
บูทิคอพาร์มเม้นท์ไม่บาน'4 in 1'
31 ม.ค. 2558
บูทิคอพาร์มเม้นท์ไม่บาน'4 in 1' : คอลัมน์ ตึกแถวอพาร์ตเมนต์ไม่บาน โดย... อาจารย์เชี่ยว
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผมได้นำเสนอ “บูทิคอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” ย่านปิ่นเกล้า ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการนำร่องอันเป็นสายพันธุ์ใหม่ของ “อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” ที่สามารถปรับเปลี่ยนไปสู่ “เซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” และเป็น “บูทิคอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” สุดท้ายจะไปจบที่ “บูทิคโฮเทลไม่บาน” ซึ่งการออกแบบอาคาร “ไฮบริด” ประเภท “4 in 1” ภายใต้งบประมาณที่จำกัดแบบนี้ถือว่ายากมาก เพราะเป็นการเปิดทั้งทาง “รุก” และทาง “ถอย” ให้กับ “อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” ธรรมดาๆ
ปกติอพาร์ทเม้นท์ทั่วไปในย่าน “ปิ่นเกล้า” มักจะมีค่าเช่าประมาณ 4,000-5,000 บาท++ ต่อเดือน แต่ถ้าเป็น “เซอร์วิส อพาร์ทเม้นท์” ก็จะมีราคาประมาณ 7,000-9,000 บาท++ต่อเดือน แต่ถ้าเป็น “บูทิคอพาร์ทเม้นท์” หรือ “บูทิคโฮเทล” จะมีรายได้เดือนละ 24,000-36,000 บาท++ (โดยเฉลี่ยวันละ 800-1,200 บาท) โดยประมาณ แต่สำหรับประเภท “มือใหม่หัดขับ” ที่เพิ่งได้เข้ามาเรียนรู้และเริ่มทำธุรกิจประเภท “อพาร์ทเม้นท์” ให้เช่า ผมมักจะแนะนำให้เริ่มจากการบริหารจัดการที่ง่ายๆ ก่อน เมื่อมีประสบการณ์ระดับหนึ่งแล้ว ค่อยพัฒนาตัวเองขึ้นไปทีละขั้นทีละตอน ไม่ต้องเร่งรีบ ค่อยๆ เรียนค่อยๆ รู้เป็นการทำงานแบบ “เดินทีละก้าว กินข้าวทีละคำ” และ “ทำทีละเรื่อง” ตามปรัชญาความ “พอเพียง” ของ “ในหลวง” ครับ
ผมร่ายมายืดยาวประเด็นที่สำคัญอยู่ตรงนี้แหละครับ จะเป็นไปได้หรือไม่ที่ผมจะทำการออกแบบ “อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” สายพันธุ์ใหม่ประเภท “4 in 1” ที่สามารถปรับเปลี่ยนตัวเองได้ไม่ว่าสถานการณ์เศรษฐกิจและการเมืองจะเป็นแบบไหน ก็สามารถประคองตัวให้ “อยู่รอดปลอดภัย” และ “คืนทุนไว” จากการลงทุนไปในครั้งนั้นๆ เช่น หากเศรษฐกิจในภาพรวมไม่ใคร่จะดีนักก็เป็น “อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” ให้เช่ารายเดือนตามปกติ แต่หากเศรษฐกิจดี มีทั้งคนเก่งและคนดีมาช่วยบริหารจัดการให้ทั้งในด้านการตลาดและการบริการก็ปรับตัวเองให้เป็น เซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน, บูทิคอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน หรือ บูทิคโฮเทลไม่บาน ก็จะทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่าเลยทีเดียว ซึ่งโครงการ “บูทิคอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” ที่ชื่อว่า “เดอะ บางกอก ปิ่นเกล้า” แห่งนี้ผมออกแบบขึ้นภายใต้กรอบแนวคิดดังกล่าวนี้ครับ
จะว่าไปแล้วในการที่จะเปลี่ยนจาก “อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” ตามปรกติให้เป็น “เซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” แล้วปรับให้เป็น “บูทิคอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” หรือ “บูทิคโฮเทลไม่บาน” นั้น ก็สามารถทำได้ไม่ยาก เพียงแต่เพิ่ม “พล็อบ” และวัสดุตกแต่งประเภท “งานศิลปะร่วมสมัย” เช่น งานประติมากรรมรวมทั้งภาพเขียนและการให้บริการที่พิเศษขึ้น เพียงเท่านี้ก็จะกลายเป็น “เซอวิสอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” แล้วค่อยปรับให้เป็น “บูทิคอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” หรือ “บูทิคโฮเทลไม่บาน” ได้ไม่ยาก เพราะโดยรูปลักษณ์ของ “อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” หลังนี้ก็ถูกออกแบบให้ “สวยที่สุดในซอย” นี้อยู่แล้ว หรือถ้าอยากพิเศษมากไปกว่านั้นก็เพิ่มสีสัน โดยการเพิ่มในส่วน “Landscape” การจัดสวนหรือเพิ่มสระว่ายน้ำ
