
ยานอน (เรือ) นอนรักษาโรคเรื้อรัง
30 ม.ค. 2558
ดูแลสุขภาพ : ยานอน (เรือ) นอนรักษาโรคเรื้อรัง
ยานอน เป็นการรักษาโดยให้ผู้ป่วยสัมผัสกับสมุนไพรตามแนวสันหลัง หรือให้สัมผัสทั้งตัว หรือห่มยา ส่วนใหญ่เป็นการรักษาโรคเรื้อรัง หรืออาการปวดตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย ซึ่งเชื่อว่าเกิดจากพิษตามแนวกระดูกสันหลัง จึงใช้การนอนเพื่อให้แนวสันหลังสัมผัสกับตัวยาให้มากที่สุด การใช้ยานอนที่เป็นการห่มยา จะให้ผู้ป่วยนอนในไม้ขุดขนาดเท่าตัวคน หรือนอนในเรือที่ต่อจากไม้ที่มีสรรพคุณทางยา เช่น อบเชย ประดู่ กฤษณา ยมหอม
ยานอนมีสรรพคุณแก้ขัด แก้แข็ง ชาตามตัว ผดผื่นคัน การอักเสบ ปวดตามกระดูกเส้นเอ็น เลือดลมไม่ดี หรือธาตุทั้งสี่เสีย รักษามาหลายวิธีแล้วไม่หาย ก็สามารถใช้วิธีนี้ช่วยได้ การทำยานอนต้องบูชาครูบาอาจารย์ ดังนั้น คนที่ทำและคนไข้จึงต้องถือศีลและสวดมนต์ เพราะเชื่อว่าทำให้ยามีฤทธิ์แรงขึ้น
สมุนไพรในตำรับยานอนดั้งเดิมของคนไทยใหญ่ มีอยู่ถึง 37 ชนิด เช่น ห้าเยืองโหลง(เปล้า) กิ่งปาน (คนทีสอ) ติ๊ดสืบ(หญ้าถอดปล้อง) พูไม้ตอง(ทองหลาง) หมิ้นสล้าง(ไพล) สามปู๊(ว่านน้ำ) ผักบุ้งส้ม จะเริมหลำ (ปีกไก่ดำ) จะเริมขาว(เสนียด) ซามะนอย(บอระเพ็ด) ตีนเป็ดเคอ(เอ็นอ่อน) ไม้ลางจ้อ(อบเชย) หญ้าตีตุ๊ด(โกฐจุฬาลัมพา) หญ้าต่อยหุบ(ไมยราพ) ฮ่อมเกี่ยว(กะเม็ง) หญ้าหนาดโหลง(หนาด) ไม้ส้มเห็บ(ส้มกบ) หญ้าเอ็นยืด ใบปู้(พลูกินหมาก) ผักปูลิง ไม่เน่าใน(แก้มอ้น) ใบกาสะลอง(บีบ) เป็นต้น
การเตรียมและการใช้ยานอน
1. ก่อนวางตัวยาสมุนไพร ใช้ใบสมุนไพรปูรองท้องเรือเป็นชั้นๆ ชั้นล่างสุดใช้ใบตองกล้วยน้ำว้าปูตามขวาง ให้ใช้กล้วยน้ำว้าเท่านั้น เพราะมีฤทธิ์ฝาด เย็น ชั้นที่สองใช้ใบกุ๊กซึ่งเป็นพืชตระกูลขิงข่า ใบเร่ว หรือใบว่านสาวหลง ซึ่งเป็นสมุนไพรบำรุงปอด ชั้นที่สามปูด้วยใบแหย่ง ชั้นที่สี่ใบพลับพลึง ชั้นบนสุดใบอบเชย
