
กลัวถูกฆ่ายกครัว
30 ม.ค. 2558
เปิดซองส่องไทย : กลัวถูกฆ่ายกครัว
ผมและครอบครัวได้รับความเดือดร้อนจากการเพิกเฉยของเจ้าหน้าที่บ้านเมือง เรื่องมีอยู่ว่า พี่ชายที่อาศัยอยู่ในบ้านเดียวกัน เป็นพี่ชายแท้ๆ ของผมมีนิสัยไม่เกรงกลัวใคร ตอนหลังพี่ชายไปทำงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเท่าที่ผมทราบมาพี่ชายผมได้ค้ายาเสพติดด้วย แต่ไม่รู้ว่าเป็นยาเสพติดประเภทไหน จึงยิ่งทำให้พี่ชายกร่างมากขึ้นและทำความเดือดร้อนให้แก่ครอบครัวหลายต่อหลายครั้ง
หลังจากพ่อเสียชีวิต พี่ชายมีการขู่จะทำร้ายและขู่จะฆ่าครอบครัวเพื่อต้องการมรดกจากแม่ ผมและแม่จึงไปแจ้งความไว้ที่ สภ.บ้านโดนเอาว์ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เจ้าหน้าที่ตำรวจแค่ลงบันทึกประจำวันเอาไว้ และเพื่อให้เรื่องทุกอย่างจบลงทางครอบครัวจึงตัดปัญหาโดยแบ่งทรัพย์สินของที่บ้านให้แก่พี่ชาย แต่พี่ชายกลับไม่พอใจ ขู่จะฟ้องศาล
ทราบว่าตอนนี้กำลังหาทนายเพื่อจะฟ้อง แต่ระหว่างนี้พี่ชายก็เข้ามาขู่และด่าทอทุกคนในครอบครัวเกือบทุกวัน ผมจึงได้ไปแจ้งความไว้เป็นหลักฐานอีก ว่าพี่ชายได้ขู่จะฆ่าครอบครัวของผม แต่ตำรวจกลับไม่มีการเรียกพี่ชายมาว่ากล่าวตักเตือนเลยสักนิดเดียว รวมทั้งไม่เคยติดต่อให้ครอบครัวของผมและพี่ชายเข้าพบเพื่อเจรจากัน
ตั้งแต่เกิดเรื่องครอบครัวมีการแจ้งความดำเนินคดีกับพี่ชาย 3-4 ครั้งแล้ว แต่ตำรวจไม่ดำเนินการอะไรให้เลย ทำเพียงแค่ลงบันทึกประจำวันเอาไว้เท่านั้น ทำให้ครอบครัวเกิดความระแวงและหวาดกลัว ผมเกรงว่าพี่ชายจะฆ่าทุกคนในครอบครัวจากคำขู่ที่เคยพูดเอาไว้ เพราะมีตำรวจหนุนหลัง จึงไม่มีใครทำอะไรได้ แจ้งความไปก็เงียบ ล่าสุดเมื่อต้นเดือนมกราคม 2558 พี่ชายเข้ามาที่บ้านอีกครั้ง คราวนี้พกปืนมาด้วย ขณะกำลังจะเข้าบ้านก็ตะโกนเสียงดังว่ามีลูกพี่เป็นตำรวจ ไม่กลัวใครทั้งนั้น แจ้งความกี่ครั้งก็ไม่กลัว เพราะไม่มีใครทำอะไรได้
ผมเกรงว่าจะไม่ปลอดภัยเพราะพี่ชายเริ่มหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ ถึงขั้นพกปืนมาข่มขู่ จึงแจ้งความที่ สภ.บ้านโดนเอาว์ เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2558 ที่ผ่านมา อีกครั้ง หมวดนพรัตน์เป็นผู้รับแจ้งความ เวลาผ่านมาเกือบ 1 เดือนแล้ว เรื่องไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด ยังคงเงียบเหมือนเดิม ผมและครอบครัวไม่รู้จะพึ่งใคร จึงขอความช่วยเหลือจากลุงแจ่มด้วย ช่วยหาทางออกให้แก่ผมและครอบครัวของผมด้วยว่าจะทำอย่างไรดี และอยากได้คำแนะนำว่าจะทำอย่างไรไม่ให้พี่ชายมาขู่หรือทำร้ายได้
