
ปี'แพะ'เป็นปีของ'Wealth + Wellness'
17 ม.ค. 2558
ปี 'แพะ' เป็นปีของ 'Wealth + Wellness' : คอลัมน์ คลนิคคนรักบ้าน โดย... ดร.ภัทรพล
สวัสดีครับท่านผู้อ่าน ย่างเข้าปี “แพะ” แล้วนะครับ จากประสบการณ์ของผมและความรู้ที่พอมีอยู่บ้างเกี่ยวกับธุรกิจและธุรกรรมในการลงทุน “อสังหาริมทรัพย์” ขอทำนายทายทักว่าทิศทางของการลงทุนใน “อสังหาริมทรัพย์” ในปีนี้ที่น่าจับตาเป็นพิเศษคือ รูปแบบ “อสังหาริมทรัพย์” หรืออาคารบ้านเรือนที่มีรูปแบบที่สามารถตอบโจทย์ที่เกี่ยวข้องกับ “Wealth + Wellness” ซึ่งผมขอขยายความดังนี้ครับ
“Wealth” หากแปลตรงตัวคือ ความมั่งคั่ง ซึ่งหากพิจารณารากศัพท์จริงๆ ของ “อสังหาริมทรัพย์” ที่มักจะเรียกทับศัพท์ว่า “เรียลเอสเตท” (RealEstate) หากแปลกันแบบตรงตัวก็คือ “เอสเตทที่เรียล” หมายถึง อาคารบ้านเรือน รวมทั้งที่ดินที่มีมูลค่าจริงๆ เป็นของแท้ (ที่ไม่ได้เกิดจากการปั่นราคา) ดังนั้น “Wealth” ในความหมายของผมจึงเป็นการลงทุนใน “อสังหาริมทรัพย์” ที่ต้องทวีมูลค่าขึ้นหลายเท่าทวีคูณในอนาคต เพราะที่ผมจัดว่าเป็น “เรียลเอสเตท” แท้ๆ นั้น คือ “การลงทุน” ครับ เหมือนเราลงทุนซื้อที่ดินสักแปลง, ซื้อบ้านสักหลังหรือซื้อคอนโดมิเนียมสักห้อง ไม่ว่าจะอยู่เองหรือปล่อยให้เช่าก็คือ “การลงทุน” และใน “การลงทุน” ถ้าเป็นไปได้ก็ไม่ควรที่จะขาดทุน
ตอนที่ผมไปใช้ชีวิตอยู่ในต่างประเทศ ชาวต่างชาติมองการซื้อ “อสังหาริมทรัพย์” ในรูปแบบต่างๆ คือ “การลงทุน” โดยเริ่มจากการเช่าซื้อห้องพักขนาดเล็กๆ อพาร์ตเมนต์หลังเล็กๆ บ้านหลังเล็กๆ แล้วขายเพื่อที่จะซื้อทรัพย์สินที่มีขนาดใหญ่ขึ้น จากนั้นก็ขายทำกำไรเพิ่มขึ้นแบบเป็นขั้นบันไดต่อเนื่อง ดังนั้น การซื้อ “อสังหาริมทรัพย์” สำหรับผมจึงเป็น “การลงทุน” จัดได้ว่าเป็น “Wealth” ซึ่งจะต้องไม่ลืมในประเด็นนี้เป็นหลักเป็นอันขาด และจะต้องไม่ขาดทุนทั้งในระยะสั้น,ระยะกลางและระยะยาวเป็นอันขาด เอาไว้โอกาสหน้าผมจะมาขยายประเด็นเกี่ยวกับการลงทุนใน “อสังหาริมทรัพย์” ว่าทำอย่างไรให้มีกำไรและไม่มีวันขาดทุนให้ฟังกันแบบลงรายละเอียดอีกทีครับ
“Wellness” หากแปลเป็นไทยคือ ชีวิตที่มีสุขภาพดีและมีคุณภาพชีวิตสูง เป็นที่ทราบกันนะครับว่าสังคมไทยได้ก้าวเข้าสู่ “สังคมผู้สูงอายุ” อย่างเต็มรูปแบบเมื่อไม่นานมานี้ คำว่า “สังคมผู้สูงอายุ” หมายถึงกลุ่มคนในสังคมผู้สูงวัยทั้งวัยใกล้เกษียณและที่เกษียณแล้ว ซึ่งประมาณการกันอย่างคร่าวๆ ว่ามีประชากรรวมกันเกือบ 15 ล้านคน อาจเป็นเพราะมาตรฐานการดูแลสุขภาพพลานามัยนั้นดีขึ้น