
ตั้งศูนย์ดูแลชาวพุทธครั้งแรกบนดินแดนพุทธภูมิ-สังเวชนียสถาน
ตั้งศูนย์ดูแลชาวพุทธครั้งแรก บนดินแดนพุทธภูมิ-สังเวชนียสถาน : ผกามาศ ใจฉลาดรายงาน
ท่าเผาศพ ท่าการบูชาคงคาอารตีอย่างยิ่งใหญ่ การเยือนสังเวชนียสถาน 4 ตำบล อันเป็นสถานที่ประสูติ ตรัสรู้ ปฐมเทศนา ปรินิพพาน ทำให้ผู้มาเยือนดินแดนพุทธภูมิ โดยเฉพาะคณะผู้ประกอบศาสนกิจนมัสการสังเวชนียสถาน 4 ตำบล ที่อินเดีย-เนปาล ทุกรุ่นของกรมการศาสนา (ศน.) กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) โดย "กองทุนส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา" ได้เรียนรู้ธรรมะ บ้างเกิดการปลงสังขาร บ้างสำนึกในการใช้ชีวิตแบบไม่ประมาท ทุกคนได้มีโอกาสนั่งสมาธิ สวดมนต์ แผ่เมตตา ซึมซับวิถีภารตที่สืบทอดกันมานานหลายพันปีและยังยึดโยงปฏิบัติจนถึงปัจจุบัน
แต่การเตรียมตัวเดินทางไปอินเดีย-เนปาลด้วยตัวเองนั้น ไม่ง่ายเลย ต้องมีการหาข้อมูลเดินทาง สภาพอากาศ อาหารการกิน โรงแรมที่พัก ข้อมูลแต่ละสถานที่ ฯลฯ อย่างถูกต้อง บางคนเลือกใช้บริการบริษัททัวร์ก็มี มหาน้อย หรือ พระครูนิโครธบุญญากร เจ้าอาวาสวัดไทยนิโครธาราม เนปาล กล่าวในฐานะพระธรรมทูตสายอินเดีย-เนปาล ว่า ในอดีตยังมีทุกข์ของผู้แสวงบุญที่เดินทางมาจาก 3 ทุกข์ ทุกข์เรื่องอาหารการกิน ทุกข์เรื่องการเดินทางอันแสนยากลำบาก (ระยะทางเพียง 200 กม. ต้องใช้เวลาเดินทาง 8-10 ชม.) และทุกข์เรื่องไม่มีห้องน้ำให้ปลดทุกข์
ทำให้หลายคนเกิดความกังวลไม่กล้ามา แต่ปัจจุบันนี้ทุกข์เรื่องอาหารการกินกับการเดินทางเริ่มสะดวกสบายขึ้น เพราะมีบริษัททัวร์ การเดินทางก็มีรถปรับอากาศอย่างดีบริการพอให้ลืมระยะทางอันแสนยากลำบากไปได้บ้าง แต่ทุกข์เรื่องไม่มีห้องน้ำนั้น สุดแล้วแต่ชะตากรรมว่าจะปวดตรงไหน ข้างทาง กลางทุ่งกันหรืออาศัยราวป่า ข้างกำแพงเก่าบ้าง ป่าถั่วแระบ้าง หรือไม่ก็ลงทุ่งข้าวสาลีนั่นเอง หากเป็นชายก็สะดวกหน่อยเลือกทำเลได้ตามอัธยาศัย แต่หากเป็นหญิงก็ต้องมีอุปกรณ์ช่วย ผ้าคลุม ร่ม หรือหรูหน่อยก็มีกระโจม เป็นความลำบากสำหรับผู้ไม่คุ้นเคย
16 มกราคม 2558 ที่ผ่านมา นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ร่วมเป็นสักขีพยานในการทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกันระหว่าง กรมการศาสนา โดย นายกฤษศญพงษ์ ศิริ อธิบดีกรมการศาสนา และพระธรรมทูต สายประเทศอินเดีย-เนปาล โดยมี พระครูปริยัติโพธิวิเทศ เจ้าอาวาสวัดไทยเชตวัน ผู้แทนพระเทพโพธิวิเทศ หัวหน้าพระธรรมทูต สายประเทศอินเดีย-เนปาล จัดตั้ง “ศูนย์อำนวยความสะดวกสำหรับพุทธศาสนิกชนชาวไทยที่เดินทางไปประกอบศาสนกิจนมัสการสังเวชนียสถาน 4 ตำบล ณ ประเทศอินเดีย-เนปาล”
“การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือครั้งนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่พุทธศาสนิกชนชาวไทย ที่เดินทางไปประกอบศาสนกิจนมัสการสังเวชนียสถาน 4 ตำบล ณ ประเทศอินเดีย-เนปาลจำนวนมาก ให้ได้รับความสะดวกและปฏิบัติศาสนกิจได้ถูกต้องตามหลักของศาสนา อาทิ ข้อมูลเรื่องการเดินทาง ความรู้ต่างๆ การดูแลสุขภาพ การช่วยเหลือระหว่างปฏิบัติธรรม ไม่ว่าจะเดินทางกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชน บริษัทท่องเที่ยว ฯลฯ เบื้องต้นนำร่องเปิดศูนย์ดังกล่าว ที่วัดไทยลุมพินี ประเทศเนปาล หลังจากนั้นจะขยายไปยังวัดไทยแห่งอื่นๆ ในอินเดีย-เนปาล” รมว.วัฒนธรรม กล่าว
นายกฤษศญพงษ์ กล่าวว่า แต่ละปี ศน. ได้จัดสรรงบประมาณจากกองทุนส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา สนับสนุนให้พระสงฆ์และพุทธศาสนิกชนผู้ประกอบคุณงามความดี เดินทางไปประกอบศาสนกิจ ศึกษาประวัติความเป็นมาของดินแดนพุทธภูมิที่เป็นต้นกำเนิดของศาสนาพุทธเพื่อนำความรู้ด้านพระพุทธศาสนามาเผยแพร่ได้อย่างถูกต้อง และสามารถนำประสบการณ์ที่ได้รับมาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติต่อไป
ทั้งนี้ ในปี 2558 มีคณะผู้เดินทาง 2 รุ่น แต่ละรุ่นมีพระสงฆ์และฆราวาส รวม 135 รูป/คน โดยการจัดตั้งศูนย์ที่วัดไทยลุมพินีครั้งนี้ ถือว่าเป็นครั้งแรก เริ่มให้บริการได้ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ นี่จึงเป็นอีกหน้าประวัติศาสตร์สำคัญของศาสนาพุทธของไทย อินเดีย เนปาล รวมไปถึงชาวพุทธทั่วโลก
ทัศนะผู้แสวงบุญ
พระวิสุทธิญาณเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการามวรวิหาร กล่าวว่า ขอขอบคุณกรมการศาสนาที่ได้นำพระสงฆ์มาเห็นสถานที่จริงว่า สิ่งที่อยู่ในใจพระหนุ่มเณรน้อยทั้งหลายว่า สถานที่ประสูติ ตรัสรู้ ปฐมเทศนา ปรินิพพาน มีอยู่จริงหรือ วันนี้ก็ได้มาเห็นว่ามีอยู่จริง ยิ่งสร้างความมั่นใจให้แก่พระสงฆ์ในการศึกษาธรรมและนำธรรมนั้นไปเผยแผ่ บอกเล่าต่อญาติโยมได้อย่างถูกต้อง หากมีโอกาสก็อยากจะกลับมาดินแดนของพระศาสดาอีก
นันทิยา สว่างวุฒิธรรม อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม หนึ่งในผู้ที่เคยไปแสวงบุญ บอกว่า การมาแสวงบุญครั้งนี้ได้รับความรู้จากพระมหาน้อย มีประสบการณ์อันล้ำค่ายิ่ง ได้สักการบูชา ได้ศึกษาพระประวัติอย่างรู้แจ้งเห็นจริง ยิ่งเกิดความศรัทธาเลื่อมใส เมื่อกลับไปใช้ชีวิตประจำวันจะต้องเข้าไปสนับสนุนกิจกรรมที่ปฏิบัติศาสนกิจ และอยากให้คณะสงฆ์ที่เดินทางมาครั้งนี้กลับไปทำประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนากันให้มากๆ เพื่อต่อยอดประโยชน์ให้เกิดแก่ชาวพุทธ



