ไลฟ์สไตล์

เสพศิลป์อินเพลงอาร์ต

เสพศิลป์อินเพลงอาร์ต

22 ม.ค. 2558

ศิลปวัฒนธรรม : เสพศิลป์ อินเพลงอาร์ต

 
             สิ่งที่ไม่น่าจะเข้ากันแต่ก็นำมาอยู่ด้วยกันได้นับเป็นเสน่ห์ของศิลปะร่วมสมัยชวนให้จุดประกายความคิด ขณะที่เสียงเพลงสื่อใจความผ่านเครื่องดนตรี เนื้อเพลง เส้นเสียง กลายเป็นอารมณ์ จากการตีความ เมื่อทั้ง 2 สิ่งนี้อยู่ในที่เดียวกัน จุดเชื่อมโยงของกลุ่มคน 2 สไตล์ แต่มีความเป็นศิลปินเหมือนกันจึงบังเกิดขึ้นในมุมเล็กๆ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา กับนิทรรศการ "อะ พาร์ท อ็อฟ ยู , อะ พาร์ท อ็อฟ มี" ครั้งที่ 2 เปิดพื้นที่สังสรรค์ของคนทัศน์ศิลป์ และคนดนตรีเพื่อเกิดแรงบันดาลใจใหม่ได้อย่างอบอุ่นอิ่มใจ ท่ามกลางความนิ่งเคล้ากรุ่นกลิ่นกาแฟของ เดอะ แจม แฟคเทอรี่ ย่านคลองสาน
 
             จุดเริ่มต้นวงโคจรของการพบปะเกิดจากความคิดของ โตคิณ ฑีฆานันท์ ผู้กำกับและนักจัดกิจกรรมดนตรีอิสระ ที่ต้องการหาพื้นที่ให้ศิลปินรุ่นใหม่ได้แสดงผลงาน เพียงต้องการมุมมองใหม่ มีการต่อยอดความคิดส่งเสริมให้ผลงานศิลปะมีความหลากหลายในการสื่อสาร จนกลายเป็นนิทรรศการสร้างสรรค์ครั้งแรกในปี พ.ศ.2554  มาปีนี้เขามีแนวคิดเรื่องเชื่อมโยงเรื่องการเกิดขึ้นของสิ่งหนึ่งล้วนมาจากสิ่งหนึ่ง ทั้งสองสิ่งนี้เป็นแรงบันดาลใจซึ่งกันและกัน จึงได้หยิบเรื่องของดนตรีนอกกระแสและศิลปะร่วมสมัยมาสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ เริ่มจากชักชวน ชล เจนประภาพันธ์ ภัณฑรักษ์อิสระเข้ามารร่วมออกแบบนิทรรศการ  จากนั้นชักชวนนักดนตรีให้สร้างสรรค์ผลงานเพลงและส่งต่อไปยังศิลปินรุ่นใหม่ได้รับฟัง เพื่อใช้เพลงเหล่านั้นเป็นแรงบันดาลใจอีกทอดหนึ่ง กลายเป็น 1 ผลงานศิลป์ และ 1 ผลงานเพลงที่มีความเกี่ยวข้องกัน
 
             เจ้าของแนวคิดร่วมสมัย ยังบอกความรู้สึกในนิทรรศการครั้งที่ 2 นี้ด้วยว่า เป็นทางเลือกใหม่ที่จะช่วยให้ศิลปินเกิดความตื่นตัวในการใช้สื่อใหม่ๆ สร้างสรรค์ผลงาน  เป็นศิลปะรูปแบบใหม่ที่มาจากศิลปินต่างศาสตร์ต่างสาขา  จุดประกายให้ผู้คนหันมาสนใจและสนับสนุนผลงานทางเลือกใหม่มากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยให้ศิลปินรุ่นใหม่มีพื้นที่สร้างสรรค์ผลงานที่มีศักยภาพเป็นที่รู้จัก ซึ่งศิลปินที่เลือกมาแสดงผลงานในครั้งนี้มีอายุน้อยแต่ก็มีคาแรกเตอร์ชัดเจนสร้างสรรค์ผลงานได้น่าสนใจ
 
             โจทย์เพลงที่ให้แก่ศิลปินรุ่นใหม่ถูกตีความออกมาหลากหลายรูปแบบ ไม่จำเป็นต้องอยู่ในกรอบรูปวาด ภายในนิทรรศการจึงอาจประกอบด้วยหลอดไฟ เก้าอี้ ของใช้รอบๆ ตัวที่แฝงความหมายให้คิดตาม เช่นกองหมอนของ สุรเจต ทองเจือ ในชื่อผลงาน “1 Day:Day,2015”  ใช้ตัวเลข 1:1 พิมพ์ลงที่หมอน ภายในยัดด้วยอุปกรณ์การดำรงค์ชีพ เช่น กล่องโฟม ตั๋วรถ ถุงอาหาร เป็นความถนัดในการสร้างผลงานจากสิ่งของเหลือใช้มาเสนอมุมมองของชีวิตสามัญชน ชีวิตที่ตามกระแสสังคมในลักษณะการใช้ชีวิตวันต่อวัน  เฝ้าฝันสิ่งที่อยากได้ตามกำลังพร้อมต้องการเริ่มต้นใหม่ตลอดเวลา เพียงหลับและตื่นขึ้น
 