ทำให้คนไทยมีอายุเฉลี่ยสูงขึ้นจาก 67.9 ปี ในอดีต ไปถึง 71.1 ต่อปีในปัจจุบัน ซึ่งจะต้องไม่มองข้ามข้อเท็จจริงนี้ เป็นผลให้รูปแบบของ “อสังหาริมทรัพย์” ในอนาคตจะต้องเป็น “อารยะสถาปัตย์” โดยในภาษาเทคนิคในการออกแบบจะเรียกว่า “ยูนิเวอร์ซัลดีไซน์” (Universal Design) จะต้องคิดเผื่อไว้ครับ เพราะว่าไม่ช้าหรือเร็ว วันหนึ่งคุณต้องแก่ ต้องเข้าสู่ผู้สูงวัย และต้องเข้าไปใช้ “อสังหาริมทรัพย์” รูปแบบนี้
ผมจะไม่แปลกใจเลยครับ ว่าในอนาคตอันใกล้จะมีโครงการพัฒนา “อสังหาริมทรัพย์” ในรูปแบบ “บ้านสำหรับดูแลผู้สูงอายุ” ที่ต่างประเทศเรียกว่า “Nursing home” เพราะเมื่อโครงสร้างของประชากรในสังคมไทยในปัจจุบันเป็นเช่นนี้ ในอนาคตบรรดาลูกๆ ที่ต้องทำงานแข่งขันกันนอกบ้านก็จะไม่มีเวลาดูแลพ่อแก่แม่เฒ่าที่เฝ้าบ้าน จากเดิมที่เป็นครอบครัว “เชิงขยาย” ที่มักจะมีคนสามวัยอยู่รวมกันในบ้าน คือ วัยสูงอายุ, วัยเจริญพันธุ์ และวัยเด็กเล็ก ที่เคยมีสมาชิกในครอบครัวจำนวนมาก เป็นครอบครัวขนาดใหญ่ที่อบอุ่น ในอนาคตครอบครัวจะมีขนาดเล็กลง จะหาบ้านเดี่ยวขนาด 100 ตารางวา หรือ 200 ตารางวา ใจกลางเมืองก็เป็นไปได้ยากขึ้นทุกที เพราะนอกจากที่ดินมีราคาแพงแสนแพง ตารางวาละหลักหมื่นหลักแสนบาทแล้ว จำนวนสมาชิกที่อยู่อาศัยในบ้านก็มีแต่จะลดน้อยถอยลง จะอยู่บ้านเดี่ยวหลังใหญ่บนที่ดินกว้าง แบบรุ่นปู่ ย่า ตา ทวด ก็คงเป็นไปไม่ได้ และยังเป็นภาระในการดูแลรักษา
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ เลยเป็นผลให้คนรุ่นใหม่วัยเจริญพันธุ์ที่ในปัจจุบันต้องอยู่ตึกแถว ทาวน์โฮม คอนโดมิเนียม หรืออพาร์ตเมนต์ กลายสภาพเป็นครอบครัว “เชิงเดี่ยว” มีสมาชิกเพียงแค่ พ่อ แม่ ลูก ซึ่งโดยเฉลี่ยมักจะมีลูกกันไม่มากเพียง 1 หรือ 2 คน เพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย ไม่เหมือนกับครอบครัวสมัยก่อนที่มีลูกเต็มบ้าน 5-8 คน ดังนั้น ผมเชื่อว่า “อสังหาริมทรัพย์” ที่มีการออกแบบเตรียมการสำหรับ “Wellness” โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดา “ส.ว.” (ผู้สูงวัย) ยังไงก็ขอ “ฟันธง” ลงไปว่าการพัฒนา “อสังหาริมทรัพย์” ในรูปแบบนี้ก็จะได้รับความนิยมสูงแน่ครับ
ในปี “แพะ” นี้ ผมเชื่อไปว่าแนวคิดเกี่ยวกับ “Wealth + Wellness” จะเป็นอีกหนึ่งกระแสที่น่าสนใจและน่าจะมาแรงแซงโค้งสำหรับทิศทางในการพัฒนา “อสังหาริมทรัพย์” ปีนี้ครับ
.......................................
(หมายเหตุ ปี 'แพะ' เป็นปีของ 'Wealth + Wellness' : คอลัมน์ คลนิคคนรักบ้าน โดย... ดร.ภัทรพล)



