ไลฟ์สไตล์

'นิมะ'มุสลิมแท้หัวใจไม่เคยสิ้นหวัง

'นิมะ'มุสลิมแท้หัวใจไม่เคยสิ้นหวัง

22 ม.ค. 2558

เปิดโลกการศึกษามุสลิมตอน 'นิมะ'มุสลิมแท้หัวใจไม่เคยสิ้นหวัง

               ทุกคนมีความหวัง มีความฝัน และพยายามล่าฝัน แต่ทุกคนไม่สามารถรู้ได้ว่าจะคว้าฝันได้สำเร็จหรือไม่ หลายคนที่เสียใจ และไม่ยอมเดินต่อไปเพราะเสียใจกับสิ่งที่ได้ทุ่มเทแต่พลาดหวัง วันนี้ผมมีน้องนักศึกษาคนหนึ่งน่าจะเป็นตัวแทนของนักสู้ในชุดนักศึกษา ล้มแล้วแต่ยังลุกขึ้นมาสู้ และไม่เคยคิดที่จะท้อ จากความดีที่สะสมมา จากเด็กโนเนม กลายเป็นคนสำคัญของสังคมนักศึกษาไทยในไคโร เพราะ "การทำงานที่ทำด้วยหัวใจ" จึงได้พบคนดี นำทางและสามารถต่อชีวิตเส้นทางศึกษาได้อย่างน่ายินดีที่สุด

               "ชีวิตเลือกพ่อแม่มาเกิดไม่ได้ ผมจึงต้องยอมรับกับสภาพที่ครอบครัวของผม รักพ่อและแม่ แม้เสื้อผ้าชุดทำงานของพ่อแม่อาจไม่สวยหรู หน้าที่การงานไม่ใช้หน้าตา นอกจากกำลัง เนื่องจากครอบครัวไม่ได้ร่ำรวย ในขณะที่ผมก้าวสู่โลกการศึกษาได้พบเจอผู้คนแต่งตัวดีๆ ยิ่งทำให้ผมรักและสงสารพ่อแม่มากขึ้นทุกวัน สิ่งเดียวที่ผมทำได้คือ ทำตัวให้เป็นคนดี ทำทุกอย่างด้วยความบริสุทธิ์ใจ สักวันผมจะทำให้พ่อแม่ภูมิใจ คือการตอบแทนให้ท่านทั้งสอง"

               นายสมศักดิ์ พระยี หรือ "นิมะ" เป็นคน จ.นราธิวาส เป็นลูกของ นายดอเลาะ นางเจ๊ะรอเม๊าะ พะยีเกะ อาชีพรับจ้างกรีดยาง มีพี่น้อง 4 คน เป็นผู้ชายทั้งหมด "นิมะ" เป็นพี่ชายคนโต ชีวิตการศึกษาได้เข้าเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นและม.ปลาย และศาสนาจบซานาวี ที่โรงเรียนแสงธรรมวิทยา อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ความฝันอยากทำงานในด้านฝ่ายบริหาร ชีวิตในวัยเรียน เรียนมัธยมปลายก็ได้เป็นผู้นำของนักศึกษามาโดยตลอด ทำงานเพื่อสังคมอย่างมีความสุข เมื่อจบการศึกษาจึงคว้าทุนจากผู้บริหารโรงเรียนแสงธรรมวิทยาได้ไปเรียนต่อที่ประเทศอียิปต์ในปี ค.ศ.2009

               ชีวิตในอียิปต์ ในเมืองนอกของเด็กบ้านๆ ได้เริ่มขึ้น ได้เข้าเรียน มหาลัยอัลอัซฮัร คณะนิติศาสน์อิสลาม วิทยาเขตดุมยาต หลังจากนั้นก็เข้าทำงานสมาคมนักเรียนไทยในกรุงไคโรในพระบรมราชูปถัมภ์ เนื่องจากการศึกษาที่อียิปต์มีเวลาว่าง แต่เนื่องจากตัวเองเป็นคนชอบสังคม ช่วยเหลือสังคม เมื่อมาอยู่ในต่างแดนจึงอยากเรียนรู้ความเป็นอยู่ในสังคมที่หลากหลายสัญชาติ วัฒนธรรม และอยากช่วยเหลือเพื่อนๆ เพื่อฝึกตัวเองให้รู้จักเข้าสังคมทุกรูปแบบ

