ไลฟ์สไตล์

'บ้านไม่บาน'ขวัญใจ'ชาวบางสตางค์น้อย'

'บ้านไม่บาน'ขวัญใจ'ชาวบางสตางค์น้อย'

31 ม.ค. 2558

'บ้านไม่บาน' ขวัญใจ 'ชาวบางสตางค์น้อย' : คอลัมน์ บ้านไม่บาน โดย... อาจารย์เชี่ยว

 
          สวัสดีครับ แฟนๆ ชาว “บ้านไม่บาน” เมื่อไม่นานมานี้ ผมได้นำเสนอ “บ้านไม่บาน” ขวัญใจ “ชาวบางสตางค์น้อย”  ที่ทุ่ง “หนองเหียง” อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากนิคมอุตสาหกรรม “อมตะ” ที่ “พานทอง” ก็เป็นที่ถูกอกถูกใจกันพอสมควรครับสำหรับแฟนๆ ประเภท “เบี้ยน้อยหอยน้อย” ที่ต้องดิ้นรนทำมาหาเลี้ยงชีพแบบปากกัดตีนถีบ ต้องประหยัดมัธยัสถ์และอดออม เพราะไม่ได้คาบช้อนเงินช้อนทองมาแต่เกิด แต่ใจลึกๆ ก็อยากอยู่บ้านเดี่ยวที่มีบริเวณบนที่ดินกว้าง 150-200 ตารางวา เหมือนบรรดาเศรษฐีคนมีสตางค์ ที่พอจะฝันไกลไปถึงได้ก็เป็นแค่เพียงเจ้าของ “คอนโดมิเนียม” ขนาด 25-30 ตารางเมตรหรือ  “ทาวน์เฮ้าส์” ขนาด 20-25 ตารางวา หากคิดฝันไปไกลกว่านี้ก็จะเป็นฝันที่เกินเอื้อม ก็เลยเป็นที่มาของ “บ้านบางสตางค์น้อย”  ที่ทุ่ง  “หนองเหียง” และผมเชื่อว่าน่าจะเป็นต้นแบบของหมู่บ้านชาว “บางสตางค์น้อย” ในพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศครับ  
 
          สำหรับ “ไอเดีย” สุดบรรเจิดของผมแบบสวนกระแสที่มุ่งจะรังสรรค์ “บ้านบางสตางค์น้อย” ที่ทุ่ง “หนองเหียง” ก็เพื่อ “เติมเต็มความฝัน” และเป็น “รางวัลแด่คนช่างฝัน” ของบรรดา “คนรักบ้าน”  ทั่วประเทศนับหมื่นนับแสนครอบครัว ที่คนเหล่านี้ส่วนใหญ่กำลังอยู่ในช่วงการก่อร่างสร้างชีวิต สร้างครอบครัว เบื่อความแออัดยัดเยียดในย่านชุมชนเมืองที่ต้องอยู่ใน  “คอนโด” ราคาประหยัดที่มีขนาดเท่า “รูหนู” หรือ  “ทาวน์เฮ้าส์” ที่มีพื้นที่ดินเท่า “แมวดิ้นตาย” ผมเลยลองไปหาที่ดินกลางทุ่ง “หนองเหียง” ที่เดิมในอดีตเป็นพื้นที่ปลูกมันสำปะหลัง แต่ในสภาพปัจจุบันมีการคมนาคมเข้าถึงได้อย่างสะดวกสบายทั้งยังอยู่ไม่ไกลนักจากแหล่งงาน (ใช้เวลาขับรถยนต์หรือขี่มอเตอร์ไซค์ไม่เกิน 30 นาที) 
 
          ผมมุ่งเน้นเฉพาะบ้านเดี่ยวชั้นเดียว มีขนาดใหญ่กว่าบ้านจัดสรรปกติทั่วไป โดยออกแบบให้มีขนาด 3-4 ห้องนอน 1 ห้องรับแขก 2 ห้องน้ำและ 1 ห้องครัว จึงเป็นแบบ “บ้านไม่บาน” ที่มีพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง เพราะปลูกสร้างบนที่ดิน 150-200 ตารางวา ทำให้มีที่เหลือเฟือสามารถจอดรถได้ 4-5 คันสบายๆ แบบไม่ต้องแย่งกันหาที่จอดแบบบ้านพักอาศัยในชุมชนเมือง เป็นที่ที่คนในบ้าน 3 รุ่น 3 วัย เข้ามาอาศัยร่วมกันอย่างอยู่เย็นเป็นสุขตั้งแต่รุ่นปู่, พ่อ, ลูก และอาจจะรวมไปถึงรุ่นหลานในอนาคต  เนื่องจากมีบริเวณที่ดินกว้างขวางพอสมควรจึงมีที่เกินพอสำหรับการปลูกผลหมากรากไม้ที่ชื่นชอบ รวมทั้งบรรดาพืชผักสวนครัวรั้วกินได้ หรือในบางอารมณ์ที่บรรดาสมาชิกในบ้านอยากจะเลี้ยงนกเลี้ยงไก่ เลี้ยงหมาเลี้ยงแมวก็ทำได้เต็มที่ ก็ดูเหมือน “บ้านไม่บาน” ในอุดมคติที่เหมาะสมกับสมาชิกทุกๆ คนครับ  
 
