
เนรมิตที่โรงเรียนเป็นสวนเกษตร
11 ม.ค. 2558
ท่องโลกเกษตร : เนรมิตที่โรงเรียนเป็นสวนเกษตร สร้างอาหารที่ดีให้เด็กอย่างยั่งยืน : โดย...ดลมนัส กาเจ
พื้นที่ด้านหลังอาคารเรียนโรงเรียนบ้านโป่ง ต.แม่แฝก อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ราว 2 งาน ถูกเนรมิตเป็นสวนเกษตร ทั้งแปลงผักสวนครัว ได้แก่ ชะอมไร้หนามในพื้นที่ราว 50 ตารางวา บริเวณใกล้เคียงเป็นแปลงผักกาดหอม ผักกาดขาว คะน้า ผักไผ่ ถั่วลันเตา และพืชสมุนไพรจำพวกขา ตะไคร้ และอื่นๆ อีกหลายอย่าง ถัดจากแปลงผักไปด้านขวามือเป็นโรงเรือนเพาะเห็ดนางฟ้า และโรงเรือนเลี้ยงไก่ไข่ โดยมีนักเรียนตั้งแต่ชั้นประถมปีที่ 1 จนถึงชั้นประถมปีที่ 6 เป็นเจ้าของแปลงและช่วยกันดูแล เพื่อนำผลผลิตไปเป็นส่วนหนึ่งของอาหารกลางวันสำหรับเด็ก หากเหลือจะจำหน่ายให้คนในชุมชนใกล้เคียง เพื่อนำเงินมาใช้ในโครงการส่งเสริมอาชีพ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอนของโรงเรียนแห่งนี้ต่อไป
โรงเรียนบ้านโป่ง เป็นโรงเรียนแห่งที่ 465 ที่บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ และมูลนิธิพัฒนาชีวิตชนบท ที่สนับสนุนโดยเครือเจริญโภคภัณฑ์ ให้การสนับสนุนนักเรียนในโรงเรียนตามถิ่นทุรกันดารได้บริโภคไข่ไก่อาหารที่อุดมไปด้วยประโยชน์ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปีที่ผ่านมา และทีม "ท่องโลกเกษตร" ได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมโรงเรียนแห่งนี้เมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา โดย ทรงวุฒิ มะลิวัลย์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านโป่ง เล่าว่า โรงเรียนมีนักเรียนทั้งหมด 65 คน เป็นเด็กไทยชาวเขา 8 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็กด้อยโอกาสทางโภชนาการที่ดี ทางโรงเรียนจึงมีโครงการส่งเสริมอาชีพด้านการเกษตร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรการเกษตรด้วย โดยมี ซีพีเอฟ ให้การสนับสนุนในการเลี้ยงไก่ไข่
ด้าน วนิดา ถาวร ครูประจำชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ซึ่งดูแลแปลงเกษตร เล่าว่า ทางโรงเรียนดำเนินโครงการส่งเสริมอาชีพในโรงเรียน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรการเรียนการสอน ที่สอดคล้องกับอาชีพของผู้ปกครองของเด็กมา 2 ปีแล้ว เนื่องจากเห็นว่า เด็กส่วนใหญ่ยังขาดโอกาสในการบริโภคอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการที่ดี เพราะเด็กจำนวนไม่น้อยที่เป็นเด็กกำพร้า เพราะคุณพ่อคุณแม่เสียชีวิตจากโรคติดเชื้อ เด็กต้องอาศัยอยู่กับปู่ย่า ตายาย อีกส่วนหนึ่งเป็นเด็กชาวไทยภูเขา ทางโรงเรียนมองว่างบประมาณค่าอาหารกลางวันหัวละ 20 บาทต่อวัน ควรนำมาต่อยอดให้เด็กมีอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการที่ดีกว่า
