ไลฟ์สไตล์

คลินิคคนรักบ้าน:'อัศวินอสังหาฯ'

คลินิคคนรักบ้าน:'อัศวินอสังหาฯ'

31 ม.ค. 2558

"อัศวินอสังหาฯ" : คอลัมนื คลินิคคนรักบ้าน โดย... ดร.ภัทรพล

 
 
          คำกล่าวที่ว่าการลงทุนในธุรกิจ "อสังหาริมทรัพย์" จะมีรอบการขึ้นและลงเป็น "วัฏจักร" คงจะเป็นจริง บางท่านบอกว่าใช้เวลา 9-12 ปี ที่แต่ละรอบจะมาเวียนบรรจบ และเกิดบรรยากาศของ “อสังหาริมทรัพย์บูม” เหมือน “ฟองสบู่” และจะกลับไปซบเซา แล้วจะกลับมา “บูม” ใหม่เหมือน “ฟองสบู่” อีกครั้ง ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่าง “สิงคโปร์” ในรอบที่ผ่านมา ก็ถึงจุดสูงสุดของการ “บูม” ของ “อสังหาฯ” ในปี 2008  ส่วน “มาเลเซีย” ก็ตามมาติดๆ ถึงจุดสูงสุดของการ “บูม” ของ “อสังหาฯ” ประมาณปี 2010 ส่วน  “อินโดนีเซีย” ก็ไม่น้อยหน้าถึงจุด “บูม” ในช่วงปี 2012 
 
          นอกจากนี้ บรรดาเกจิอาจารย์ที่คร่ำหวอดในวงการ “อสังหาฯ” คาดการณ์ว่า บ้านเรา “อสังหาฯ” จะ “บูม” ในช่วงปี 2014 แต่เนื่องจากมีปัจจัยที่ไม่คาดฝันทางการเมืองที่นอกเหนือการควบคุมและคาดเดา คือ การเล่น “กีฬาสี” ของ “เสื้อเหลือง” และ “เสื้อแดง” ทำให้ “อสังหาฯ” ของประเทศเราย่ำอยู่กับที่ไปไม่ถึงไหนเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน แต่สำหรับผมคาดการณ์ว่า “อสังหาฯ” ของบ้านเราน่าจะ “บูม” หลังจากการเปิด “เออีซี” เสรีอาเซียน สัก 2-3 ปี ถึงตอนนั้นก็จะส่งผลให้ราคา “อสังหาริมทรัพย์” ในประเทศพุ่งพรวดขึ้นไปอีกอย่างน้อย 20-30% ทำให้ “อสังหาฯ” ทุกประเภทมีราคาพุ่งสูงลิ่ว และเกิดเศรษฐีใหม่จากธุรกิจ “อสังหาฯ”  อีกมากมาย 
 
          นั่นแหละครับเป็นสิ่งที่ผมกังวลเป็นที่สุด เมื่อลูกโป่ง “อสังหาฯ” พองตัวก็มีวันที่ต้องแฟบหรือถ้าร้ายไปกว่านั้นก็ต้องแตกดังโพละ ที่มักเรียกกันว่าปรากฏการณ์  “ฟองสบู่แตก” บรรดาเศรษฐีทั้งใหม่ทั้งเก่าก็จะกลายเป็น “คนเคยรวย” กลับมาจนเหมือนเดิมหรือจนกว่าเดิมดังที่เคยเป็นมาในอดีต   
 
          จากปรากฏการณ์ดังกล่าว ทำให้ผมเริ่มตั้งคำถามว่าจะมีการลงทุน “อสังหาฯ”  ประเภทใดที่ทำให้นักลงทุนสามารถ “อยู่รอดปลอดภัย” ไม่ว่าสถานการณ์เศรษฐกิจและการเมืองเป็นเช่นไรหรือแปรผันมากน้อยเพียงไร ถือว่าเป็นโจทย์ที่ท้าทายในการหาคำตอบมากครับ เพราะในส่วนตัวผมที่มีอายุพอจะเรียกว่า “แก่เกินแกง” ก็ว่าได้ ทั้งยังได้ผ่านร้อนผ่านหนาวได้เห็นการล่มสลายครั้งสำคัญๆ แบบหนักหนาสาหัสของ “อสังหาฯ”  ในประเทศนี้มา 3 ครั้ง 3 ครา ที่ว่าหนักหนาสาหัสกันพอสมควร 
 
