ไลฟ์สไตล์

สงครามแท็กซี่ออนไลน์

สงครามแท็กซี่ออนไลน์

11 ม.ค. 2558

อินโนเทค : สงครามแท็กซี่ออนไลน์ : โดย...คนชอบเล่า

 
                          เชื่อว่ามาถึงวันนี้ คนไทยหลายคนคงเริ่มคุ้นหูกับชื่อ อูเบอร์ (Uber) กันมากขึ้นแล้ว ซึ่งแม้โดยส่วนตัวยังไม่เคยทดลองใช้บริการ แต่ก็ได้รับการเชิญชวนจากคนขับแท็กซี่หลายคันให้ทดลองดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นพร้อมบันทึกหมายเลขรหัสประจำตัวของพวกเขา เพื่อติดต่อเรียกใช้ได้ตลอดเวลา เหตุผลหลักๆ ที่คนขับแท็กซี่ในเครือข่ายอูเบอร์ กระตือรือร้นขนาดนี้ เพราะนอกเหนือจากค่าโดยสารที่จะได้รับแล้ว ทางอูเบอร์ยังมีผลตอบแทนพิเศษตามจำนวนยอดโดยสารที่ให้บริการด้วย
 
                          และถึงแม้เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา อูเบอร์ ต้องจำนนต่อเงื่อนไขทางกฎหมายของไทย และยินยอมทำตามคำสั่งกรมการขนส่งทางบก ยุติบริการแท็กซี่ป้ายดำ หรือ UberX (ที่เปิดให้เจ้าของรถเก๋งส่วนตัว สามารถเข้ามาให้บริการเชิงพาณิชย์ในเครือข่ายของอูเบอร์ได้) รวมทั้งลดขอบเขตการให้บริการแท็กซี่ป้ายเขียว หรือ UberBlack ซึ่งเป็นรถยี่ห้อหรู ที่อายุใช้งานไม่เกิน 6-7 ปี จากการให้บริการเชิงสาธารณะ เหลือเพียงตามโรงแรม สถานที่ท่องเที่ยว หรือสนามบินเท่านั้น แต่หากเข้าไปดูในเว็บไซต์ Uber.com แล้ว ก็ยังเห็นประกาศรับสมัครเครือข่ายคนมีรถส่วนตัวมาเข้าสังกัดอยู่
 
                          ด้วยความนิยมของบริการแท็กซี่ออนไลน์ลักษณะเดียวกับอูเบอร์ ซึ่งผู้โดยสารสามารถติดต่อเรียกใช้บริการได้ผ่านแอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือ ทั้งยังติดตามสถานะว่ารถคันที่เรียกใช้ใกล้มาถึงหรือยัง ตลอดจนการชำระค่าโดยสารด้วยวิธีตัดบัตรเครดิตผ่านมือถือ ทำให้แม้ในหลายประเทศ ยังมีข้อจำกัดด้านกฎหมายให้บริการขนส่งสาธารณะ แต่ก็ยังมีผู้ให้บริการมากมาย พัฒนาแอพพลิเคชั่นแท็กซี่ออนไลน์มาตอบโจทย์วิถีชีวิตของผู้บริโภคยุคดิจิทัล
 
                          และล่าสุด “ไลน์ (Line)” แอพพลิเคชั่นสนทนาออนไลน์เบอร์ 1 ของญี่ปุ่น ที่มียอดผู้ใช้งานครอบคลุมมากกว่า 200 ประเทศทั่วโลก ก็ขอโดดลงแข่งในสนามแท็กซี่ออนไลน์เต็มตัว ประกาศเตรียมนำร่องเปิดให้บริการ ไลน์ แท็กซี่ ในพื้นที่กรุงโตเกียว และเมืองใกล้เคียง ประเทศญี่ปุ่น ราวเดือนตุลาคมปีนี้ ถือเป็นการเกาะติดโอกาสธุรกิจใหม่ ทั้งยังใช้ประโยชน์จากระบบชำระเงินออนไลน์ที่พัฒนาขึ้นสำหรับรับเงินจากผู้เล่นเกมไลน์, รับค่าสินค้าบริการในร้านค้าและร้านสติกเกอร์ไลน์ ได้อย่างคุ้มค่ายิ่งขึ้น
 
                          น่าสนใจที่ว่า แทนที่ไลน์จะสร้างเครือข่ายแท็กซี่ขึ้นมาใหม่ กลับใช้วิธีการจับมือกับผู้ให้บริการแท็กซี่รายใหญ่ของญี่ปุ่น ซึ่งมีรถในสังกัดมากกว่า 20,000 คัน ถือเป็นการป้องกันความเสี่ยงจากกรณีศึกษาของอูเบอร์ ที่สร้างผลกระทบด้านรายได้ให้แก่แท็กซี่อาชีพ จนนำมาสู่การฟ้องร้อง และถูกสั่งระงับบริการในหลายประเทศ
 
                          แน่นอนว่า เบื้องต้นนี้ ไลน์ คงมุ่งท้าชนอูเบอร์ ที่เปิดให้บริการแล้วในญี่ปุ่น เมื่อเดือนมีนาคม ปีที่ผ่านมา แต่เชื่อว่า อีกไม่นานน่าจะขยายบริการมายังประเทศอื่น ที่มีสาวกไลน์หนาแน่น โดยเฉพาะอินโดนีเซีย และประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันรั้งตำแหน่งประเทศที่มียอดผู้ใช้ไลน์ อันดับ 2 และ 3 รองจากญี่ปุ่น ด้วยจำนวนสมาชิกราว 30 ล้านราย และ 27 ล้านราย ตามลำดับ
 
                          ขอปิดท้ายวันนี้ด้วยความรู้รอบตัวว่าด้วยแท็กซี่ออนไลน์ ปัจจุบันมีแอพพลิเคชั่นประเภทนี้เฉพาะในเอเชียแล้ว 10 ราย ซึ่งในจำนวนนี้ 3 รายก็เข้ามาเปิดให้บริการอยู่ในกรุงเทพมหานครเรียบร้อยแล้ว
 
 
 
 
 
------------------------
 
(อินโนเทค : สงครามแท็กซี่ออนไลน์ : โดย...คนชอบเล่า)