ไลฟ์สไตล์

ปีแห่งอุปกรณ์สวมใส่และกลุ่มคนยุคมิลเลเนียม

ปีแห่งอุปกรณ์สวมใส่และกลุ่มคนยุคมิลเลเนียม

11 ม.ค. 2558

ปีแห่งอุปกรณ์สวมใส่และกลุ่มคนยุคมิลเลเนียม

 
                          นายเจเรมี่ เบอร์ตัน ประธานฝ่ายการตลาดและผลิตภัณฑ์อีเอ็มซี วิเคราะห์เทรนด์เทคโนโลยีที่ยิ่งใหญ่ในปี 2558 โดยสิ่งแรกคือ Wearable-Schmearable ภายหลังการเกิดขึ้นของ iWatch สาวกแอปเปิ้ลทั่วโลกต่างคาดว่า เทคโนโลยีสำหรับสวมใส่ หรือ Wearable จะเป็นเทคโนโลยีกระแสหลัก    
 
                          ในความเป็นจริง คนอายุน้อยกว่า 35 ไม่สวมนาฬิกากันแล้ว แต่ใช้สมาร์ทโฟนทำทุกสิ่งทุกอย่างแม้แต่การดูเวลา เทคโนโลยีที่ใช้สวมใส่กำลังจะหมดไป เราจะได้เห็นผู้คนใส่บลูทูธที่หูตลอดเวลาเข้ามาแทนที่ แต่ก็มีการพูดกันว่า ไม่ใช่เทคโนโลยีสวมใส่ได้ทุกอย่าง จะล้มเหลวไม่เป็นท่า เทคโนโลยีสวมใส่ที่เจาะเฉพาะกลุ่มผู้ใช้ จะเป็นตัวช่วยกระตุ้นตลาดให้ดีขึ้น เช่น FitBits หรือ Jawbones ที่ใช้ติดตามตรวจสอบการเผาผลาญพลังงานหรือกิจกรรมด้านสุขภาพ จะยังคงเฟื่องฟูและจะไปอยู่ในเสื้อผ้ากีฬา รองเท้าและอุปกรณ์ต่างๆ มากขึ้น
 
                          การเข้าถึงผู้บริโภค อุปกรณ์เคลื่อนที่ต่างๆ เป็นพลังขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงแบบหน้ามือเป็นหลังมือในเกือบทุกอุตสาหกรรม ธุรกิจที่ปรับตัวและให้บริการผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่จะสามารถสร้างความสัมพันธ์ตรงไปยังผู้บริโภคได้ นักการตลาดมีโอกาสที่จะนำข้อมูลเฉพาะเกี่ยวกับพฤติกรรมส่วนตัวของผู้บริโภค ณ ขณะนั้น มาใช้เพื่อดึงความสนใจผู้บริโภคไปยังสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้อง 
 
                          ร้านค้าปลีกที่มีความชำนาญและรู้ว่าผู้บริโภคอยู่ที่ใดบ้าง หรือบริษัทเสื้อผ้ากีฬาที่เข้าใจกิจวัตรการออกกำลังกายและสภาพร่างกายของลูกค้า เป็นจุดเด่นในการสร้างรายได้ก็จริง แต่ผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาและมีความอดทนน้อย กระแสข้อมูลจำนวนมหาศาลจะต้องได้รับการประมวลผลแบบเรียลไทม์ ซึ่งเป็นการผลักดันให้เกิดการใช้เทคโนโลยีต่างๆ มากมายขึ้น เช่น อิน-เมมโมรี่ ดาต้าเบสต์ และแฟลชสตอเรจ
 
 
 