             “เพลงที่ได้ฟังคือเพลง ยัวร์ เฟซ (Your Face) ของ ฟลาเวอร์ ด็อก ผมตีโจทย์จากทำนองเพลงมีการใช้ทำนองซ้ำๆ ในการเริ่มใหม่แต่ละท่อน แต่ว่าในท่อนที่เริ่มซ้ำมีการเปลี่ยนโทนเสียงตลอดเวลา  จึงตีโจทย์ว่าการเริ่มใหม่ของตัวโน๊ตก็เหมือนการใช้ชีวิตของคนๆ หนึ่งทุกวัน  มีการเปลี่ยนของตัวโน้ตเปรียบได้กับการเปลี่ยนแปลงในการดำรงชีวิตแต่ละคน การใช้ชีวิตที่ต้องเริ่มใหม่เหมือนเดิมซ้ำๆ คือการพักผ่อนวันต่อวัน  ชื่อเพลงบอกถึงใบหน้าของคนๆ หนึ่ง แต่ผมว่าทุกใบหน้ามีเรื่องราวมีภาระหน้าที่แตกต่างกันไป มีความฝันและไม่ได้ล้มตัวนอนด้วยความสุขทุกวัน อาจล้มตัวนอนด้วยภาระว่าพรุ่งนี้จะทำอย่างไรถึงมีข้าวกินก็ใช้กล่องโฟมยัดเข้าไปในหมอนแทนนุ่น พรุ่งนี้ต้องใช้จ่ายหนี้สินก็ใช้บิลต่างๆ ยัดเข้าไปแทนที่เช่นกัน หรือบางคนก็หลับสบายโดยไม่คิดอะไรบนหมอนนุ่นก็ได้” สุรเจต กล่าว
 
             ด้านผลงานการจัดวางที่เหนือจริงและไร้เหตุผล “แอส อีฟ น็อตติ้ง แฮปเพ่นเนด” ถูกนำเสนอผ่านแนวคิดของ มาฆะ เสนาวงศ์ ณ อยุธยา  ที่ได้รับโจทย์เพลง ดาร์ค อูฉ๋า บลูส์ จูน โดย ยุทธนา กะลัมพะเหติ  ใช้การสื่อความหมายผ่านเก้าอี้และกระดาษสีขาว ใส่กลไกให้ขยับเองได้ตลอดเวลา มองแล้วเกิดคำถามต่อหน้าที่และความหมายของวัตถุสามัญธรรมดา แต่เปลี่ยนไปจากความเป็นจริงที่เรารับรู้ เป็นการใช้ความรู้สึกสร้างอะไรขึ้นมาอย่างหนึ่งให้เหนือจริงในบริบทของศิลปะ โดยโจทย์ที่ได้มาเป็นเพลงสไตล์บลูส์จึงนึกถึงเก้าอี้โยกไปเรื่อยๆ เวลาได้นั่งฟัง จึงหยิบเก้าอี้ไม้ธรรมดาทำให้โยกได้ จัดวางให้กลมกลืนอยู่ในพื้นที่จัดงาน แต่ก็ทำให้ผู้ชมสะดุดตาหยุดจ้องมองความเคลื่อนไหวได้ทุกคน
 
             ปิดท้ายอีกหนึ่งผลงานสร้างสรรค์ที่เปิดโอกาสให้ผู้ชมสัมผัสและช่วยกันต่อเติมให้มีความหมายได้ กับภาพจิ๊กซอว์ชายหญิงกำลังจูบกันหวานชื่นในชื่อ “Nopporn’s Dream” ของ จุลญานนท์ ศิริพล ศิลปินทัศนศิลป์ที่ถนัดถ่ายทอดผลงานผ่านวิดีโอ แต่ในงานนี้เขาเลือกใช้จิกซอว์กระดาษมานำเสนอให้ผู้ชมหาคำตอบด้วยตัวเอง ตามโจทย์เพลงชื่อ บางสิ่งที่ฉันไม่สามารถพูดกับเธอได้ (Episode IV) โดย สัณห์สรฉัตรธร ปรุณฑริกชาติ เป็นแนวเพลงทำนองใช้เฉพาะกีตาร์และเอฟเฟกต์เสียงเล่าเรื่องราว จินตนาการจากอนาคต ย้อนกลับไปอดีต และเดินทางสู่ปัจจุบัน  เมื่อได้ฟัง จุลญานนท์ รู้สึกถึงบรรยากาศของความล่องลอย เหมือนอยู่ในจักรวาล มีอารมณ์ของความรัก จึงแคปภาพคู่รักในวีดีโอรีเมคภาพยนตร์เรื่องข้างหลังภาพของตัวเอง  ทำเป็นจิ๊กซอว์ 1,000 ตัว ให้ทุกคนช่วยกันเติมเต็มไปพร้อมกับเสียงเพลง
 
             ยังมีผลงานของศิลปินทัศน์ศิลป์ อาทิ ณัฐพล สวัสดี, เล็ก เกียรติศิริขจร, ดุ๊ก ลัทธพล, พงศ์พิชญ์ ปรีชาบริสุทธิ์กุล, จิรัชยา พริบไหว เป็นต้น ร่วมหาคำตอบของการเชื่อมโยงทั้งสองสิ่งให้เป็นหนึ่งเดียวกัน ภายในนิทรรศการได้บริเวณโครงการ เดอะ แจม ฟคเทอรี่ คลองสาน จนถึงเดือนมีนาคมนี้