ไลฟ์สไตล์

‘ภัทราวดี-สะอาด-ปัญญา-ชมัยพร’ศิลปินแห่งชาติปี57

‘ภัทราวดี-สะอาด-ปัญญา-ชมัยพร’ศิลปินแห่งชาติปี57

19 ม.ค. 2558

‘ภัทราวดี-สะอาด-ปัญญา-ชมัยพร’ศิลปินแห่งชาติปี57 เตรียมเข้ารับพระราชทานโล่และเข็มเชิดชูเกียรติจากสมเด็จพระเทพฯ เนื่องในวันศิลปินแห่งชาติ วันที่ 24 ก.พ. นี้

              เมื่อวันที่ 19 ม.ค. เวลา 14.00 น. ที่ หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (กวช.)  โดยมีวาระการพิจารณารายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกให้เป็นศิลปินแห่งชาติ ประจำปี 2557   ซึ่งในการพิจารณาครั้งนี้ ได้มีการปรับเกณฑ์การพิจารณาจากเดิมที่คณะกรรมการอำนวยการคัดเลือกศิลปินแห่งชาติ จะนำเสนอรายชื่อผู้ที่ผ่านการพิจารณาตามกระบวนการมาแล้ว เพื่อให้คณะกรรมการ กวช.  พิจารณาเห็นชอบ แต่ในครั้งนี้ ได้มีการนำเสนอรายชื่อผู้ผ่านการพิจารณาในแต่ละสาขาเรียงตามลำดับ พร้อมแนบรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกสำรองมาให้ กวช. ร่วมพิจารณาด้วย โดยที่ประชุมได้ใช้เวลาในการพิจารณานานกว่า 3 ชั่วโมง
   
               นายวีระ แถลงข่าวภายหลังการประชุม กวช. ว่า  กวช.ได้พิจารณารายชื่อบุคคลที่สมควรได้รับการยกย่องเป็นศิลปินแห่งชาติประจำปี 2557 โดยพิจารณาตามหลักเกณฑ์ ผลงาน ตลอดจน ความเหมาะสมทุกประการ โดยมีผู้สมควรที่ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ 3 สาขา จำนวน  12 คน ดังนี้  1.สาขาทัศนศิลป์  ได้แก่  นายชวลิต  เสริมปรุงสุข  และ นายปัญญา วิจินธนสาร(จิตรกรรม) นายนิจ หิรัญชีระนันทน์ (ออกแบบผังเมือง) นายจรูญ อังศวานนท์   (สถาปัตยกรรมภายในและมัณฑนศิลป์) และ นายบุญช่วย หิรัญวิทย์ (ประณีตศิลป์-เครื่องเงิน) 2. สาขาวรรณศิลป์ ได้แก่ นางชมัยภร บางคมบาง (แสงกระจ่าง) 3. สาขาศิลปะการแสดง ได้แก่ นางดุษฎี พนมยงค์ บุญทัศนกุล  (ดนตรีสากล) นายสะอาด เปี่ยมพงศ์สานต์   (ละครโทรทัศน์และภาพยนตร์) นายสิริชัยชาญ ฟักจำรูญ  (ดนตรีไทย) นายณรงค์ จันทร์พุ่ม (หนังตะลุง) นายพงษ์ศักดิ์ จันทรุกขา (ดนตรีลูกทุ่งไทย) และนางภัทราวดี มีชูธน (ละครเวทีและภาพยนตร์)
        
               รมว.วัฒนธรรม กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ศิลปินแห่งชาติ ทั้ง 12 คน  จะเข้ารับพระราชทานโล่และเข็มเชิดชูเกียรติ จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในวันศิลปินแห่งชาติ วันที่ 24 ก.พ. นี้  พร้อมทั้งจะมีงานเลี้ยงแสดงความยินดีแก่ศิลปินแห่งชาติ และการจัดกิจกรรมการแสดงและนิทรรศการศิลปินแห่งชาติ ที่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยด้วย ทั้งนี้ การคัดเลือก ศิลปินแห่งชาติ ดำเนินการตั้งแต่ตั้งแต่ปี 2528-2556 มีจำนวน 246 คน เสียชีวิตไปแล้ว 110 คน มีชีวิตอยู่ 136 คน
        
