
ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ข้าวไทยความหวังให้เป็นเลิศในเอเชีย
ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ข้าวไทยความหวังให้เป็นเลิศในเอเชีย : ดลมนัส กาเจรายงาน
แม้ประเทศไทยจะเสียแชมป์ส่งออกข้าวในตลาดโลกมาแล้ว 2 ปี แต่เป็นการเสียแชมป์ที่เกิดมาจากความผิดพลาดด้านนโบายของรัฐบาล ที่นำโครงการรับจำนำข้าวเปลือกตันละ 1.5 หมื่นบาท ที่สูงกว่าท้องตลาด ทำให้ไม่สามารถระบายข้าวสู่ตลาดโลกได้ แต่หากย้อนไปอดีตจะพบว่า ประเทศไทย เป็นประเทศที่ส่งออกข้าวมากที่สุดในโลกมายาวนานกว่า 30 ปี ในแต่ละปีไทยจะส่งออกข้าวประมาณปีละ 8-10 ตัน แต่นั่นไม่ได้แปลว่าประเทศไทยจะผลิตข้าวมากที่สุดในโลก หากแต่ไทยเป็นประเทศที่ผลิตข้าวมาอันดับที่ 6 รองจากประเทศจีน ซึ่งมีผลผลิตกว่าปีละ 140 ล้านตัน อย่างล่าสุดฤดูกาลผลิตปี 2556/2557 จีนผลิตข้าวจำนวน 142.35 ตัน คาดว่าในปี 2557/2558 จีนจะมีผลผลิตข้าว 144.50 ตัน ตามด้วยอินเดีย อินโดนีเซีย บังกลาเทศ เวียดนาม และไทย ซึ่งมีผลผลิตปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 20.46 ตัน คาดว่าฤดูกาลหน้า 20.50 ล้านตัน (ดูกราฟฟิก)
อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ไปทางกรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประกาศยุทธศาสตร์ข้าวไทยชัดเจนเป็นฉบับที่ 3 สำหรับการพัฒนาข้าวไทยในรอบปี 2558-2562 บนเวทีเสวนา และเปิด "โครงการริเริ่มข้าวที่ดีขึ้นแห่งเอเชีย" จัดโดย เบเตอร์ ไรค์ อินเทีนทีฟ เอเชีย (Better Rice Initiative Asia) หรือ เบรีย หรือโครงการริเริ่มข้าวที่ดีขึ้นแห่งเอเชีย ร่วมกับโครงการภายใต้องค์การความร่วมมือด้านอาหารของเยอรมัน หรือ จีเอฟพี และบริษัทไบเออร์ ครอปซายน์ ณ โรงแรมสุนีย์แกรนด์ จ.อุบลราชธานี เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
ดร.อภิชาติ พงษ์ศรีหดุลชัย ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวระหว่างเปิดงานว่า เบรีย เป็นองค์กรที่ส่งเสริมการผลิตข้าวอย่างยั่งยืนและคุณภาพข้าวที่ดีขึ้นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน ซึ่งจะนำไปสู่ความมั่นคงทางอาหารของโลก เมื่อประชากรโลกที่มีอยู่กว่า 7,000 ล้านคน ในปัจจุบัน จะเพิ่มขึ้นมากกว่า 9,000 ล้านคน ในปี 2593 หรือ 27 ปีข้างหน้า สำหรับประทศไทยนั้นถือว่าข้าวเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ ที่ประเทศไทยเป็นประเทศผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ที่สุดและเป็นผู้ผลิตอันดับที่ 6ของโลก ซึ่งรัฐบาลมีนโยบายของรัฐบาลไทยที่สอดคล้องกับโครงการเบรีย ที่ประเทศไทยกำหนดยุทธศาสตร์ข้าวไทยและจะดำเนินการใน 6 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี, ศรีสะเกษ, สุรินทร์ และร้อยเอ็ด ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนภาคกลางที่ พระนครศรีอยุธยา และสุพรรณบุรี
"วิสัยทัศน์สำหรับข้าวของรัฐบาลคือ ไทยเป็นผู้นำการค้าข้าวในตลาดโลกและกลไกตลาดมีประสิทธิภาพสามารถสร้างความสมดุลให้แก่ทุกภาคส่วนและเป็นแหล่งผลิตข้าวที่มีประสิทธิภาพ ชาวนามีความเป็นอยู่ที่ดีองค์กรชาวนามีความเข้มแข็ง" ดร.อภิชาติ กล่าว
