ไลฟ์สไตล์

เสียดอกเบี้ยโดยไม่รู้ตัว

เสียดอกเบี้ยโดยไม่รู้ตัว

27 ม.ค. 2558

เปิดซองส่องไทย : เสียดอกเบี้ยโดยไม่รู้ตัว

 
                             ได้สมัครบัตรเครดิตห้างสรรพสินค้าหนึ่งที่มาเปิดใหม่ แล้วเซลส์ได้เชิญชวนให้สมัครบัตร เคทีซี พราวด์ วีซ่า  ปรากฏว่าบัตรอนุมัติปุ๊บ (ยังไม่โทรเปิดใช้บัตร) มีเงินโอนเข้าบัญชี 20,000 บาท ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้เปิดใช้บัตร เจ้าหน้าที่แจ้งว่าเป็นเงื่อนไขการสมัครใช้บัตร ซึ่งเซลส์รายนี้ไม่ได้แจ้งให้ทราบ 
 
                             ผลก็คือต้องเสียดอกเบี้ยกินเปล่าให้บัตร เคทีซี พราวด์ ซึ่งเป็นจำนวนเงินร้อยกว่าบาท เพื่อนร่วมงานรู้ข่าวดิฉันบอกเล่า จึงได้นำสมุดบัญชีธนาคารไปตรวจสอบยอด พบว่าโดนเหมือนดิฉัน หลายๆ คนจึงยอมโอนเงินคืนพร้อมเสียดอกเบี้ยไปก่อน มีข้อคำถามอยากปรึกษาดังนี้ และขอความกระจ่างจากเคทีซี พราวด์ ด้วยว่าจะเป็นอย่างไร
 
                             1.อยากทราบว่าการสมัครเคทีซี พราวด์ วีซ่า เมื่อไม่ได้ให้เลขบัญชีธนาคาร และไม่ได้ให้หน้าสมุดเงินฝากธนาคาร แล้วทางบริษัท เคทีซี การ์ด ยังโอนเงินมาให้ได้ ทำให้ต้องเสียดอกเบี้ย 
 
                             2.เมื่อดูในเว็บไซต์ เคทีซี มีเงื่อนไขการสมัครตอนแนบหน้าบัญชีธนาคาร แต่ไม่ได้แนบ ทั้งๆ ที่สมัครไว้เผื่อฉุกเฉินยังไม่ต้องการใช้เงิน จึงยังไม่ให้เลขบัญชีหรือหน้าสมุดธนาคารไป ทางเคทีซี การ์ด ซึ่งเป็นคนละบริษัทกับธนาคารกรุงไทย (เคทีบี) ทำไมจึงโอนเงินเข้าบัญชีได้ทั้งๆ ที่เอกสารใบสมัครทางเซลส์ไม่ได้ให้เซ็นชื่อรับทราบเงื่อนไขแต่อย่างใด 
 
                             3.อยากขอเงินค่าดอกเบี้ยคืนแม้จะไม่กี่บาท จะมีวิธีการใดบ้าง และไม่คิดว่าจะโดนวิธีการแบบนี้ 
 
 
ทัศนีย์
 
 
ตอบ
 
 
                             เคทีซี หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ชี้แจงว่า การที่ได้สมัครบัตรเครดิตและสินเชื่อพร้อมใช้ “เคทีซี พราวด์ ” ที่บูธเคทีซีซึ่งไปเปิดในโรงเรียนแห่งหนึ่ง ที่ จ.นครปฐม โดยผู้ร้องเรียนได้ลงนามในใบสมัครและให้เอกสารประกอบการสมัครอื่นๆ แต่ไม่มีสำเนาสมุดบัญชีธนาคารย้อนหลัง ผู้ร้องเรียนจึงได้ลงนามในเอกสารมอบอำนาจเพื่อให้ตัวแทนขาย (อิสระ) ไปดำเนินการแทนในการขอคัด Bank Statement ที่ธนาคารกรุงไทย ซึ่งเป็นบริการที่ทางเคทีซีอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าที่ไม่สามารถนำสำเนาสมุดบัญชีธนาคารมาประกอบในวันสมัคร กรณีนี้ทางเคทีซีจึงได้ดำเนินการสมัครให้ผู้ร้องเรียนตามที่ได้รับมอบหมายด้วยเอกสารที่ครบถ้วนพร้อมอ้างอิงเลขที่บัญชีการโอนเงินจากเอกสารรายการเดินบัญชี และเมื่อสินเชื่อได้รับการอนุมัติ จึงมีเงินโอนก้อนแรกเข้าบัญชีตามกระบวนการปกติของสินเชื่อพร้อมใช้ เคทีซี พราวด์  
 