          ตั้งแต่วิกฤติ “อสังหาฯ” ครั้งแรก ที่เกิดมาจากความขัดแย้งอย่างรุนแรงในแถบตะวันออกกลางจนบานปลายกลายเป็น “สงครามอ่าว” (Gulf War) ระหว่างประธานาธิบดี “บุช” (ผู้พ่อ) กับ “ซัดดัม  ฮุสเซน” ผู้นำ “อิรัก” ที่บุก “คูเวต” ทำให้นักวิเคราะห์คาดเดาว่า “สงครามอ่าว” จะบานปลายกลายเป็นสงครามโลกครั้งที่ 3 เป็นผลให้เศรษฐกิจทั้งโลกเกิดการถดถอยพร้อมๆ กัน สาหัสกันไปทั่วถ้วนหน้า และวิกฤติ ครั้งที่ 2 ที่ทำให้ “อสังหาฯ” ในประเทศชะงักงันคือ วิกฤติความขัดแย้งของคนไทยด้วยกันเอง เพียงแค่ “คิดต่าง” และไม่ “รู้รักษ์สามัคคี” แต่โชคดีที่มีบารมีของ “ในหลวง”  ที่ยุติความขัดแย้งนั้นได้อย่างฉิวเฉียด มิฉะนั้นคงหนักหนาสาหัสกันไปมากกว่านี้ เรียกกันว่าเป็นวิกฤติช่วง  “พฤษภาทมิฬ”  
 
          ส่วนวิกฤติ ครั้งที่ 3 หนักหนาแสนสาหัสกว่าบรรดาวิกฤติทั้ง 2 ครั้งที่ผ่านมาถือว่าเป็นการ “เผาหลอก” แต่วิกฤติครั้งที่ 3 ถือว่าเป็นการ “เผาจริง” ถึงขนาดต้อง “ลอยอังคาร” เลยทีเดียว เป็นวิกฤติที่เกิดจากการ “โจมตีค่าเงินบาท” ในช่วงปี 1997 ของพ่อมดทางการเงิน “จอร์จ โซรอส” ในสมัยรัฐบาล “พ่อใหญ่จิ๋ว”  ทำให้ค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐจาก 25 บาทต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ เพียงแค่ข้ามคืนค่าเงินบาทลอยลิ่วขึ้นไปเป็น 50 บาทต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้เศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศเข้าสู่ขั้น “โคม่า” เกือบล้มละลายกันทั้งประเทศ ที่รู้จักกันดีไปทั้งโลกว่า “ต้มยำกุ้งดีซีส” 
 
          สำหรับคนที่สามารถฟันฝ่าวิกฤติใหญ่ๆ มาได้ถึง 3 ครั้ง 3 ครา เก่งอย่างเดียวไม่พอครับ ต้องเฮงด้วยมิหนำซ้ำยังต้องมีของดีและมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองประเภท “ตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้” แต่ส่วนใหญ่ที่ผมรู้จักก็มักจะไม่ได้โชคดีอย่างนั้นครับ นี่ยังไม่นับรวมวิกฤติย่อยๆ  อีกมากมาย เช่น วิกฤติราคาน้ำมันโลก, วิกฤติราคาปูนซีเมนต์และเหล็กเส้นขาดแคลน, วิกฤตินโยบายธนาคารไม่ปล่อยสินเชื่อ เป็นต้น และอีกหลายวิกฤติน้อยใหญ่แทบจารนัยกันไม่หมด จึงเป็นที่มาของการค้นหานักลงทุนประเภท “อัศวินอสังหาฯ”  ถือว่าเป็นโจทย์ที่ท้าทายครับ ที่เราจะ “เรียนรู้” ที่จะ  “อยู่ร่วม” และ “อยู่รอด”  ได้อย่างไรกับวิกฤติของ  “อสังหาฯ” ต่างๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นอีกอย่างแน่นอนในอนาคต   
 
          วิกฤติที่ผมเป็นห่วงสุดๆ อีก 2 วิกฤติในอนาคตอันใกล้นี้คือ “วิกฤติความขัดแย้งทางการเมือง” ที่เป็นเสมือนระเบิดเวลาอาจประทุได้ตลอดเวลา และ “วิกฤติการเปิด  “AEC” เสรีอาเซียน” ในสภาพที่เรายังไม่พร้อมอาจจะเสียทีเขาได้โดยง่าย เรื่องที่ผมจะพูดเกี่ยวกับนักลงทุนประเภท  “อัศวินอสังหาฯ”  นั้นเป็นเรื่องฉกรรจ์และสำคัญมากครับ สัปดาห์นี้พื้นที่หมด เอาไว้ต่ออีกสองสัปดาห์หน้าว่า “อัศวินอสังหาฯ”  จะควบ “ม้าขาว” เพื่อกู้วิกฤติของ “อสังหาฯ”  ในอนาคตได้อย่างไร จึงห้ามพลาดครับ  
 
.......................................
(หมายเหตุ "อัศวินอสังหาฯ" : คอลัมนื คลินิคคนรักบ้าน โดย... ดร.ภัทรพล)