สุวัฒน์
ตอบ
ร.ต.ท.นพรัตน์ เจริญรัตนาสกุล พนักงานสอบสวน สภ.บ้านโดนเอาว์ จ.ศรีสะเกษ ชี้แจงว่า ครอบครัวนี้มีปัญหาทะเลาะกันเป็นเรื่องของมรดก จึงมีการทะเลาะวิวาทหลายครั้ง ผู้เสียหายจึงเดินทางมาแจ้งความที่ สภ.หลายครั้ง ภายหลังรับแจ้งความ พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีได้ดำเนินการสอบสวนตามขั้นตอน และเรียกพี่ชายซึ่งเป็นผู้ถูกกล่าวหามาสอบปากคำ โดยผู้ถูกกล่าวหายอมรับว่ามีปัญหาทะเลาะวิวาทจริง ซึ่งเป็นปัญหาภายในครอบครัว และปฏิเสธเรื่องการพกพาอาวุธปืนและการขู่ฆ่า โดยอ้างว่าคู่กรณีคือน้องชายและมารดามีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง ซึ่งเป็นอาวุธของบิดาที่เสียชีวิตไปแล้ว ส่วนการบุกรุกเข้าไปภายในบ้าน เนื่องจากบ้านของผู้เสียหายและผู้ถูกกล่าวหาอยู่ในรั้วบ้านเดียวกัน ซึ่งในวันดังกล่าวผู้ถูกกล่าวหากลับเข้าบ้านตนเองซึ่งอยู่ติดกันกับบ้านผู้เสียหายและมีเรื่องกระทบกระทั่งกัน
กรณียาเสพติด เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบข้อมูล ได้ร่วมกับทหาร ฝ่ายปกครอง และผู้นำชุมชน เข้าตรวจค้นในบ้านพักของผู้ถูกกล่าวหา แต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย ซึ่งการเข้าตรวจค้นเป็นไปตามขั้นตอนและมีพยานจำนวนมากอยู่ในเหตุการณ์ รวมทั้งมีญาติของทั้งสองฝ่ายอยู่ด้วย กรณีข้อสงสัยในการทำหน้าที่ของพนักงานสอบสวนที่ลงบันทึกประจำวันเท่านั้น เนื่องจากเป็นความประสงค์ของมารดาของผู้เสียหาย รวมทั้งการพูดคุยพร้อมหน้ากันทั้งสองฝ่ายเพื่อหาข้อยุติ ทางมารดาของผู้เสียหายก็ปฏิเสธการพูดคุยกับผู้ถูกกล่าวหาต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาภายในครอบครัว ที่ทั้งสองฝ่ายสามารถยุติปัญหาได้โดยการพูดคุยและปรับความเข้าใจกัน สาเหตุที่ทั้งสองฝ่ายยังคงมีการกล่าวหากันเนื่องต่างฝ่ายต่างปฏิเสธการพูดคุย ดังนั้น ภายในสัปดาห์นี้จะเรียกทั้งสองฝ่ายมาพูดคุยและหาทางออกร่วมกัน เพื่อยุติความบาดหมางในหมู่พี่น้องให้ได้โดยเร็ว
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของคดี ตำรวจเจ้าของคดีก็จะได้ดำเนินการตามขั้นตอนทุกอย่าง คดีใดที่รับแจ้งความไว้แล้ว พนักงานสอบสวนจะดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆ ต่อไป เรื่องไม่เงียบหายอย่างที่ผู้เสียหายเข้าใจอย่างแน่นอน