รวมทั้งการเพิ่มการทำการ “ตลาดออนไลน์” ผ่านโครงข่าย “อินเทอร์เน็ต” ประเภท “E-Marketing” และข้อดีอย่างหนึ่งของการทำ “บูทิคโฮเทลไม่บาน” คือ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักเป็นชาวต่างชาติ ทำให้ไม่ต้องการพื้นที่จอดรถมากนัก ในส่วนตัวผมแล้วเชื่อว่าในอีก 2-3 ปี ที่จะถึงกระแส “บูทิคอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” และ “บูทิคโฮเทลไม่บาน” ยังไงก็มาแรงแน่ครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการเปิด “เออีซี” เสรีอาเซียน อย่างเป็นทางการ ก็จะมีชาวต่างชาติมาเยี่ยมเยียน รวมไปถึงมาทำธุรกิจธุรกรรมในประเทศของเราในแต่ละปีน่าจะ 10-20 ล้านคนเป็นอย่างน้อย ดังนั้น การเตรียมการออกแบบอาคารให้ได้มาตรฐานสากลสำหรับนานาชาติจึงเป็นเรื่องที่ห้ามมองข้ามเป็นอันขาดครับ
จุดสำคัญอีกประการหนึ่งของ “บูทิคอพาร์ทเม้นท์+บูทิคโฮเทลไม่บาน” ย่าน “ปิ่นเกล้า” หลังนี้คือ การมีทำเลที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองที่มีสภาพแวดล้อมที่แออัด และวิวทิวทัศน์ก็ดูไม่น่าชมเท่าไหร่ ทำให้ผมได้ออกแบบให้แต่ละห้องมีระเบียงค่อนข้างเล็กมีขนาดความกว้างเพียง 1.20 เมตร เป็นผลทำให้ห้องน้ำมีขนาดใหญ่ขึ้น มีความกว้างถึง 2.80 เมตร ผลที่ได้คือทำให้ห้องพักมีอากาศเย็นสบาย เพราะความร้อนจากภายนอกถูกกันเอาไว้จากพื้นที่ในส่วนห้องน้ำ และในทางปฏิบัติพื้นที่ในบริเวณห้องน้ำก็ต้องการอากาศร้อนเพื่อจะได้แห้งและต้องสามารถระบายอากาศได้ดีไม่อับชื้น ถือว่าสมประโยชน์กันเป็นอย่างยิ่งครับ นอกจากนั้น การที่มีพื้นที่ระเบียงไม่มากเกินไป จะทำให้ผู้ที่เช่าอยู่ไม่เอาของที่ไม่ใช้มาวางไว้เต็มระเบียงให้เกะกะและก่อให้เกิดทัศนะอุจาดตา
แต่เหนือสิ่งอื่นใด โครงการ “บูทิคอพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” ย่าน “ปิ่นเกล้า” หลังนี้ผมได้สร้างเด็กหนุ่มขึ้นมา 1 คน มีอายุเพียง 21 ปี เพิ่งจบมหาวิทยาลัยหมาดๆ กำลังสับสนต่อการเดินก้าวต่อไปในอนาคต ผมได้สร้างให้เขาเป็นคนที่มีความรู้ +ความชำนาญเกี่ยวกับ “อสังหาฯ” ได้เรียนรู้ “แก่นแท้” ของคำว่า “การลงทุนในอสังหาฯ” แบบมืออาชีพนั้นแท้จริงแล้วคืออะไรกันแน่ หลังจากที่ได้ทำงานอย่างหนักร่วมกับผมมาเกือบ 2 ปี ทำให้ผมเชื่อมั่นว่าเด็กหนุ่มคนนี้มีอนาคตไกลแน่ครับ หากไม่หลงลืมในสิ่งที่ผมสอนไว้ โดยเฉพาะการเปิดทาง “ถอย” เมื่อยามสถานการณ์คับขันหรือคิดอ่านทำการใหญ่เกินตัวไม่ยึดหลัก “ความพอเพียง”
ผมเคยถามหนุ่มน้อยคนนี้ว่าเหนื่อยไหม หนักไหม เขาตอบว่าเหนื่อยและหนัก แต่ก็ไม่ท้อครับ เพราะมีผมเป็นทั้งโค้ชเป็นทั้งอาจารย์เป็นทั้งพี่เลี้ยงที่พร้อมจะช่วยประคองให้ลุกขึ้นยามเพลี่ยงพล้ำ ช่วยชี้นำทางยามเมื่อหลงไปไกล แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือกำลังใจและความรักตลอดจนความเอาใจใส่ทั้งจากแม่และยายที่มีให้กับหนุ่มน้อยคนนี้ เมื่อปัจจัยต่างๆ ถึงพร้อมแล้วผลลัพธ์ที่ได้ก็น่าประทับใจครับเมื่อการก่อสร้างอาคารจวนแล้วเสร็จก็มีคนสนใจจับจองเข้ามาพักกันอย่างล้นหลาม ก็รู้สึกว่าได้ทำหน้าที่ที่ควรทำและก็มีความสุขที่ได้ทำหน้าที่นั้น และยิ่งไปกว่านั้นก็ทำให้แม่และยายมีความสุข สำหรับหนุ่มน้อยคนนี้ชีวิตในช่วงเวลานี้ก็คงไม่มีอะไรดีไปกว่านี้แล้วครับ
จะว่าไปแล้วโครงการนี้ก็เป็นหนึ่งในความทรงจำดีๆ ในชีวิตการทำงานของผม สำหรับแฟนๆ ชาว “อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” ที่สนใจในรายละเอียดเกี่ยวกับการลงทุนทำ “อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” สายพันธุ์ใหม่แบบ “ไฮบริด” ประเภท “4 in 1” ก็สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ 08-1421-8323 หรือ เข้าดูรายละเอียดได้ในเว็บไซต์ www.homeloverthai.com แล้วพบกันใหม่อีกสองสัปดาห์หน้าครับ
.......................................
(หมายเหตุ บูทิคอพาร์มเม้นท์ไม่บาน'4 in 1' : คอลัมน์ ตึกแถวอพาร์ตเมนต์ไม่บาน โดย... อาจารย์เชี่ยว )



