ไลฟ์สไตล์

ดูแลสุขภาพ : โรคภูมิแพ้ในเด็ก

ดูแลสุขภาพ : โรคภูมิแพ้ในเด็ก

15 ม.ค. 2558

ดูแลสุขภาพ : โรคภูมิแพ้ในเด็ก

 
                                 โรคภูมิแพ้ คือ โรคที่ภูมิในร่างกายมีปฏิกิริยากับสารก่อภูมิแพ้หรือสิ่งแวดล้อมบางอย่างไวกว่าคนปกติ ส่งผลให้เกิดอาการแสดงได้ในหลายระบบของร่างกาย เช่น ระบบผิวหนัง ระบบทางเดินหายใจ และระบบทางเดินอาหาร 
 
 
สาเหตุของโรคภูมิแพ้ในเด็กเกิดจาก
 
                                 1.การถ่ายทอดทางพันธุกรรม โดยพบว่าถ้าพ่อแม่เป็นโรคภูมิแพ้ เช่น หอบหืด ผื่นแพ้ผิวหนัง ลูกก็มีโอกาสเป็นโรคภูมิแพ้ได้มากกว่าคนอื่นหลายเท่า
 
                                 2.สิ่งแวดล้อม เช่น ฝุ่น ไรฝุ่น สัตว์เลี้ยง ควันบุหรี่ เพราะฉะนั้น ถึงแม้พ่อแม่พี่น้องไม่มีโรคภูมิแพ้ แต่ผู้ป่วยก็มีโอกาสเป็นโรคภูมิแพ้ได้ถ้าอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ไม่ดี เช่น มีมลพิษมากๆ เป็นเวลานานหรือตั้งแต่เกิด อาจจะสังเกตอาการผิดปกติของโรคภูมิแพ้ในเด็กได้ เช่น
 
                                 -เป็นหวัดบ่อยหรือเรื้อรัง มักจะเป็นๆ หายๆ มาเป็นเวลานาน หรือเป็นในบางช่วงเวลา เช่น จาม น้ำมูกไหลเฉพาะตอนเช้า ส่วนเวลาอื่นปกติ
 
                                 -บางรายอาจมีอาการไอเป็นหลัก วิ่งเล่นแล้วไอ อากาศเปลี่ยนแล้วไอ ไอเวลากลางคืน ไอเป็นเวลานานหลังหายจากหวัด ไอจนอาเจียน
 
                                 -ถ้าเป็นผื่นแพ้มักจะคัน เป็นๆ หายๆ บางครั้งหายเองได้ อาจสังเกตพบว่าเป็นผื่นหลังจากรับประทานอาหารบางอย่าง เช่น อาหารทะเล ถั่วลิสง หรือไปสัมผัสกับสิ่งแวดล้อมบางอย่าง เช่น ฝุ่น สัตว์เลี้ยง หากเด็กมีอาการผิดปกติที่คุณพ่อคุณแม่สงสัยว่าจะเป็นโรคภูมิแพ้ ควรรีบพามาพบแพทย์  
 
 
อาการของโรคภูมิแพ้
 
                                 โรคภูมิแพ้สามารถทำให้เกิดอาการได้ในหลายระบบของร่างกาย เช่น ระบบผิวหนัง ระบบทางเดินหายใจ หรือระบบทางเดินอาหาร ได้แก่ 
 
1.ระบบตา
 
                                 คันตาเคืองตาแสบตาบ่อยๆ 
 
2.ระบบผิวหนัง
 
                                 -ผื่นคัน ผิวหนังแห้ง โดยเฉพาะบริเวณใบหน้าและแก้ม ข้อศอก ข้อพับ เข่า ซอกคอ และตามลำตัว
 
                                 -ผื่นลมพิษเป็นๆ หายๆ
 
3.ระบบทางเดินหายใจ
 
                                 -เป็นหวัดบ่อย หรือมีอาการเป็นบางเวลา เช่น จามน้ำมูกไหลในตอนเช้า แต่ไม่มีอาการในเวลาอื่น แน่นจมูกหายใจทางจมูกไม่ได้
 
