ไลฟ์สไตล์

หมอจรัสแนะนักวิจัยต้องกล้าชี้แนะสังคม

หมอจรัสแนะนักวิจัยต้องกล้าชี้แนะสังคม

12 ม.ค. 2558

สกว.จับมือคลังสมองเสริมทักษะผู้บริหารวิจัย ศ.นพ.จรัสแนะต้องกล้าเสี่ยงทำงานที่ตรงกับปัญหา สร้างความสามารถในการแข่งขัน และชี้แนะสังคมอย่างถูกต้อง

              12ม.ค.2558 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และสถาบันคลังสมองของชาติ จัดการประชุมหลักสูตรผู้บริหารชุดโครงการวิจัยและนวัตกรรม เพื่อเสริมสร้างนวัตกรรมและความเข้มแข็งในการบริหารจัดการการวิจัยและนวัตกรรมของมหาวิทยาลัยและหน่วยงานวิจัย โดยมุ่งหวังให้ผู้เข้าร่วมประชุมอันประกอบด้วย ผู้บริหารงานวิจัยในมหาวิทยาลัย ได้แก่ รองอธิการบดี ผู้อำนวยการสำนัก คณบดี หัวหน้าภาควิชา รวมถึงผู้ประสานงานชุดโครงการ สกว. และผู้บริหารงานวิจัยในหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน มีทักษะในการบริหารจัดการงานวิจัยเพิ่มมากขึ้น และตอบโจทย์การพัฒนาประเทศได้อย่างแท้จริง ผ่านรูปแบบการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการโดยใช้โครงการ/ชุดโครงการที่หน่วยงานต้นสังกัดกำลังดำเนินการหรือให้ความสนใจซึ่งมุ่งเน้นการฝึกปฏิบัติการบริหารจัดการตั้งแต่ต้นทาง-ปลายทางของงานวิจัย ได้แก่ การออกแบบชุดโครงการ วิเคราะห์ห่วงโซ่ของชุดโครงการ กำหนดเป้าหมายของการดำเนินงานและหานักวิจัย วางแผนงบประมาณและแนวทางการจัดการทางการเงิน การติดตาม การใช้ประโยชน์ และการประเมินผลลัพธ์/ผลกระทบ นอกจากนี้ยังยกตัวอย่างกรณีศึกษาและเรียนรู้การแก้ปัญหาในสถานการณ์ต่างๆ

              ศ.นพ.จรัส สุวรรณเวลา รองประธานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ฝ่ายการแพทย์ กล่าวระหว่างการบรรยายหัวข้อ “งานวิจัยและนวัตกรรมที่ประเทศไทยจำเป็นต้องมี” ว่าไทยมีจีดีพีและงบประมาณการวิจัยต่ำ ถ้ามหาวิทยาลัยไทยจะแข่งขันกับมหาวิทยาลัยโลกต้องทำผลงานตีพิมพ์เพิ่มขึ้นแต่สิ่งสำคัญคือต้องคำนึงถึงการทำวิจัยที่จำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ รวมถึงการวิจัยที่เป็นเครื่องมือในการศึกษา รู้เท่าทันความรู้และนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการศึกษา สร้างคนให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ตลอดจนสร้างพลังเพื่อร่วมกันแก้ปัญหาหรือหาทางออกให้กับสังคมและประเทศ ตลอดจนการทำวิจัยเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ซึ่งจากการจัดอันดับเมื่อปี 2008 ไทยอยู่อันดับที่ 27 จาก 55 ประเทศ ตามหลังจีน มาเลเซีย และญี่ปุ่น มีจีดีพีเพียงร้อยละ0.26 ทำวิจัยร้อย0.33 เท่านั้น การทำวิจัยต้องคิดว่าไทยมีปัญหาใดบ้างโดยเฉพาะปัญหาเรื่องทัศนคติที่คนไทยส่วนใหญ่ภูมิใจกับตัวเองจนมองไม่เห็นภายนอก จึงไม่รู้สึกตื่นเต้นกับการจัดอันดับระดับนานาชาติ ประเทศที่ต้องนำเข้าความรู้และเทคโนโลยีจะมีความรู้และทรัพยากรจำกัด ต้องซื้อของแพงขึ้น เพราะไม่ได้ตั้งราคาตามต้นทุนแต่ขึ้นกับความจำเป็นและเงินในกระเป๋าของผู้ที่จำเป็นต้องใช้ ตรงข้ามกับประเทศที่สร้างความรู้และนวัตกรรมได้เองที่เป็นผู้ผูกขาดเทคโนโลยีเราจึงต้องเร่งทำวิจัยเพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการแข่งขัน