                             อนึ่ง ในช่วงเวลาของการสมัครซึ่งอาจจะมีเวลาจำกัด จึงอาจทำให้การสื่อสารในเรื่องของผลิตภัณฑ์ระหว่างตัวแทนขาย (อิสระ) กับลูกค้าไม่เพียงพอ ลูกค้าจึงไม่ทราบในเรื่องของการโอนเงินก้อนแรกและดอกเบี้ยที่ต้องชำระ ดังนั้นบริษัทจึงได้ปรับปรุงดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมที่เกิดขึ้นทั้งหมดและได้แจ้งผลการปรับปรุงให้ผู้ร้องเรียนรับทราบแล้ว พร้อมทั้งผู้ดูแลตัวแทนขาย (อิสระ) ได้เดินทางจากกรุงเทพฯ ไปพบลูกค้าที่นครปฐมเพื่อชี้แจงและปรับความเข้าใจด้วยตนเองเรียบร้อยแล้ว 
 
                             ทั้งนี้ ล่าสุดผู้ร้องเรียนได้แจ้งหัวหน้าแผนกของเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริการของเคทีซีว่า เป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อนระหว่างตนกับตัวแทนแทนขาย (อิสระ) และไม่ติดใจเรื่องใดๆ อีก พร้อมทั้งขอให้ลบเรื่องร้องเรียนดังกล่าวออกจากโพสต์ในเฟซบุ๊กของเคทีซีด้วย และยังคงยินดีเป็นสมาชิกเคทีซีทั้งผลิตภัณฑ์บัตรเครดิตและสินเชื่อ “เคทีซีพราวด์” ต่อไป  
 
                             ข้อมูลเพิ่มเติมโดยหลักการทั่วไปสำหรับการสมัครสินเชื่อพร้อมใช้ “เคทีซี พราวด์” เมื่อสินเชื่อได้รับอนุมัติ ลูกค้าจะได้รับโอนเงินก้อนแรก ดังนี้ รายได้ต่ำกว่า 15,000 บาท รับเงินโอนก้อนแรกขั้นต่ำ 5,000 บาท รายได้ตั้งแต่ 15,000 บาท ขึ้นไป รับเงินโอนก้อนแรกขั้นต่ำ 10,000 บาท ในการโอนเงินครั้งแรกจะมีรายละเอียดให้ผู้สมัครกรอกในแบบฟอร์มใบสมัคร โดยให้ระบุยอดเงินที่ต้องการรับโอนครั้งแรก และตัวแทนขาย (อิสระ) จะแจ้งรายละเอียดการโอนเงินก้อนแรกให้ลูกค้ารับทราบด้วย รายละเอียดเพิ่มเติมผลิตภัณฑ์สินเชื่อพร้อมใช้ “เคทีซี พราวด์” สามารถค้นหาได้จากตารางการเปิดเผยข้อมูลบนเว็บไซต์  <http://www.ktc.co.th/th/ktc/IndividualCustomers/PersonalLoans/KTCproud/Product_Disclosure/index.htm>
 
 
 