               นายปัญญา  วิจินธนสาร ผู้ได้รับการคัดเลือกเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ กล่าวว่า ตนรู้สึกดีใจและภูมิใจที่ได้คัดเลือกให้เป็นศิลปินแห่งชาติ รางวัลนี้ถือเกียรติยศขั้นสูงของชีวิต การทำงานศิลปะตั้งแต่อดีตจนถึงวันนี้ ตนมุ่งหวังสร้างประโยชน์แก่สังคม และพร้อมที่จะร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในการช่วยทำประโยชน์ให้วงการศิลปะให้ขยายในวงกว้างให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันการสร้างการรับรู้เกี่ยวกับวงการศิลปะในประเทศไทย ยังมีน้อย จึงอยากเสนอให้กรมส่งเสริมวัฒนธรรม วธ. ช่วยผลักดันส่งเสริมให้หลักสูตรวิชาศิลปะเข้าไปอยู่ในระบบการศึกษามากขึ้น รวมทั้งขอให้มีการส่งเสริมการจัดกิจกรรมถ่ายทอดความรู้จากศิลปินแห่งชาติและผู้มีความรู้ด้านศิลปะสู่เยาวชนเพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจและเห็นคุณค่าของงานศิลปะ นำไปสู่การพัฒนาสังคม
       
               นางชมัยภร บางคมบาง ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ได้รับยกย่องให้เป็นศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ ที่ผ่านมาตั้งใจนำเสนอผลงานเขียนที่ให้แง่คิดเรื่องเกี่ยวกับเด็ก เยาวชน และครอบครัว เมื่อได้รับยกย่องให้เป็นศิลปินแห่งชาติจะสามารถทำงานและขยายไปสู่สาธารณชนได้กว้างขวางยิ่งขึ้น สิ่งที่ทำมาตลอดคือเขียนนิยายเพื่อเป็นแง่คิดและข้อเตือนใจให้แก่ผู้อ่าน สิ่งที่อยากฝาก โดยเฉพาะเยาวชน คือ การเขียนทำให้เรารู้จักตัวเองมากขึ้น คนที่รักการเขียนไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นนักเขียนเสมอไป แต่อีกนัยหนึ่งเป็นการทำความเข้าใจให้รู้จักตัวเองและมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นได้ด้วยดี
       
               นายสะอาด เปี่ยมพงษ์สานต์   กล่าวว่า  ตนทำงานในวงการโทรทัศน์ไทยมากว่า 60 ปี ในฐานะนักแสดง ผู้เขียนบทโทรทัศน์ ผู้กำกับการแสดง ดีใจที่มีผู้เห็นคุณค่า เพราะทำงานด้วยความตั้งใจมาตลอด ในฐานะศิลปินแห่งชาติคนใหม่จะถ่ายทอดองค์ความรู้ให้เป็นวิทยาทาน เพื่อทดแทนคุณแผ่นดิน มีแนวคิดจะจัดอบรมเชิงปฏิบัติการด้านศิลปะการแสดง เทคนิคการเขียนบทโทรทัศน์ ฝากให้คนในวงการโทรทัศน์ดำรงเจตจำนงที่ดี  นำเสนอรายการต่างๆ ด้วยความรับผิดชอบมีสาระ ไม่ใช่หวังแต่เรตติ้ง ปัจจุบันมีแต่รายการบันเทิง ละครน้ำเน่า และให้ความสำคัญกับเด็กเยาวชนน้อยมาก

               นายณรงค์ จันทร์พุ่ม  ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง กล่าวว่า ภาคภูมิใจที่ได้รางวัล เป็นนายหนังตะลุงมา 38 ปี จะสร้างงานหนังตะลุงต่อไปเพื่อให้คนรุ่นใหม่รู้สึกว่ามีความทันสมัย ไม่ล้าหลัง การสร้างงานของตนเองจะรับสิ่งใหม่ๆ โดยไม่ละทิ้งศิลปะดั้งเดิม หากได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่ หนังตะลุงจะเป็นสื่อในการเรียนรู้ ปลูกฝังให้คนรักวัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม และไม่ยุ่งเกี่ยวอบายมุข ฝากให้ วธ.ส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมอย่างครบวงจร ไม่เฉพาะหนังตะลุง รวมถึงลิเกด้วยเพื่อพัฒนาศักยภาพศิลปินตามภูมิภาคให้มีฝีมือดียิ่งขึ้น