               ตอนแรกๆ รับไม่ได้กับสังคมอียิปต์ เนื่องจากภาพที่เห็นช่างต่างกับความคิดที่ได้คิดไว้ แต่เมื่อเวลาผ่านไปสักระยะก็เริ่มปรับตัวและรับได้ เนื่องจากอียิปต์มีหลายสิ่งที่ซ่อนเร้นสิ่งดีๆ ไว้ให้ค้นหาเเละเรียนรู้ นั่นก็คือ รู้จักแก้ปัญหา รู้จักอดทน รู้จักจะพยายาม เราก็จะประสบความสำเร็จ ผลดีที่ได้เข้าทำงานสมาคม รู้จักรับผิดชอบต่อหน้าที่ได้รับมอบหมาย รู้จักเข้ากับสังคม และรู้จักแก้ปัญหาต่างๆ ผลเสียของการทำงานสมาคมนั้น ขึ้นอยู่กับการกระทำของเราเองว่า จะซื่อสัตย์กับหน้าที่ที่เรารับผิดชอบได้แค่ไหน

               4 ปีครึ่ง ในการใช้ชีวิตในอียิปต์ แต่ท้ายสุดก็ไม่สามารถเรียนจบจากมหาวิทยาอัลอัซฮัร โชคดีในตอนที่ทำงานสมาคมได้มีโอกาสช่วยประสานงานกับข้าราชการแบบไม่คิดชีวิต เพื่อให้นักศึกษาไทยได้กลับบ้านเกิดในช่วงที่อียิปต์มีการประท้วง การทำงานด้วยความบริสุทธิ์ใจในครั้งนั้น คือการที่อัลลอฮ์ตอบแทนชีวิตในสิ่งที่พลาดไป ให้ได้ทุนจาก ศอ.บต.ไปเรียนต่อประเทศจอร์แดน ด้วยความไม่คาดฝัน และได้สัญญากับตัวเองว่า จะเรียนให้จบในประเทศจอร์แดน และจะตั้งใจ เพราะการศึกษาในประเทศนี้ใช้ระบบสามัญแบบเข้าห้องเรียนคิดค่าหน่วยกิต

               ส่วนค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนนั้น อย่างต่ำสุด 7,500 บาทต่อเดือน เนื่องจากค่าครองชีวิตที่นี่แพง รวมทั้งค่าที่พัก กิน และค่ารถไปเรียน ส่วนค่าเทอมอยู่ที่ 20,000 กว่าบาทต่อเทอม ความแตกต่างประเทศอียิปต์กับประเทศจอร์แดนก็คือ ทางด้านสังคมจอร์แดนดีกว่า มีระบบการทำงานดี มีระเบียบ นักศึกษาไทยที่นี่ทั้งหมดมีประมาณ 600 คน

               "นิมะ" ได้ทิ้งท้ายสำหรับผู้ที่ผิดหวังในเรื่องการศึกษา ว่า "ถ้าวันหนึ่งเราเกิดพ่ายแพ้ไม่สมหวังกับสิ่งที่หวัง อย่าเพิ่งท้อ คิดซะว่า นั่นคือบทเรียน และจงคิดและตั้งหลักใหม่เดินหน้า ยิ่งเราประสบปัญหาเรายิ่งมีความรู้เยอะ สิ่งสำคัญคือ อย่ายอมแพ้ อัลลอฮ์อยู่กับเราเสมอ และเราจะเจอสิ่งดีๆ ในวันข้างหน้า แค่วันนี้ คิดดี ทำดี โดยไม่ต้องหวังผลประโยชน์จากใคร ทำด้วยหัวใจเป็นพอ"