กลัวโดนยึดบ้าน
ดิฉันมีเรื่องร้อนใจอยากทราบค่ะ คือว่า สามีของดิฉันมีปัญหาเรื่องบัตรเครดิต ขณะนี้มีหมายศาลจ่อคิวเพื่อให้ไปขึ้นศาล เดือนหน้าหนึ่งใบ แล้วเดือนถัดไปอีกหนึ่งใบ โดยก่อนหน้านั้น สามีเคยไปขึ้นศาลมาแล้วหนึ่งครั้ง แล้วก็ยังไม่สามารถจ่ายตามที่ตกลงกับเจ้าหนี้ได้ เนื่องจากก่อนหน้านั้น เราเคยมีกิจการของตัวเอง แต่ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมานี้ เราประสบปัญหาทางธุรกิจ ทำให้ขาดทุน แล้วมีแต่ขาดทุนอย่างเดียว ไม่เคยมีกำไรกลับมาเลย ทำให้เรามีปัญหาเรื่องหนี้สิน ขณะนี้ก็มีหนี้นอกระบบอีก เครียดมากค่ะ
ส่วนดิฉันเอง ก็เป็นแม่บ้าน ช่วยงานเอกสารสามีบ้าง จึงทำให้ไม่มีรายได้ จนเมื่อเกิดปัญหา สามีก็พยายามแก้ไขเรื่องธุรกิจ ส่วนดิฉันก็ออกหางานทำ แต่รายได้คนเดียว คงไม่พอเลี้ยงสามีและลูกอีก 2 คน จึงทำให้เป็นปัญหาในขณะนี้
ปัญหาก็คือว่า สามีควรจะไปตามนัดหรือเปล่า แล้วถ้าไปแล้วไม่สามารถเคลียร์เงินได้อีกจะเป็นปัญหาตามมาหรือไม่ ขณะนี้เรามีบ้าน ซึ่งเป็นทรัพย์สินอย่างเดียวที่เหลืออยู่ จะโดนยึดด้วยไหมคะ หากเราไม่สามารถชำระหนี้ให้เจ้าหนี้บัตรเครดิตได้
กุ้ง
ตอบ
ศูนย์ปรึกษากฎหมายชุมชน อาจารย์ชลธิชา สมสอาด คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต แนะนำเรื่องนี้ว่า ในเรื่องของหมายศาลนั้น ทางที่ดีควรจะไปตามที่ศาลนัด เพื่อจะได้ชี้แจงต่อศาลว่า ขณะนี้ปัญหาของคุณคืออะไร แล้วคุณมีกำลังพอที่จะชำระหนี้ได้มากน้อยแค่ไหน ส่วนผลจะเป็นอย่างไรก็แล้วแต่การพิจารณาของศาล
อีกกรณีหนึ่ง คือ การที่คุณไปตามศาลนัดจะทำให้คุณได้เปรียบมากกว่าเสียเปรียบ เพราะถ้าสามีคุณไม่ไป ศาลก็จะพิจารณาฝ่ายเดียว จะทำให้เสียเปรียบมากกว่า
แต่ถ้าสามีคุณไปขึ้นศาล ก็จะได้พูดจาตกลงกับเจ้าหนี้ด้วย แต่ถ้าหลังจากตกลงกันแล้ว และมีคำพิพากษาออกมาแล้วว่าคุณยินยอมที่จะชำระเท่าไหร่ อย่างไร ก็ควรจะชำระให้ได้ตามที่ตกลงกันไว้ เพราะหลังจากมีคำพิพากษาแล้ว แล้วคุณยังไม่ทำตาม เจ้าหนี้มีสิทธิที่จะบังคับคดีด้วยการยึดทรัพย์สินเอาจากคุณได้ โดยไม่ต้องฟ้องศาลอีกครั้ง
ดังนั้น ที่คุณถามเรื่องบ้าน เจ้าหนี้ก็มีสิทธิที่จะมาบังคับคดีเรื่องบ้านด้วย ถ้าเจ้าหนี้เห็นว่ายอดหนี้ที่มีอยู่จำนวนมาก แล้วก็คุ้มกับการที่จะมาดำเนินการดังกล่าว
ทางที่ดีควรจะเจรจากับเจ้าหนี้ แล้วพยายามชำระหนี้ให้ได้ตามตกลงกันไว้
ลุงแจ่ม



