีราคา ลุงก็บ่ายเบี่ยงไม่ไปแยกโฉนดให้พ่อหนู อยากทราบว่าต้องทำอย่างไร
 
 
นัท
 
 
ตอบ
 
 
                            ศูนย์ปรึกษากฎหมายชุมชน อาจารย์ปราชญา อ่อนนาค คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต แนะนำเรื่องนี้ว่า ในกรณีนี้ การที่แม่ยกที่ดินทั้งหมด โดยลงชื่อของพี่ชายคนโตเพียงคนเดียวนั้น ถือว่าเป็นการให้ด้วยความสเน่หาก็ได้ ซึ่งในทางกฎหมายถือว่าเป็นกรรมสิทธิ์ของเขาโดยชอบบธรรม จะแบ่งให้ใครหรือไม่แบ่งให้ใครก็ได้ เพราะเขาเป็นเจ้าของที่ดินแปลงนั้นเพียงคนเดียว 
 
                            จากข้อมูลที่ให้มา บอกว่า พี่ชายคนโตได้แบ่งให้พี่น้องอีก 2 คนแล้ว เพื่อทำตามคำสั่งแม่ ในกรณีนี้ในทางกฎหมาย พี่ชายคนโตอาจจะอ้างว่า แบ่งเพราะความสเน่หาในตัวน้องชายทั้ง 2 คนก็ได้ ดังนั้น ถ้าจะใช้ข้อมูลกรณีที่พี่ชายคนโตแบ่งให้น้องอีก 2 คนแล้ว ยืนยันเพื่อให้แบ่งให้พ่อของคุณ พี่ขายคนโตก็มีสิทธิที่กล่าวอ้างดังที่กล่าวมาแล้วก็ได้ว่า ให้น้องเพราะรักน้องต้องการอยากให้มีที่ดินไว้ทำกิน 
 
                            ทางที่ดีให้พ่อของคุณไปที่กรมที่ดิน สอบถามเจ้าหน้าที่เพื่อขอดูสารบบที่ดินของโฉนดที่ดินแปลงที่แม่ยกให้พี่ชายคนโตดูแลอยู่นี้ เนื่องจากเวลาที่ทำการโอนโฉนดที่ดิน จะมีการทำสารบบที่ดินไว้ ดังนั้นก็ควรจะดูว่า ขณะที่แม่ทำการโอนที่ดินให้ลูกชายคนโต ได้มีการเขียนข้อมูลไว้ในสารบบที่ดินด้วยหรือเปล่าว่า ให้แบ่งที่ดินนี้ให้น้องๆ อีก 3 คนด้วย ถ้ามีการเขียนไว้ก็เอามาใช้เป็นข้อมูลได้ แต่ถ้าไม่มีก็คงเป็นเรื่องยากที่จะอ้างเรื่องคำสั่งแม่ ให้พี่คนโตยกที่ดินให้น้องๆ ทุกคน 
 
                            อีกกรณีหนึ่ง อาจจะดูวันที่ที่แม่โอนที่ดินให้พี่ชายคนโตว่า ในขณะนั้นน้องๆ อีก 3 คน บรรลุนิติภาวะหรือยัง ถ้ายังก็สามารถเอามาอ้างถึงคำสั่งของแม่ได้ว่า แม่เคยเป็นผู้มอบที่ดินให้พี่คนโต เพื่อมอบให้น้องๆ แต่ถ้าระหว่างที่แม่ยกให้น้องๆ 
 
                            เรื่องนี้ละเอียดอ่อน และตีความได้หลายประเด็น ทางที่ดีโทรมาปรึกษาที่ศูนย์ จะได้รายละเอียดลึกกว่านี้
 
 
ลุงแจ่ม