
ล่องเรือ 'ชมสวน' เลียบคลองมหาสวัสดิ์ สัมผัสวิถีภาคเกษตร
01 ก.พ. 2558
ท่องโลกเกษตร : ล่องเรือ 'ชมสวน' เลียบคลองมหาสวัสดิ์ สนองนโยบายรัฐ-สัมผัสวิถีภาคเกษตร : โดย...สุรัตน์ อัตตะ
ตามที่รัฐบาลได้ประกาศให้ปี 2558 เป็นปีแห่งการท่องเที่ยว "วิถีไทย” เป็นวาระแห่งชาติ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมส่งเสริมการเกษตรได้ให้ความสำคัญต่อการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ได้สนองนโยบายรัฐบาลด้วยการจัดกิจกรรมโครงการนำร่องแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร 4 แห่ง 4 ภูมิภาคในปี 2558 นี้
ล่องเรือชมสวนเลียบคลองมหาสวัสดิ์ อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม ถือเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่กรมส่งเสริมการเกษตรให้ความสำคัญเพื่อเชิญชวนให้ผู้สนใจได้ไปสัมผัส เนื่องจากเป็นพื้นที่เต็มไปด้วยเรื่องราววิถีชีวิตของผู้คนในอดีตและมีการประกอบอาชีพเกษตรกรรมที่หลากหลาย
อาทิตย์นี้ทีม "ท่องโลกเกษตร” ไปตามคณะผู้บริหารกรมส่งเสริมการเกษตร นำโดยอธิบดี "โอฬาร พิทักษ์” ล่องเรือชมสวนเลียบคลองมหาสวัสดิ์ โดยเริ่มจากจุดแรกบริเวณท่าเทียบเรือ ณ วัดสุวรรณาราม หลังมีพิธีเปิดโครงการอย่างเป็นทางการโดยท่านอธิบดี จากนั้นก็ลงเรือล่องไปตามคลองมหาสวัสดิ์ ก่อนจะขึ้นสู่ท่าเพื่อชมนาบัวลุงแจ่ม ซึ่งเป็นบัวตัดดอกของคุณประไพ สวัสดิ์โต ตั้งอยู่เลขที่ 61 หมู่ 3 ต.มหาสวัสดิ์ อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม
นาบัวแห่งนี้ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 15 ไร่เศษ โดยปลูกบัวสองพันธุ์หลักคือ “บัวสัตตบุษย์” ลักษณะดอกสีขาว และ “บัวฉัตรบงกช” มีกลีบดอกเป็นสีชมพูอมม่วง มีตลาดจำหน่ายหลักอยู่ที่ปากคลองตลาด กรุงเทพฯ คุณประไพ เล่าให้ฟังว่า เดิมพื้นที่แห่งนี้เป็นที่ทำนาปลูกข้าวมาก่อน แต่ด้วยปัญหาเรื่องราคาข้าวที่ไม่แน่นอน จึงตัดสินใจหันมาทำนาบัวแทน เนื่องจากเห็นว่าการดูแลไม่ยุ่งยาก ใช้เวลาปลูกไม่นานก็เห็นผลผลิต มีตลาดรองรับชัดเจนและยังสามารถเก็บขายสร้างรายได้ทุกวัน
“นาบัวที่ปลูกสามารถให้ผลผลิตได้นานถึง 6 เดือน การดูแลก็ไม่ยุ่งยากเหมือนนาข้าวและการให้ผลผลิตดอกบัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 200-400 ดอกต่อไร่ต่อวัน ก็นับเป็นรายได้ที่ดีทีเดียว”
หลังใช้เวลาสัมผัสความงามของนาบัวอยู่พักใหญ่ จากนั้นก็ลงเรือเพื่อล่องต่อไปยังจุดหมายต่อไปนั่นคือ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรมหาสวัสดิ์ ที่มีคุณปราณี สวัสดิ์แดง เป็นประธาน ตั้งอยู่หมู่บ้านศาลาดินเพื่อชมกรรมวิธีการผลิตข้าวตัวหน้าต่างๆ จากข้าวกล้องหอมมะลิและข้าวไรซ์เบอร์รี่ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อของกลุ่ม ตลอดจนการแปรรูปผลิตผลทางการเกษตรต่างๆ
