ไลฟ์สไตล์

'นานัปการ' กินไปเล่าไป ย้อนวัยวันวาน

'นานัปการ' กินไปเล่าไป ย้อนวัยวันวาน

01 ก.พ. 2558

ชวนชิม : 'นานัปการ' กินไปเล่าไป ย้อนวัยวันวาน

 
                           เดี๋ยวนี้บ้านเรามีร้านอาหารผุดขึ้นให้ได้เลือกรับประทานมากมาย แต่การจะเลือกร้านเพื่อฝากท้องสักมื้อ รสชาติอาหารถือเป็นเรื่องหลักก็จริง แต่คงปฏิเสธไม่ได้ว่า บรรยากาศภายในร้าน รวมถึงทำเลที่ตั้งก็มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ยิ่งถ้าร้านไหนมีครบทุกองค์ประกอบอย่างที่พูดมาละก็..จะอยู่ซอกไหน มุมไหน บรรดานักชิมก็ขวนขวายตามไปลิ้มลองกันแน่นร้านล่ะ อย่างที่จะชวนไปชิมวันนี้ก็เช่นกัน "นานัปการ" เป็นร้านเปิดใหม่ริมถนนราชพฤกษ์ ที่เพียงขับรถเฉียดไปด้านหน้าก็เห็นถึงความน่าสนใจจนต้องแวะเข้าไปเยี่ยมเยียน
 
                           เพียงเหยียบย่างเข้าไปภายในร้านความรู้สึกเสมือนกำลังก้าวผ่านประตูกลับไปสู่อดีต ด้วยทุกมุมของนานัปการถูกตกแต่งด้วยของใช้โบราณย้อนไปสมัยวัยเด็ก คร่าวๆ ก็ราว 30-40 ปี ซึ่ง "หมี" ธนพัชร์ สุขสุธรรมวงศ์ หนึ่งในทีมบริหาร เล่าให้ฟังว่า ตั้งใจแต่งร้านนี้ให้เป็นแนวผสมผสานระหว่างวินเทจกับโมเดิร์น ของที่นำมาตกแต่งเน้นของใช้เก่าๆ ที่ทุกคนเห็นแล้วเชื่อว่าต้องรู้จักและเคยสัมผัสมาก่อนแน่นอน ไม่ว่าจะเป็น กล่องลูกอม กล่องผงซักฟอก กล่องขนม ภาชนะ เครื่องใช้ รวมถึงโปสเตอร์หนังก็มีให้ได้ชมกันอย่างจุใจ เพราะแต่ละชิ้นล้วนมีหลากหลายเรื่องราวสามารถส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นให้ได้หวนรำลึกถึงวันวาน สอดคล้องกับชื่อร้านที่ต้องการรวมความหลากหลายไว้ในที่เดียว ทั้งยังตั้งใจให้เป็นจุดนัดพบของทุกกลุ่มคน ไม่ว่าจะเป็นนัดกินข้าวแบบครอบครัว นัดดื่มสังสรรค์ หรือพบปะเฮฮาประสาเพื่อนฝูง 
 
                           ที่นั่งของร้านแบ่งเป็น 2 โซนอย่างชัดเจน ภายในร้านเป็นโซฟาตัวใหญ่นั่งสบาย บนโต๊ะอาหารก็ยังไม่ทิ้งกลิ่นอดีตกับลวดลายของใช้โบราณอีกเช่นกัน ส่วนด้านนอกเป็นโซนโอเพ่นแอร์มีเก้าอี้ไม้สีขาวให้นั่งเอนกายสบายๆ หากเป็นช่วงเย็นแดดร่มลมตกบริเวณนี้จะเต็มก่อนเพื่อน แล้วถึงจะค่อยๆ ขยับโซนเข้ามาด้านใน แต่หากอยากสัมผัสแสงสีและฟังดนตรีอย่างใกล้ชิด แนะนำให้เลือกด้านในได้เลย ทางร้านจัดวงผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมาให้สนุกสนานวันละ 2 วง และหากดึกขึ้นจังหวะจะโคนก็จะยิ่งเพิ่มความเร้าใจให้หัวใจได้เต้นตุ๊บตั๊บๆ ขึ้นเป็นลำดับ
 