              ปัจจุบันการวิจัยโดยเฉพาะชุดโครงการยังขาดการทบทวนวรรณกรรม/งานวิจัยเก่าให้เข้มแข็งเพื่อนำมาต่อยอด ขั้นตอนนี้เป็นหัวใจสำคัญของการวิจัย นอกจากนี้ยังต้องสร้างความเข้าใจกับสถานการณ์และปัญหาของตัวเอง เช่น การวิจัยพืชพันธุ์ใหม่จำเป็นต้องรู้เรื่องดินและน้ำ การวิจัยโรคที่เกิดกับคนไทย การวิจัยเชิงพื้นที่ การปฏิรูปการศึกษาต้องรู้ถึงปัญหาที่แท้จริง ผู้วิจัยจำเป็นต้องรู้ปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ทางเลือกในการแก้ปัญหา นโยบายและการจัดการ การควบคุมและประเมินผล และต้องพัฒนาผู้ใช้งานวิจัยด้วยอีกปัญหาสำคัญคือ “ปัญหากำพร้า”เป็นปัญหาที่ชาติตะวันตกไม่มีจึงไม่ทำ และคนไทยก็ไม่ทำเช่นกัน อาทิ วัณโรคที่ดื้อยาซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ขณะนี้ หรือโรคอุบัติใหม่ เช่น ซาร์ส อีโบลา แม้กระทั่งวิธีการรักษางูกัดที่ได้ผล วัคซีนไข้เลือดออก

              ศ.นพ.จรัสระบุว่า การวิจัยที่สำคัญได้แก่ การวิจัยเพื่อพัฒนาซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการวิจัยขั้นพื้นฐานที่ลงลึก และอยู่บนฐานของความคิดสร้างสรรค์เพื่อให้เกิดนวัตกรรมที่แท้จริง มีการวิจัยเชิงปฏิบัติการเพื่อสร้างโมเดลที่ต้องการและนวัตกรรมรวมทั้งการวิจัยเชิงนโยบายการวิจัยเชิงระบบการวิจัยเชิงบริการ ปฏิบัติการ และการตลาด ซึ่งล้วนต้องอาศัยนวัตกรรมอย่างมาก และต้องมีสถานการณ์จำเพาะ การใช้ความหมายและประโยชน์เฉพาะสุดท้ายคือการวิจัยเพื่อชี้นำและเตือนสติอย่างถูกต้องท่ามกลางความสับสนวุ่นวายของโลกปัจจุบัน จึงคาดหวังให้มหาวิทยาลัยมีบทบาทในการแก้ความสับสน บอกความจริง สร้างความรู้ที่เชื่อถือได้และเป็นกลาง ด้วยความกล้าหาญมั่นคงและมีความรับผิดชอบต่อสังคม ตัวอย่างเช่น การวิจัยเรื่องจำนำข้าว การปฏิวัติเขียว เป็นต้น

              “การวิจัยต้องรู้พลัง ประเทศที่กำลังแข่งขัน กล้าและเสี่ยง เพื่อจะแก้ปัญหาให้ได้ เราต้องมีนักวิจัยที่มีความสามารถ ห้องปฏิบัติการที่มีเทคโนโลยีและเงินทุนที่เพียงพอ มีการวางแผนที่รอบคอบ ประสิทธิภาพ/คุณภาพ ตลอดจนความพยายามและตั้งใจจริง” ศ.นพ.จรัสกล่าวสรุป