ไลฟ์สไตล์

ผู้ป่วยหัวใจวาย....สู่ทางรอดด้วยการติดตั้งเครื่อง AED

ผู้ป่วยหัวใจวาย....สู่ทางรอดด้วยการติดตั้งเครื่อง AED

28 ม.ค. 2558

ดูแลสุขภาพ : ผู้ป่วยหัวใจวาย....สู่ทางรอดด้วยการติดตั้งเครื่อง AED

 
                              นาทียื้อชีวิตของผู้ป่วยฉุกเฉินจากสภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันได้เกิดขึ้นบนเครื่องบินของสายการบินแห่งหนึ่ง โลกโซเชียลมีเดียมีการแชร์คลิปการยื้อชีวิตผู้ป่วยท่านนี้ โดยในคลิปมีคนพยายามช่วยเหลือด้วยการฟื้นคืนชีพหรือ CPR ให้แก่ผู้ป่วยรายนี้ แต่สุดท้ายก็ต้องจบชีวิตลง 
 
                              ในประเทศไทยนั้น ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันถือเป็นภัยคุกคามและเป็นสาเหตุการเสียชีวิตติดอันดับต้นๆ ของประชากร โดยเหตุการณ์ส่วนใหญ่เกิดขึ้นทั้งที่บ้าน ที่สาธารณะ บนเครื่องบิน สถานีรถไฟ ห้างสรรพสินค้า สถานที่ออกกำลังกาย และสถานบริการต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ดังนั้นเพื่อเพิ่มโอกาสการรอดชีวิตของผู้ป่วยฉุกเฉินที่หัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันนอกสถานพยาบาล สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) จึงมีการประชาสัมพันธ์รณรงค์ให้มีการเตรียมพร้อมติดตั้งและการฝึกใช้เครื่องฟื้นคืนคลื่นหัวใจด้วยไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ หรือ AED ไว้ในสถานที่ที่มีโอกาสและความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะฉุกเฉินดังกล่าว โดยจะมีการจัดงานรณรงค์ขึ้นที่สถานีรถไฟหัวลำโพงในวันที่ 9 กุมภาพันธ์นี้ เพื่อเป็นการรณรงค์ให้เครื่อง AED ถูกนำไปติดตั้งและนำไปใช้ช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 
 
                              เครื่อง AED เป็นเครื่องมือที่ใช้ระบบปฏิบัติการแบบอิเล็กทรอนิกส์พกพา ซึ่งประชาชนทั่วไปก็สามารถใช้เครื่องนี้ได้ โดยเมื่อมีการเปิดการใช้งานของเครื่อง AED ก็จะสามารถวินิจฉัยภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะที่เป็นอันตรายถึงชีวิต และสามารถให้การรักษาด้วยการช็อกไฟฟ้ากระตุกหัวใจได้โดยใช้กระแสไฟฟ้าหยุดรูปแบบการเต้นของหัวใจที่ผิดจังหวะ เพื่อเปิดโอกาสให้หัวใจกลับมาเต้นใหม่ในจังหวะที่ถูกต้องได้ โดยการรักษานั้นระบบอิเล็กทรอนิกส์ในเครื่องจะออกคำสั่งให้เราเป็นผู้ปฏิบัติตามได้ ที่ผ่านมามีตัวอย่างการนำเครื่อง AED มาใช้ในต่างประเทศและเพิ่มโอกาสการรอดชีวิตให้แก่ผู้ป่วยฉุกเฉินในภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันได้ ไม่ว่าจะเป็นที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศญี่ปุ่น โดยในประเทศญี่ปุ่นมีการกระจายการติดตั้งเครื่อง AED ตามที่สาธารณะต่างๆ มากถึง 380,000 เครื่อง และมีแนวโน้มการติดตั้งเพิ่มขึ้นมากที่สุดในโลก เมื่อเทียบกับสัดส่วนของประชากร และสามารถช่วยผู้ป่วยฉุกเฉินให้รอดชีวิตได้มากกว่าร้อยละ 45 
 
                              ทั้งนี้ ประชาชนทั่วไปที่ได้รับการฝึกฝนการใช้เครื่อง AED จะสามารถใช้งานได้ ภายใต้คำแนะนำของผู้ปฏิบัติการทางการแพทย์ฉุกเฉินผ่านสายด่วน 1669 โดยเริ่มแรกเมื่อผู้ใช้งานเปิดฝาเครื่อง AED ให้ฉีกซองบรรจุอิเล็คโทรด โดยแผ่นอิเล็คโทรดจะมีอยู่ 2 ชิ้น ซึ่งชิ้นแรกจะต้องนำไปติดบนทรวงอกตอนบนของผู้ป่วย และชิ้นที่สองจะต้องติดบนผิวทรวงอกตอนล่างของผู้ป่วย จากนั้นเครื่อง AED จะทำการวิเคราะห์จังหวะการเต้นของหัวใจ ซึ่งขณะนี้ห้ามผู้ที่ช่วยเหลือสัมผัสตัวผู้ป่วยเด็ดขาด จากนั้นเมื่อเครื่องวินิจฉัยเสร็จแล้วจะขึ้นสัญญาณให้ทำการช็อกไฟฟ้า ให้ผู้ช่วยเหลือกดที่ปุ่มช็อกตามสัญญาณที่ปรากฏอยู่บนตัวเครื่อง และสลับกับการช่วยเหลือฟื้นคืนชีพผู้ป่วย หรือCPR อย่างต่อเนื่อง จนกว่าเจ้าหน้าที่กู้ชีพจะมาถึง โดยการช่วยเหลือควรทำภายใน 3-5 นาที จะช่วยเพิ่มโอกาสการรอดชีวิตของผู้ป่วยฉุกเฉินได้มากขึ้น
 
                              อย่างไรก็ตาม มีมูลนิธิการแพทย์ฉุกเฉินญี่ปุ่น (Japan Emergency medical Foundation (JEMF)) ได้ตั้งคณะทำงานทำการวิจัยเพื่อพิจารณาแนวทางการติดตั้งและการใช้งานเครื่อง AED อย่างมีประสิทธิภาพ และมีการประกาศใช้แนวทางดังกล่าวไปแล้วในประเทศญี่ปุ่น ซึ่ง สพฉ. ได้นำแนวทางและข้อเสนอแนะดังกล่าวมาปรับปรุงให้สอดคล้องกับประเทศไทย ซึ่งสถานที่ติดตั้งเครื่อง AED เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลจะพิจารณาจากสถานที่ที่ประชาชนโอกาสเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสถานที่ที่มีคนพลุกพล่าน 
 
                              สรุปได้ว่า การติดตั้งเครื่อง AED นั้น จะเป็นการช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินที่มีภาวะหัวใจหยุดเต้นได้อย่างมีประสิทธิภาพสลับกับการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน หรือ CPR ดังนั้นหน่วยงานดังกล่าวจึงควรจัดหาเครื่อง AED มาติดตั้งไว้ในพื้นที่ของตนเอง และควรมีการจัดอบรมการใช้งานเครื่อง AED ให้แก่พนักงานของตนเองให้ใช้เครื่องมือดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยผ่านคำแนะนำของบุคลากรทางแพทย์หรือเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินสามารถโทรแจ้งขอคำแนะนำได้ที่สายด่วน 1669 ทันที
 
 
 
 
 
นพ.อนุชา เศรษฐเสถียร 
 
เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.)