                           ชมความงามรอบร้านกันจนอิ่มเอมก็ได้เวลาพิสูจน์รสชาติอาหารกันแล้ว กางเมนูออกชมมีรายการอาหารไทยให้เลือกกว่า 200 รายการ ทั้งที่เป็นอาหารไทยโบราณหารับประทานยาก และไทยฟิวชั่นที่เชฟนำมาปรับจนกลายเป็นสูตรเฉพาะของทางร้าน แต่ที่เห็นแล้วยังต้องเหลียวหลังมองให้เห็นกันชัดๆ คือ ภาชนะที่ใช้ใส่อาหาร ยังคงกลิ่นอายสมัยคุณพ่อคุณแม่ยังสาวได้เป็นอย่างดี อย่างเมนูกินเล่นที่ทางร้านแนะนำ ปิ่นโตอีสาน ประกอบด้วย ของกินเล่น 3 ชนิด คือ แหนมซี่โครงหมู แหนมเอ็นข้อไก่ และไส้กรอกอีสาน เรียงซ้อนมาในเถาปิ่นโตสังกะสี 3 ชั้น เสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงมีทั้งถั่ว พริก หอมแดง ผักชี และต้นหอม อีกเมนูที่แปลกตาไม่แพ้กันคือ ไข่ตุ๋นกระบอกไม้ไผ่ ส่วนผสมก็มีเห็ดหอม หมูสับแครอท ไข่ไก่ ต้นหอม นำมาปรุงรสแล้วเทลงกระบอกไม้ไผ่ นำเข้าเตาเพียง 15 นาที ก็จะได้ไข่ตุ๋นรสกลมกล่อมและหอมกรุ่นกลิ่นไม้ไผ่ ก่อนเสิร์ฟโรยหน้าด้วยหอมเจียวและกุ้งตัวโต 
 
                           อีกเมนูที่มาแล้วต้องลองคือ ต้มข่าปลาสลิด เสิร์ฟในโถสเตนเลสสีเงินปิดฝามาอย่างดี พอถึงโต๊ะพนักงานถึงจะเปิดฝาให้ได้กลิ่นหอมฉุย เมนูนี้เป็นอาหารโบราณหารับประทานไม่ง่ายนัก เชฟต้องนำปลาสลิดไปทอดจนเหลืองกรอบได้ที่ก่อนจะนำมาปรุงจนได้รสชาติกลมกล่อม รับประทานกับข้าวสวยร้อนๆ ลงตัวทีเดียว เช่นเดียวกับ หมูปิ้งซอสมะขาม หมักด้วยนมสดจนนุ่มปรุงรสด้วยซอสมะขามสูตรเฉพาะของทางร้าน รสชาติออกเปรี้ยวนิดหวานหน่อยอร่อยไม่เป็นรองใคร จะสั่งมากินเล่นหรือเป็นกับข้าวก็เหมาะทั้งสองแบบ 
 
                           สำหรับใครที่ไม่เน้นมื้อเย็นแนะนำให้สั่งอาหารกินเล่นเบาๆ อย่าง กุ้งซิการ์ ฟรายด์ กินคู่น้ำจิ้มวาซาบิรสเด็ด รับรองจะติดใจ หรือจะหนักท้องขึ้นอีกหน่อยกับเมนูพิเศษไม่ซ้ำใคร เพราะทางร้านคิดขึ้นเพื่อลูกค้ารักสุขภาพโดยเฉพาะ อย่าง เมี่ยงแก้วหมูกรุบ วิธีการรับประทานก็ง่ายๆ ก่อนอื่นรองพื้นด้วยผักกาดแก้วและแผ่นก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ ใส่ไส้ที่ผัดจากหมูสับรวมกับซี่โครงหมูอ่อนสับ และเต้าหู้แผ่นทอดกรอบปรุงรส แล้วราดด้วยน้ำจิ้มซีฟู้ดรสแซบ ห่อพอดีคำพร้อมรับประทาน
 
                           ส่วนเครื่องดื่ม ทางร้านก็มีบริการหลากหลายชนิด ที่อยากแนะนำเป็นม็อกเทลสีสวยอย่าง บลูกามิกาเซ่ สีฟ้าสดใสดื่มแล้วซาบซ่า ขณะที่ เรดกามิกาเซ่ รสชาติเปรี้ยวนำหวานตาม ดื่มแล้วสดชื่นมากๆ