ซอฟต์แวร์ทำงานแทนเรา
 
 
                          ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา บริษัทส่วนใหญ่เลิกธุรกิจการเขียนซอฟต์แวร์  แผนกไอทีขององค์กรกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญในการจัดการโครงสร้างพื้นฐานศูนย์ข้อมูล และการใช้ระบบการวางแผนทรัพยากรทางธุรกิจขององค์กรโดยรวม (อีอาร์พี) ในทศวรรษหน้า เทคโนโลยีของเกือบทุกอุตสาหกรรมจะถูกกำหนดโดยซอฟต์แวร์ และซอฟต์แวร์หลายๆ อย่างเหล่านั้นจะทำงานบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต อย่างแน่นอนซอฟต์แวร์เหล่านั้นยังติดตั้งอยู่ในรถยนต์ เครื่องยนต์ของเครื่องบิน รองเท้าวิ่ง และแม้แต่ในตัวคน  
 
                          ไอทียุคใหม่ = การพัฒนาซอฟต์แวร์ที่มีความคล่องตัวในการปรับใช้+ คนรุ่นใหม่
 
                          ในทศวรรษหน้า ซอฟต์แวร์ที่ทำงานบนอุปกรณ์เคลื่อนที่จะเป็นตัวขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงธุรกิจ แต่เรื่องเหล่านี้จะไม่ได้รับการบันทึกไว้เหมือนดั่งเมื่อ 20 ปีก่อน ซึ่งเราส่วนใหญ่ที่อายุ 40 ปีขึ้นไปได้เรียนรู้มาจากโรงเรียนว่า การเปลี่ยนแปลงในช่วงปลายของวงจรการพัฒนาซอฟต์แวร์นั้น มีราคาแพง ทำให้เราต้องจัดการกับข้อเรียกร้องหรือความต้องการใช้งานตั้งแต่เนิ่นๆ เผชิญหน้าและต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงนั้น  
 
                          ถ้าจำเป็นต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจ จะเกิดจากการผลักดันจากธุรกิจ ซึ่งมักจะเกี่ยวข้องกับ "ไอที" (คนที่เขียนซอฟต์แวร์) ที่ฝังตัวอยู่ในธุรกิจ การพัฒนาจะถูกทำซ้ำ ใช้เทคนิคที่คล่องตัว จัดลำดับความสำคัญการทำงาน และจากนั้นจัดลำดับความสำคัญอีกครั้งทุกสองสามสัปดาห์ ขึ้นอยู่กับความคับคั่งของวงจรการตอบสนองของธุรกิจ เรากำลังพูดถึงรูปแบบใหม่ด้านไอที และหนึ่งในสิ่งที่ทำให้เกิดความพึงพอใจเกือบจะทันที สิ่งที่สมบูรณ์แบบสำหรับคนรุ่นใหม่ที่กำลังเข้ามาทำงานในองค์กร ปี 2558 จะเป็นตัวแทนของจุดเริ่มต้นของการกระจายอำนาจด้านไอที - การดำเนินงานด้านไอทีอยู่ในแบบรวมศูนย์ แต่การพัฒนาซอฟต์แวร์กำลังมุ่งหน้าออกไปสู่หน่วยธุรกิจเฉพาะที่เกี่ยวข้องกัน
 
 
 
การเรียนรู้ยุคใหม่
 
 
                          ปี 2558 เป็นปีแห่งการเริ่มต้นยุคใหม่ด้านการศึกษา เราจะเห็นจุดเริ่มต้นของการสิ้นสุดการเรียนแบบบรรยาย รูปแบบของการเรียนจากการบรรยายของอาจารย์จะหมดไป การทดลองในมหาวิทยาลัยชั้นนำต่างๆ พบว่า ในการบรรยาย 40 นาที นักเรียนให้ความสนใจประมาณ 7 นาทีเท่านั้น หากบรรยาย 60 นาที เวลาของความตั้งใจฟังการบรรยายก็จะลดลง ในสถาบันการศึกษาที่เลิกการบรรยายไปแล้วและใช้การสอบแบบออนไลน์มีอัตราการที่ต้องสอบใหม่ต่ำลงจากเกือบ 50% เหลือเพียงเป็นตัวเลขหลักเดียว การนำเนื้อหาไปไว้บนออนไลน์ ทำให้สามารถเข้าถึงเนื้อหาทางการศึกษาได้ทั่วโลกอีกด้วย