2. เมื่อปูใบไม้ครบ 5 ชั้นแล้ว ให้เอาตัวยามาหั่นล้างให้สะอาด ตำพอแหลก นำยาไปนึ่งประมาณ 30 นาที อาจวางยาในเรือหรือวางตามแนวกระดูกสันหลัง หรือหากสมุนไพรมีมากอาจวางเต็มแผ่นหลังเลยก็ได้ แล้วให้คนไข้นอน จากนั้น นำสมุนไพรมาวางข้างๆ และด้านหน้าให้ทั่วตัว เป็นการห่มตัวด้วยยา แล้วนำน้ำนึ่งยา (น้ำที่อยู่ในหม้อต้มซึ่งจะมีตัวยาบางส่วนอยู่) ราดบนตัวคนไข้ 1 ครั้ง แล้วตลบใบตองห่อปิดตัว ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง ระหว่างนั้นอาจราดน้ำนึ่งยาเป็นระยะ รวมแล้วสัก 3 ครั้ง เพราะน้ำที่ราดจะเป็นน้ำอุ่นที่จะช่วยให้ตัวยาอุ่นอยู่ตลอด
3. หากคนไข้มีอาการที่เกี่ยวกับความร้อนในตัว อาจเปลี่ยนน้ำนึ่งยาเป็นข้าวซาวข้าวจากข้าวเจ้า แต่ถ้าคนไข้ร่างกายเย็นก็เปลี่ยนเป็นน้ำข้าวหม่า(น้ำแช่ข้าวเหนียว) เพราะข้าวเหนียวมีฤทธิ์ร้อน หรือจะเอาน้ำข้าวใส่ตอนตำผสมตัวยาก็ยิ่งดี จะทำให้ตัวยาเข้าเนื้อได้ดีขึ้น
4. การใช้ยานอนควรทำสัก 3 ครั้งติดต่อกัน สำหรับคนไข้ที่ทำไหวแต่ถ้าเพลียเกินไป ควรเว้นระยะให้คนไข้แข็งแรงขึ้น จึงค่อยทำอีก ยานอนสูตรนี้ทำเสร็จแล้ว ควรทำให้คนไข้ระบายเพื่อขับถ่ายพิษของเสียออก หากคนไข้อ่อนแรงมาก ก็อาจรอสัก 2-3 วัน จึงค่อยทำให้ระบาย
ข้อห้ามและของแสลง
- ห้ามหญิงมีครรรภ์ใช้ยานอน รวมถึงคนที่ประจำเดือนขาดหายไปนานๆ เพราะว่ายานอนจะทำให้เลือดออกมาก ประจำเดือนออกมาแรง ถ้าร่างกายอ่อนแอจะทำให้เพลียและซีด
- สมัยก่อนกำหนดให้คนที่จะใช้ยานอนได้ต้องมีอายุ 16 ปีขึ้นไป แต่สมัยนี้ให้สังเกตเอาว่า ผู้หญิงจะใช้ยานอนได้ต้องเริ่มมีประจำเดือนแล้ว ส่วนผู้ชายต้องเสียงแตกหนุ่มก่อน ถ้ายังก็ห้ามทำ
- ห้ามกินของเผ็ดจัด เค็มจัด ของดอง เป็นเวลาอย่างน้อย 3 วัน หลังจากใช้ยานอน
- ถ้าคนไข้เป็นโรคหัวใจ ไม่ให้ใส่ต้นตีนเป็ดต้น และตีนเป็ดเครือในตำรับ จึงจะใช้ยานอนได้
- สูตรยานอนนี้ใช้กับคนความดันสูงโลหิตสูงได้ เพราะเป็นยาเย็น
- สามารถใช้กับคนสติฟั่นเฟือน หรือเป็นโรคประสาทได้
นอกจากนี้ ยังมีตำรับยานอนอื่นๆ เช่น แก้คนที่มีอาการร้อนในร่างกายมาก แก้คนตัวเย็น กดเส้น แก้อัมพฤกษ์ อัมพาต ซึ่งใช้สมุนไพรคล้ายๆ กับที่ใช้ทำลูกประคบหรือยาอบ เพราะฉะนั้น ทุกคนจึงสามารถตั้งตำรับยานอนส่วนตัวได้เอง



