
กรมบาดาลฯชี้น้ำบาดาลเพื่อการเกษตรเติมเต็มความสุข
กรมบาดาลฯชี้โครงการน้ำบาดาลเพื่อการเกษตร ช่วยเติมความสุขให้ทุกชีวิต : สำราญ สมพงษ์รายงาน
กรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้เล็งเห็นถึงความจำเป็นที่ต้องมีการวางแผนและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำบาดาลในภาคการเกษตรให้มากขึ้น เพื่อให้เกิดความเหมาะสม มีสมดุลและเกิดประโยชน์คุ้มค่าสูงสุด ต่อเกษตรกร เพื่อให้น้ำบาดาลเป็นแหล่งน้ำทางเลือกที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืนโดยเฉพาะในพื้นที่ประสบภัยแล้ง จึงขยายผลการดำเนินงานโครงการ“น้ำบาดาลเพื่อการเกษตร” ปี2556ภายใต้ชื่อ “โครงการพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรในพื้นที่ประสบ ภัยแล้ง” เพื่อสอดรับกับนโยบายภาครัฐบาลในการส่งเสริมให้มีการบริหารจัดการน้ำอย่างบูรณาการโดยค่าใช้จ่าย 1 พื้นที่ (500 ไร่) ใช้จำนวนเงินประมาณ 15.6 ล้านบาท วงเงินงบประมาณรวมทั้งหมด สำหรับดำเนินการใน 31 พื้นที่ทั่วประเทศ จำนวน 484 ล้านบาท ทั้งนี้ วางเป้าหมายให้เกษตรกรกว่า 2,000ครัวเรือน บนพื้นที่ 15,500 ไร่ มีแหล่งน้ำเพียงพอต่อการเพาะปลูกตลอดทั้งปี สามารถเพิ่มรายได้แก่ครอบครัวและชุมชน แม้จะเป็นช่วงฤดูแล้ง ฝนทิ้งช่วง
นายสุวัฒน์ เปี่ยมปัจจัย รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลเปิดเผยว่า สำหรับรูปแบบการจัดหาแหล่งน้ำบาดาลที่เหมาะสมเพื่อการเกษตรตามหลักวิชาการ จะคำนึงถึงศักยภาพของแหล่งน้ำต่าง ๆ ในพื้นที่ การออกแบบทางวิศวกรรม ความเหมาะสมกับชนิดของพืชที่เพาะ ปลูกและความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ สามารถเป็นต้นแบบของการมีส่วนร่วมจากชุมชนท้องถิ่นในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำบาดาลอย่างยั่งยืน ซึ่งกรมทรัพยากรน้ำบาดาลกำหนดจะดำเนินการใน 31 พื้นที่ ประกอบด้วย ภาคเหนือ ได้แก่ จังหวัดลำพูน แพร่ และอุตรดิตถ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ จังหวัดกาฬสินธุ์ ขอนแก่นเลย มหาสารคาม หนองบัวลำภู ชัยภูมิ สุรินทร์ บุรีรัมย์ นครราชสีมา นครพนม มุกดาหาร บึงกาฬ สกลนคร หนองคาย อุดรธานี ยโสธร ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ อุบลราชธานี และอำนาจเจริญ ภาคกลาง ได้แก่ จังหวัดกำแพงเพชร สุพรรณบุรี ลพบุรี ภาคตะวันออก ได้แก่ จังหวัดสระแก้ว ภาคตะวันตก ได้แก่ จังหวัดราชบุรี และประจวบคีรีขันธ์ ภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดชุมพร และพัทลุง
ทั้งนี้ ในพื้นที่แต่ละแห่งจะต้องมีขนาดไม่น้อยกว่า 500 ไร่ และมีศักยภาพของน้ำบาดาล ไม่น้อยกว่า 10 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง โดยได้คัดเลือกพื้นที่ดำเนินการที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ เพื่อทำการเกษตรในช่วงฤดูแล้ง ฝนทิ้งช่วง จากนั้นจึงดำเนินการสำรวจข้อมูลทั่วไปของพื้นที่โครงการ ประเมินศักยภาพน้ำบาดาลออกแบบและสร้างระบบน้ำเพื่อการเกษตร ซึ่งใน 1 พื้นที่ของโครงการฯ ประกอบด้วย บ่อน้ำบาดาล จำนวน 10บ่อ หอถังเหล็กพักน้ำ ขนาดความจุ 30 ลูกบาศก์เมตร ความสูง 20 เมตร จำนวน 5 หอถัง ระบบไฟฟ้า ระบบกระจายน้ำ พร้อมจุดจ่ายน้ำให้เกษตรกรไม่น้อยกว่า 50 จุด และมีบ่อสังเกตการณ์เพื่อตรวจวัดการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำบาดาลและคุณภาพน้ำบาดาล จำนวน 2 บ่อ ซึ่งจะต้องดำเนินการควบคู่ไปกับการสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนในพื้นที่ การถ่ายทอดองค์ความรู้ในการบริหารจัดการและบำรุงระบบแก่เจ้าหน้าที่ระดับท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และกลุ่มเกษตรกร รวมถึงการวางแผนรูปแบบการตลาดของสินค้าการเกษตรเพื่อให้โครงการเกิดความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม
อย่างไรก็ตามสำหรับผลการติดตามความคืบหน้าโครงการน้ำบาดาลเพื่อการเกษตร ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ดำเนินการนำร่องเป้าหมายหนึ่งใน 31 จังหวัดพบว่า มีการจัดการโครงการฯ ณ บ้านหนองปากชัฏ ตำบลแก้มอ้น อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรีได้รับผลสำเร็จในการดำเนินการเป็นอย่างดี โดยอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักทรัพยากรน้ำบาดาล เขต 8 ราชบุรี ปัจจุบันมีพื้นที่ครอบคลุมกว่า 592 ไร่ พบมีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการจำนวน 122 คน แบ่งเป็น 5 กลุ่ม โดยยึดกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นสำคัญในการร่วมจัดตั้งกลุ่ม กำหนดกติกา เงื่อนไข ในการบริหารจัดการ การจัดตั้งกองทุน การวางแผนการใช้น้ำบาดาล ทั้งนี้ ผลผลิตในพื้นที่ส่วนใหญ่คือมะม่วง กระท้อน มันสำปะหลัง อ้อย และผักสวนครัว
นายชวน ชาวนาฟาง เกษตรกรผู้ปลูกมะม่วง ตามโครงการ“น้ำบาดาลเพื่อการเกษตร”ในพื้นที่บ้านหนองปากชัฏ ตำบลแก้มอ้น อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี กล่าวว่า ก่อนที่จะเข้าร่วมโครงการฯนั้นตนเคยทำการเกษตรปลูกพืชทนแล้ง จำพวก มันสำปะหลัง และปลูกมะม่วงบ้างเล็กน้อยเนื่องจากพื้นที่ดินไม่สมบูรณ์ ซึ่งแต่ละปีผลผลิตน้อยไม่สามารถจุนเจือรอบครัวได้มากมาย แต่หลังจากที่ได้เข้าร่วมโครงการโดยมีการจัดสรรน้ำบาดาลจากกรมทรัพยากรน้ำบาดาลทำให้สามารถผลิตพืชผลไม้สำคัญอาทิ มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองและสามารถเพิ่มผลผลิตจากเดิมผลผลิตต่อไร่เฉลี่ยประมาณ 1,500 ต่อไร่เป็น 2,000 กก.ต่อไร่ สามารถส่งจำหน่ายทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ สร้างรายได้ให้ครอบครัวปีละไม่ต่ำกว่า1ล้านบาท นอกจากนี้ตนยังสามารถแบ่งสรรพื้นที่ร่องสวนปลูกพืชสมุนไพร โดยใช้ระบบน้ำหยดเพื่อการเกษตร โดยทำการปลูกพืชสมุนไพร อาทิ ดีปลี ไพล ว่านชักมดลูกเพิ่มขึ้น ซึ่งคาดว่าผลผลิตจะออกมาสู้ตลาดเร็วๆนี้ ซึ่งคาดว่าจะสร้างรายได้เพิ่มให้กับครอบครัวได้อีกช่องทางหนึ่ง
นับเป็นความสำเร็จของโครงการ“น้ำบาดาลเพื่อการเกษตร” ที่ช่วยสร้างรายได้และสร้างอาชีพที่มั่นคงและยั่งยืนให้เกษตรกรในพื้นที่ที่ประสบภัยแล้งได้เป็นอย่างดี ดังนั้นในปีงบประมาณ 2558นี้ ทางกรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้รับงบประมาณกว่า 523ล้านบาท เพื่อสานต่อโครงการพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรในพื้นที่ประสบภัยแล้ง ในพื้นที่ 31 จังหวัดเพื่อเร่งแก้ปัญหาการขาดแลนน้ำในพื้นที่การเกษตรโดยจะมุ่งพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรในพื้นที่ประสบภัยแล้ง จะดำเนินการควบคู่กับการสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนในพื้นที่การถ่ายทอดองค์ความรู้ในการบริหารจัดการและบำรุงระบบแก่เจ้าหน้าที่ระดับท้องถิ่น ผู้นำชุมชนและกลุ่มเกษตรกร รวมถึงการวางแผนรูปแบบการตลาดของสินค้าการเกษตรเพื่อให้โครงการเกิดความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม และในอนาคตกรมฯพร้อมที่จะเดินหน้าขยายผลการดำเนินการให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศต่อไป



