
'ไวน์แดงช่วยชีวิตจริงหรือ?'
26 ม.ค. 2558
'ไวน์แดงช่วยชีวิตจริงหรือ?' : คอลัมน์ ดูแลสุขภาพ
ไวน์แดงช่วยให้อายุยืน ปลอดโรค จาก New York Academy of Science (NYAS, www.nyas.org) เสนอผลงานค้นคว้าเกี่ยวกับสาร ซึ่งมีในไวน์แดงที่ชื่อว่า Resveratrol (ตีพิมพ์ในเดือนมกราคม 2011) และหลังจากนั้นมีรายงานเป็นระยะจนถึงกรกฎาคม 2013 รวมทั้งบทความในวารสาร Scientific American (มกราคม 2012) ในเส้นทางสู่การมีอายุยืน
ความเป็นอมตะ คือมีชีวิตยืนยาวสุขภาพดีสมองไม่เสื่อม ไม่มีโรคเกี่ยวเนื่องกับอายุขัยเป็นสิ่งที่มนุษย์ (โดยเฉพาะตั้งแต่เลข 4 ขึ้นไป) แสวงหา กลไกที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดที่ทำให้อายุยืนยาวแต่ไม่มีใครทำหรือขี้เกียจทำ คือทำให้ตกอยู่ในภาวะอดอาหาร โดยเฉพาะขาดกลูโคสหรือน้ำตาล (Starvation และ Caloric restriction) ซึ่งพิสูจน์ได้ในสัตว์ทดลองเช่น หนู ตั้งแต่ 80 ปีมาแล้ว โดย Clive McCay และ Mary Crowell จากมหาวิทยาลัย Cormell และเป็นจริงในลิงเช่นกัน ในราวปี 1950 เป็นต้นมา Denham Harman ที่มหาวิทยาลัย California, Berkley ได้พัฒนาความรู้โดยเชื่อมโยงกับกระบวนการเกิดออกซิเจนพิษ (oxygen free radical species) ในร่างกาย ซึ่งในปัจจุบันก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งในกลไกทั้งหมดเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ทั้งหลายทั้งปวงดูจะมุ่งไปสู่ Sirtuins ซึ่งเป็นโปรตีนควบคุมกระบวนการในร่างกาย
ซึ่งโดยปกติจะนิ่งเงียบกบดานอยู่ (silent information regulator หรือ SIR) และพบได้ตั้งแต่ในยีสต์ถึงมนุษย์ โดยกลุ่มของ Leonard Guarente ได้ตีพิมพ์ผลงานในปี 1995 ในวารสาร Cell และพบว่า SIRT 4 มีบทบาทในการยืดอายุของยีสต์ ในช่วงเวลา 10 ปี จากปี 2000-2011) มีงานวิจัยเกี่ยวกับ SIR และเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องเกือบ 1,200 ฉบับ โดยการประชุมซึ่งจัดโดย NYAS มีนักวิทยาศาสตร์จาก Weill Cornell Medical จาก Ecole Polytechnique Federale Lausanne จาก MIT และจาก Gladstone Institute (UCSF) รวมทั้งจาก Harvard Medical School
จนถึงตรงนี้อาจยังนึกภาพไม่ออกว่า Resveratrol ซึ่งเป็นอาหารเสริม จะช่วยอะไร ทั้งนี้ Resveratrol มีความเกี่ยวพันกับ Sirtuin ต่างๆ รวมทั้งระดับของ NAD+ ซึ่งเป็นตัวตั้งต้นของกระบวนการปรับความสมดุลของพลังงาน คงความมั่นคงแข็งแรงของโรงงานในเซลล์ คือ ไมโตคอนเดรีย ปรับสภาพเซลล์ให้คงทนอยู่ได้ และซ่อมแซมส่วนที่เสียหาย และส่งผลในการบรรเทาโรคที่เกี่ยวข้องกับเมตาบอลิซึมทั้งหลาย รวมทั้งเบาหวาน โรคไขมันสูง เป็นต้น
โลกได้รับทราบสรรพคุณของไวน์ที่มีผลต่อสุขภาพของรายงานของฝรั่งเศสในปี 1992 ในไวน์มีระดับแอลกอฮอล์ 11-14% และมีสารประกอบ Polyphenols ซึ่งตัวเสริมสุขภาพในไวน์นั้นได้จากทั้งแอลกอฮอล์ (ดังที่ดื่มวิสกี้ วอดก้า บรั่นดี ไวน์ขาว ในปริมาณชาย 2 หญิง 1 แก้ว ก็ดีทั้งนั้น) และได้จากสาร Polyphenols เช่น Resveratrol นอกจากนั้น Resveratrol ยังอยู่ในเปลือกขององุ่น (ในไวน์แดง) และผลไม้นานาชนิด เช่น Cranberry, Mulberry, Lingonberry, Bilberry, Partridgeberry, Sparkleberry, Blueberry, Lackfruit, Peanut แม้กระทั่งใบและดอกของต้นไม้หลายชนิด Resveratrol ที่เป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ในปัจจุบันเตรียมจากรากแห้งของ Polygonum Cuspidatum ในญี่ปุ่นและจีน
โดยที่สมุนไพรที่สกัดจาก Polygonum ใช้เป็นยาฆ่าเชื้อราโรคผิวหนัง โรคตับ และโรคหัวใจมาแต่โบราณกาล ในส่วนที่เห็นภาพได้ชัดเจนขึ้น ถัดจากกลไกระดับในเซลล์ออกมาคือ Resveratrol ยับยั้งกระบวนการ LDL (ไขมันเสีย) Peroxidation ซึ่งนำสู่เส้นเลือดตีบ และเพิ่มไขมันดี HDL และกระตุ้นให้เส้นเลือดมีความยืดหยุ่น ขยายขนาดได้มากขึ้น โดยผ่านทาง nitric oxide ยังยั้ง Endothelin ซึ่งทำให้เส้นเลือดหดตัว และมีผลทำให้เลือดไม่หนืด และเมื่อเส้นเลือดตันก็จะยับยั้งไม่ให้มีการล้นทะลักของเลือดกลับเข้ามายังเนื้อเยื่อที่ขาดเลือดมากเกินไป และยังปรับสภาพการทำงานของหัวใจ (Pre-Conditioning) ซึ่งเป็นกระบวนการสำคัญในการปกป้องหัวใจจากโรค ในส่วนของสมองและระบบประสาท Resveratrol ยังสามารถซึมผ่านเข้าสมอง
ทั้งๆ ที่สมองจะมีระบบป้องกันเข้มงวดจากผนังปราการที่หลอดเลือด (Blood brain barrier) และส่งผลปรับการทำงานของเซลล์ Astrocyte ซึ่งเกี่ยวข้องกับสาร Glutamate และการอักเสบที่เกี่ยวพันกับโรคสมองเสื่อม อัลไซเมอร์ พาร์กินสัน นอกจากนั้นยังมีผลต่อการฟื้นฟูสภาพ และการปรับเพิ่มพูนประสิทธิภาพของระบบประสาท และการหลั่งของสารสำคัญคือ trophic factor S100B
ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา
ศูนย์ปฏิบัติการโรคทางสมอง
คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
www.cueid.org
.......................................
(หมายเหตุ 'ไวน์แดงช่วยชีวิตจริงหรือ?' : คอลัมน์ ดูแลสุขภาพ)