                                 -เป็นหวัดเรื้อรัง หรือเป็นไซนัสอักเสบ
 
                                 -มีอาการไอโดยเฉพาะในบางเวลา เช่น วิ่งเล่นแล้วไอ อากาศเปลี่ยนแล้วไอ ไอเวลากลางคืน 
 
4.ระบบทางเดินอาหาร
 
                                 -ริมฝีปากบวม มีผื่นคันรอบปากหลังรับประทานอาหารที่แพ้
 
                                 -คลื่นไส้ อาเจียน แหวะนมบ่อย ท้องอืด ถ่ายเหลว มีมูกเลือดปนในอุจจาระ ในเด็กทารก
การทดสอบยืนยันว่าเป็นโรคภูมิแพ้สามารถทำได้ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้
 
                                 -การทดสอบทางผิวหนัง วิธีการตรวจนี้เป็นวิธีที่นิยมที่สุด เพราะเป็นวิธีที่ถูกต้อง แม่นยำ สอดคล้องกับอาการได้ดี และยังสามารถทราบผลได้ภายใน 15 นาที แต่คนใช้จำเป็นต้องหยุดยาแก้แพ้ก่อนเป็นเวลาอย่างน้อย 7 วัน
 
                                 -การเจาะเลือด เป็นวิธีที่ใช้ในกรณีที่ไม่สามารถทำการทดสอบทางผิวหนังได้ เช่น ในคนที่มีประวัติแพ้รุนแรงถึงช็อกหรือในคนที่มีผื่นมากและไม่มีผิวหนังปกติมากพอที่จะทำการทดสอบทางผิวหนังได้ รวมทั้งไม่สามารถหยุดยาแก้แพ้ได้ ในบางครั้งเมื่อตรวจเลือดแล้วยังต้องตรวจยืนยันด้วยการทดสอบทางผิวหนังด้วย
 
                                 หากสงสัยว่าเด็กเป็นโรคภูมิแพ้ ควรรีบพามาพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาที่ถูกต้อง เพราะถ้าเด็กได้รับการรักษาที่ไม่ถูกต้อง อาจทำให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมาได้ 
 
                                 การรักษาโรคภูมิแพ้ในเด็กขึ้นอยู่กับสิ่งกระตุ้นให้มีอาการ ถ้าเป็นจากอาหาร ส่วนใหญ่จะหายได้ ยกเว้นอาหารทะเล ดังนั้น การรักษาโดยเร็ว จะเกิดประโยชน์สูงสุด
 
 
การรักษาโรคภูมิแพ้สามารถทำได้โดย
 
                                 -หลีกเลี่ยงสิ่งที่แพ้หรือสงสัยว่าจะแพ้ เช่น อาหารบางชนิด (เช่น อาหารทะเล ไข่ ถั่วลิสง นมวัวและผลิตภัณฑ์จากนมวัว แป้งสาลี) ไรฝุ่น ฝุ่น ขนสุนัข ขนแมว บุหรี่ โดยการปรับสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสม เช่น เลิกบุหรี่ ใช้ผ้าปูที่นอนและปลอกหมอนที่ป้องกันไรฝุ่น
 
                                 -การใช้ยา ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาว่าควรใช้ยาชนิดใด จำเป็นต้องให้ยาระยะยาวหรือไม่
 
                                 -การออกกำลังกาย
 
 
สามารถป้องกันไม่ให้ลูกเป็นโรคภูมิแพ้ได้อย่างไร
 
                                 -สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่สามารถควบคุมเพื่อป้องกันไม่ให้ลูกเป็นโรคภูมิแพ้ได้คือ สิ่งแวดล้อม โดยต้องให้ลูกมีสิ่งแวดล้อมที่ดีตั้งแต่อยู่ในท้อง คุณแม่ตั้งครรภ์ต้องรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ อย่ารับประทานอาหารที่มีโอกาสที่จะทำให้เกิดโรคภูมิแพ้ได้ง่ายมากเกินไป เช่น อาหารทะเล ไข่ ถั่วลิสง นมวัว ช็อกโกแลต ผลิตภัณฑ์จากนม แป้งสาลี เพราะอาจทำให้ลูกได้สัมผัสกับสิ่งก่อภูมิแพ้เหล่านี้เร็วเกินไป
 
                                 เมื่อเด็กเกิดมาควรเน้นให้เด็กได้รับนมแม่เพียงอย่างเดียวให้นานที่สุด (อย่างน้อยช่วง 6 เดือนแรก) พยายามหลีกเลี่ยงนมวัว และควรให้เด็กอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่สะอาด มีฝุ่น มลพิษให้น้อยที่สุด รวมถึงคุณพ่อคุณแม่และคนใกล้ชิดต้องงดสูบบุหรี่ไม่ว่าจะนอกบ้านหรือในบ้านก็ตาม