ฟ้องชู้ เรียกร้องค่าสินไหมทดแทนได้ 
 
 
                             ผมมีเรื่องร้อนใจอยากทราบครับ คือว่า แต่งงานอยู่กินกับภรรยามาได้ 12 ปี มีลูกด้วยกัน 2 คน ภรรยาของผมรับราชการ ส่วนผมทำงานเอกชนครับ เรามีบ้าน มีรถยนต์ และที่ดินเป็นทรัพย์สินที่มีร่วมกัน และเป็นชื่อของเราทั้งสองคน ปัญหาของผมอยู่ที่ว่า ผมเพิ่งรู้ว่า ภรรยาของผมมีความสัมพันธ์กับเพื่อนชายที่ทำงาน และคงเป็นเช่นนี้มานานแล้ว แต่ผมไม่ทราบเรื่องมาก่อน 
 
                             เมื่อผมทราบเรื่องเลยทำให้เรามีปากเสียงกัน และภรรยาบอกว่า ต้องการจะหย่าจากผม ผมยังทำใจกับเรื่องนี้ไม่ได้ จึงออกจากบ้านมาอยู่บ้านแม่ของผมเอง ขณะนี้เราแยกกันอยู่มาได้ประมาณ 6 เดือนแล้วครับ โดยที่ผมยังไปหาลูกทุกวันหยุดเสาร์และอาทิตย์ แต่ผมไม่ได้ค้างที่บ้านนั้น พาลูกออกไปข้างนอก หรืออยู่ด้วยกันแล้วผมก็กลับในช่วงค่ำ 
 
                             อยากทราบว่า ถ้าผมไม่หย่าให้ ภรรยาจะฟ้องหย่าผมได้ไหมครับ ผมมีสิทธิที่จะเรียกร้องอะไรจากชายชู้บ้างไหมครับ แล้วถ้าต้องหย่ากันจริงๆ เรื่องทรัพย์สินจะทำอย่างไร 
 
 
อนันท์ 
 
 
ตอบ 
 
 
                             ศูนย์ปรึกษากฎหมายชุมชน อาจารย์ชลธิชา สมสอาด คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต แนะนำว่า ในกรณีนี้ตามกฎหมายแล้วภรรยาไม่มีสิทธิที่จะฟ้องหย่าคุณ เพราะเธอเป็นฝ่ายที่ไปมีชายอื่น แต่คุณก็ไม่ควรออกไปอยู่นอกบ้าน เนื่องจากว่า หากคุณออกไปอยู่นอกบ้านนานเกิน 1 ปี เธออาจฟ้องหย่ากับคุณ โดยอ้างเหตุของการทิ้งร้าง แต่ถ้าเป็นอย่างนั้น เมื่อถึงเวลานั้น และได้มีการพิสูจน์พบว่า เหตุที่คุณต้องออกจากบ้านไปนั้น เป็นเพราะภรรยาไปมีชายอื่นก็จะทำให้เธอไม่มีสิทธิในการฟ้อง ซึ่งทางที่ดีคุณกลับเข้าไปอยู่ที่บ้านจะดีกว่า 
 
                             แต่ถ้าต้องหย่ากันจริงๆ คุณก็มีสิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากผู้ชายคนนั้น ฐานเป็นชู้กับภรรยาของคุณ และการที่จะเรียกร้องค่าเสียหายจากชายชู้ได้ หมายความว่า คุณจะต้องฟ้องหย่าต่อภรรยาของคุณ ซึ่งตรงนี้ก็ขึ้นอยูที่ว่าคุณจะดำเนินการหรือไม่ ส่วนเรื่องทรัพย์สินนั้น ถ้าจดทะเบียนสมรสกันกัน ทรัพย์สินที่หามาได้หลังจากแต่งงานก็ต้องแบ่งกันคนละครึ่ง หรือ ถ้าให้สะดวกคือ ยกให้ลูกไปทั้งหมด ก็น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่า คุณจะเอาอย่างไร และตกลงกับภรรยาได้หรือไม่
 
 
ลุงแจ่ม