          ผมมักจะบอกกับทุกๆ คนเสมอครับว่า “ความฝันความหวังเป็นของฟรี” แต่หากเราทำได้แต่ฝันหรือแค่หวังนั่งงอมืองอเท้าไม่ลงมือทำอะไรก็จะกลายเป็นคนเพ้อเจ้อ ดังนั้น จะต้องตัดสินใจลงมือทำจะถูกหรือผิดก็เป็นเพียงผลลัพธ์ที่เราได้เรียนได้รู้ได้มีประสบการณ์ที่จะก้าวต่อไปในภายภาคหน้า  นอกจากนี้ ยังทำให้เราฉลาดขึ้น อันเป็นผลจากการลงมือทำนี่แหละครับ และผมยังได้ใช้แนวคิด  “อกาลิโก + ไฮโซ + โลว์คอส”  ในการออกแบบบ้านที่ทุ่ง “หนองเหียง” ของชาว “บางสตางค์น้อย” ที่ “ร่ำรวยความสุข” นี้ จึงเป็นบ้านที่ สวยทน, สวยทาน, สวยนาน, สวยประหยัด, สวยดูดี และสวยอย่างมีชาติตระกูล ทั้งยังเป็นบ้านที่ถึงพร้อมทั้ง  “ประโยชน์” และ “ความสุข” อย่างแท้จริง     
 
          สิ่งที่ผมกล่าวมานี้ไม่ใช่เกินเลยหรอกครับ เพราะเป็นความรู้สึกแท้ๆ ที่ผมได้รับจากการได้พูดคุยกับบรรดาเจ้าของ “บ้านไม่บาน”  ที่ทุ่ง “หนองเหียง”  ถึงขนาดมีบางท่านตัดสินใจเลิกอยู่  “ทาวน์เฮ้าส์”  ในย่านใจกลางชุมชนเมืองแล้วย้ายไปอยู่ที่ทุ่ง “หนองเหียง”  เพื่อต้องการหลีกลี้หนีความแออัด สับสนวุ่นวาย ไปสู่สถานที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์ ไปอยู่บนพื้นที่ที่น้ำไม่ท่วมและมีสภาพดินดีปลูกอะไรก็ขึ้นได้ง่าย และที่สำคัญเป็นที่ที่สมาชิกในบ้านทั้งลูกเล็กเด็กแดงและหมาแมวที่เลี้ยงไว้มีที่วิ่งเล่นออกกำลังกาย จึงเป็นบ้านที่อบอวลไปด้วยความสุขเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะที่เบิกบาน ที่ไม่ค่อยจะได้ยินกันนักใน  “คอนโด”หรือใน  “ทาวน์เฮ้าส์” ที่มีสภาพแออัดท่ามกลาง  “ป่าคอนกรีต” และเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด
 
          สำหรับผมแล้วชื่นมื่น “ม่วนใจ๋” ขนาดครับ โครงการ “บ้านไม่บาน” ของชาว “บางสตางค์น้อย” ได้ก่อร่างสร้างรูปบนผืนดินที่เดิมปลูกมันสำปะหลัง อยู่ในเขตโครงข่ายการคมนาคมที่ดีเยี่ยมจะไปไหนมาไหนก็สะดวกสบาย สภาพแวดล้อมก็ดี, อากาศก็ดี, ดินก็ดี, ผู้คนก็ดี เพียงแค่นี้ก็เกินคำบรรยายแล้วครับ    
 
          สัปดาห์นี้ขอนำรูปมาอวดโฉมกัน ย้ำนะครับว่าบางหลังยังสร้างไม่เสร็จดี เพราะมีการต่อเติมเพิ่มขยายไปเรื่อยๆ ตามใจชอบ “ปลูกบ้านตามใจผู้อยู่ ปลูกอู่ตามใจผู้นอน” นั่นแหละครับ ใครจะว่าอะไรก็ช่าง แต่สำหรับพวกเขาแล้วนี่คือ “บ้านในฝัน” ที่รอกันมานานกว่าครึ่งค่อนชีวิต เป็น “บ้านไม่บาน” ที่สวยที่สุดในทัศนคติมุมมองของพวกเขา เป็น “บ้านไม่บาน” ที่ใช้ประโยชน์ได้สูงสุด เป็นบ้านที่มีราคาที่ประหยัดสุด เป็นบ้านที่เดินตาม “ทฤษฎีใหม่”  ที่ว่าด้วย “ความพอเพียง” ของ “ในหลวง”  อย่างเคร่งครัดที่สุด ผมขอสารภาพว่าเป็นอีกหนึ่งใน “บ้านไม่บาน” ที่ผมชื่นใจที่ได้ลงมือทำมากที่สุดในระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาครับ
 
.......................................
(หมายเหตุ 'บ้านไม่บาน' ขวัญใจ 'ชาวบางสตางค์น้อย'  : คอลัมน์ บ้านไม่บาน โดย... อาจารย์เชี่ยว)