สำหรับกลยุทธ์การผลิตข้าวสำหรับปี 2558-2562 ดร.อภิชาติ ระบุว่า จะมุ่งเน้นไปที่ 4 ประเด็นยุทธศาสตร์ คือ การบริหารจัดการพื้นที่ปลูกและปริมาณผลผลิตข้าวให้เหมาะสม, การเพิ่มประสิทธิภาพ, การผลิตข้าวการยกระดับคุณภาพ และการเพิ่มมูลค่าข้าว, การสร้างความเข้มแข็งแก่ชาวนาและองค์กรชาวนา นอกจากนี้ยังกำหนดกลยุทธ์การตลาดข้าว ประกอบด้วย แผนพัฒนาข้าวที่ยั่งยืนและมีเสถียรภาพสร้างความเป็นธรรมในระบบการค้าข้าวส่งเสริมและผลักดันการใช้มาตรฐานการผลิตและการค้าให้ได้มาตรฐานสากลพัฒนาศักยภาพระบบการค้าข้าวสร้างค่านิยมการบริโภคข้าวการสร้างนวัตกรรมข้าว และเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการด้านโลจิสติกส์
ด้าน นายชาญพิทยา ฉิมพาลี อธิบดีกรมการข้าว ได้เสนอโครงการปรับโครงสร้างการผลิตข้าวเพื่อแก้ไขปัญหาของอุตสาหกรรมโดยรวม และสร้างความสมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทาน มีเนื้อหาว่า ประเทศไทยมีปริมาณผลผลิตข้าวเกินความต้องการ 4.43 ล้านตันข้าวเปลือก หรือ 2.92 ล้านตันข้าวสารต่อปี แต่กระนั้นประสิทธิภาพการผลิตต่ำ โดยเฉพาะข้าวที่ปลูกในพื้นที่ไม่เหมาะสมถึง 11.2 ล้านไร่ จำเป็นต้องบริหารอุปทานให้สอดคล้องกับอุปสงค์ โดยลดปริมาณข้าวคุณภาพต่ำ เพิ่มข้าวคุณภาพดี เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวสำหรับ "ตลาดเฉพาะ" หรือ "Niche Market" มากขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การเพิ่มรายได้ของชาวนา
ขณะที่ นายสินชัย สวัสดิชัย ผู้จัดการสำนักงานประจำประเทศไทยและพม่า บริษัท ไบเออร์ ครอปซายน์ ระบุว่า ไบเออร์ฯ เป็นพันธมิตรภาคเอกชนของ เบรีย นอกเหนือจากกรมการข้าว องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) และอื่นๆ บริษัทต้องการที่จะมีส่วนร่วมในการเพิ่มผลผลิตข้าวและลดต้นทุนการผลิตในการทำนาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพื่อให้เกษตรกรรายย่อยมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
นับเป็นอีกมิติหนึ่งในการขับเคลื่อนเพื่อพัฒนาข้าวไทยที่สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลไทยที่มีความตั้งใจในการยอกระดับคุณภาพของข้าวไทยทุกมิติ เพื่อให้ข้าวไทยเป็นที่ยอมรับของทั่วโลกและยกฐานะความเป็นอยู่ของเกษตรกรไทยอยู่ดีกินดีอีกด้วย
เน้นอุตสาหกรรมข้าวไทยให้ดีขึ้น
นายสุริยัน วิจิตรเลขการ ผู้อำนวยการโครงการ เบรีย ภูมิภาค กล่าวว่า เบรียอยู่ภายใต้ จีเอฟพี ตั้งขึ้นมาเพื่อช่วยพัฒนาการผลิตข้าวและโภชนาการข้าว โดยการใช้วิธีการแบบองค์รวมห่วงโซ่คุณค่า เพื่อเสริมสร้างรายได้ของผู้ผลิตและโภชนาการของครอบครัวเกษตรกรผู้ยากจน ความรู้และการถ่ายทอดเทคโนโลยี และการส่งเสริมการให้บริการทางการเกษตร จะช่วยเพิ่มระดับการผลิตในการเพาะปลูกข้าว เบรียจะช่วยให้ประเทศที่โครงการดำเนินอยู่บรรลุการพัฒนาทางภาคเกษตรและอาหารแห่งชาติ ทั้งนี้ เบรียมีการดำเนินการในประเทศไทย อินโดนีเซีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์
ดังนั้นการจัดเสวนาและเปิดโครงการริเริ่มข้าวที่ดีขึ้นแห่งเอเชียของเบรีย เพื่อเป็นเวทีที่เปิดกว้างให้แก่เกษตรกรจากศูนย์ข้าวชุมชนและผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องและภาครัฐได้หารือเกี่ยวกับปัญหาและแสดงความคิดเห็นที่สร้างสรรค์อย่างตรงไปตรงมา โดยมีวัตถุประสงค์ในการเสริมสร้างห่วงโซ่มูลค่าข้าวไทยและบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนต่างๆ และเกษตรกร เพื่ออุตสาหกรรมข้าวไทยที่ดีขึ้นนั่นเอง