จากนั้นจึงมาถึงจุดสุดท้ายเป็นสวนผลไม้ลุงบุญเลิศ ตั้งอยู่ ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล เพื่อชมการทำสวนผลไม้และไร่นาสวนผสม พร้อมชิมผลไม้ตามฤดูกาลที่มีให้รับประทานตลอดทั้งปี แต่ที่น่าสนใจคือการได้นั่งรถอีแต๊กชมนาข้าวและสวนผลไม้จนสร้างความประทับใจและเป็นที่สนุกสนานของผู้มาเยือน
ปัจจุบันสวนแห่งนี้ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 80 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่ปลูกข้าว 40 ไร่ ที่เหลือเป็นสวนไม้ผลที่เต็มไปด้วยผลไม้นานาชนิดที่ให้ผลผลิตตลอดทั้งปี ปัจจุบันมีคุณอุบล สวัสดิ์จุ้น อายุ 66 ปีและคุณจงดี เศรษฐอำนวย ลูกสาวของลุงบุญเลิศ เศรษฐอำนวย เป็นผู้สืบทอดดูแลกิจการ
“ตอนเกิดน้ำท่วมใหญ่ในปี 54 ที่สวนก็โดนเหมือนกัน ผลไม้ในสวนได้รับความเสียหายทั้งหมด โดยเฉพาะส้มโอตายเกลี้ยง ต้องมาฟื้นฟูกันใหม่ ก็หมดไปหลายแสนเหมือนกัน อย่างส้มโอขาวน้ำผึ้งลูกนี้ก็ไม่ขายเอามาตั้งโชว์ เพราะเพิ่งให้ผลผลิตครั้งแรกหลังที่ปลูกมาได้ 3 ปี” คุณอุบลย้อนอดีตให้ฟังพร้อมโชว์ผลส้มโอขาวน้ำผึ้งซึ่งเพิ่งเริ่มให้ผลผลิตในฤดูกาลแรก
ใช้เวลาเกือบค่อนวันในการตระเวนสัมผัสวิถีชุมชนของคนริมสองฝั่งคลองและล่องเรืองชมความงามทางธรรมชาติ ตลอดจนแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่น่าสนใจในจุดต่างๆ จนสร้างความประทับให้คณะผู้มาเยือนกันอย่างทั่วหน้า พร้อมกับคำมั่นสัญญาว่าหากมีโอกาสจะกลับมาเยือนอีกครั้ง มหาสวัสดิ์ ดินแดนแห่งตำนานและสายน้ำแห่งประวัติศาสตร์
สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจหากเดินทางมาโดยรถยนต์ส่วนตัวไปตามเส้นทางถนนบรมราชชนนี ถึงสี่แยกพุทธมณฑล เลี้ยวขวาเข้าเส้นทางศาลายา ผ่านมหาวิทยาลัยมหิดล สุดเขตมหาวิทยาลัย เลี้ยวซ้ายไปอีกประมาณ 5 กิโลเมตร สังเกตด้านขวามีป้ายบอกทางเข้าวัดสุวรรณาราม ขับเลี้ยวเข้าไป เมื่อผ่านทางรถไฟเลี้ยวขวาอีกครั้งขับตรงไปที่วัด จอดรถในวัด
ส่วนการเดินทางโดยรถไฟเริ่มจากสถานีธนบุรี ลงสถานีวัดสุวรรณาราม ใช้เวลาประมาณ 35 นาที หรือโดยรถประจำทางสามารถใช้บริการรถ ปอ.515 จากอนุสาวรีย์- ศาลายา ลงที่สี่แยกโรงพยาบาลศาลายาแล้วต่อรถจักรยานยนต์รับจ้างไปวัดสุวรรณาราม
---------------------------
(ท่องโลกเกษตร : ล่องเรือ 'ชมสวน' เลียบคลองมหาสวัสดิ์ สนองนโยบายรัฐ-สัมผัสวิถีภาคเกษตร : โดย...สุรัตน์ อัตตะ)