"เราเอางบอาหารกลางวันส่วนหนึ่งมาทำทุนซื้อเมล็ดพันธุ์ ส่วนปุ๋ยใช้ปุ๋คอก ปุ๋ยที่มีอยู่ตามบ้าน แปลงเพาะปลูกทางโรงเรียนมีอยู่แล้ว ให้เด็กๆ ช่วยกันขุดร่อง ทำแปลง ใส่ปุ๋ย เมื่อปลูกแล้วช่วยการดูแลรดน้ำ พรวนดิน พอเราทำได้ระยะหนึ่ง ทางซีพีเอฟเห็นความตั้งใจของโรงเรียน ประกอบกับเด็กยังด้อยโอกาสในด้านโภชนาการ จึงสนับสนุนโครงการเลี้ยงไก่ขึ้นมา โดยทางซีพีเอฟสร้างโรงเรือนให้ พร้อมมอบแม่ไก่ไข่ 1,000 ตัว อาหารไก่อีกนวนหนึ่งพร้อมกับสัตวแพทย์มาช่วยดูแลด้วย ตอนนี้เด็กได้กินไข่อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ส่วนขี้ไก่นำมาทำปุ๋ยได้อีกด้วย ตอนนี้ไข่ส่วนหนึ่งก็จำหน่ายให้คนชุมชนเพื่อเก็บซื้อพันธุ์ไก่เองในรอบหน้า ตอนนี้เด็กได้กินทั้งผัก ทั้งเห็ด และไข่ไก่ ทำให้เด็กมีสุขภาพที่ดีขึ้น" วนิดา กล่าว
ด.ญ.หล้า ชุบแสง อายุ 12 ปี นักเรียนชั้น ป.1 บอกว่า บ้านอยู่ประเทศพม่า เรียนที่พม่าอยู่ ป.5 แต่แม่มารับจ้างอยู่ประเทศไทย จึงตามมา และมาเรียนใหม่ชั้น ป.1 ตอนนี้รับผิดชอบแปลงผักกาดกับเพื่อนอีกคนหนึ่ง ผักที่ปลูกทางคุณครูนำมาทำเป็นอาหารกลางวันทั้งผัดและแกงด้วย ส่วนพี่ชั้น ป.4-ป.6 จะดูแลโรงเพาะเห็ดและเลี้ยงไก่ไข่
ด.ช.ปลื้ม แสนอีนับ นักเรียนชั้น ป.1 เช่นกัน บอกว่า ปลูกผักกาดขาวมา 2 รุ่นแล้ว รุ่นแรกนำไปปรุงเป็นอาหาร บางส่วนครูขายให้ผู้ปกครอง หลังจากเข้าร่วมโครงการสนุกมาก และคิดว่าจะนำความรู้ในการปลูกผักไปปลูกที่บ้านได้
ขณะที่ อดิเรก ศรีประทักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร ซีพีเอฟ บอกว่า ในฐานะผู้นำธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหาร ภายใต้วิสัยทัศน์ “ครัวของโลก” ซึ่งนอกจากซีพีเอฟจะมุ่งมั่นผลิตอาหารที่มีคุณภาพ และปลอดภัย ป้อนให้คนทั่วโลกแล้ว ซีพีเอฟยังตระหนักถึงการมีส่วนร่วมสร้างความมั่นคงทางอาหาร เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในการเข้าถึงอาหารได้อย่างพอเพียง ปลอดภัย และมีคุณค่าทางโภชนาการในทุกที่ทุกเวลา จึงเข้าไปให้ความช่วยเหลือผู้ที่ขาดโอกาสทุกเพศทุกวัยได้บริโภคอาหารที่มีประโยชน์ พร้อมๆ กับการเข้าไปพัฒนาและดูแลชุมชนโดยรอบบริเวณที่ธุรกิจอาหารสัตว์ ธุรกิจการเลี้ยงสัตว์ และธุรกิจอาหารของเราตั้งอยู่ทั่วประเทศด้วย โดยเข้าไปช่วยเสริมสร้างทักษะอาชีพและคุณภาพชีวิต เพื่อให้เกิด “สังคมพึ่งตน” ได้อย่างเข้มแข็ง
“ซีพีเอฟให้ความสำคัญกับการส่งเสริมให้เยาวชนที่มีฐานะยากจนได้บริโภคไข่ไก่ อาหารที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 มื้อ เพื่อให้มีร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง โดยเฉพาะเยาวชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ยังขาดแคลนอาหาร และเข้าถึงอาหารที่มีคุณประโยชน์ได้ยาก เนื่องจากทางบ้านมีฐานะยากจน ทางซีพีเอฟได้ร่วมกับมูลนิธิพัฒนาชีวิตชนบท สนับสนุนโดยเครือเจริญโภคภัณฑ์ และเหล่าพนักงาน ได้น้อมนำแนวพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงห่วงใยในภาวะโภชนาการของเด็กนักเรียนควรจะได้บริโภคอาหารอย่างถูกหลักโภชนาการ จึงดำเนินโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน มาตั้งแต่ปี 2531 รวม 464 โรงเรียน ด้วยงบประมาณ 54.6 ล้านบาท โรงเรียนบ้านโป่งเป็นแห่งที่ 465” อดิเรก กล่าว
สำหรับในปี 2558 ซีพีเอฟได้ตั้งเป้าดำเนินโครงการเพิ่มอีก 50 แห่ง ด้วยงบประมาณ 11.11 ล้านบาท ตลอดปี 2558 จะมีโรงเรียนเข้าร่วมโครงการทั้งสิ้นรวม 514 แห่งทั่วประเทศ ภายในเดือนพฤษภาคม 2558 และได้ส่งเสริมให้เยาวชนไทยกว่า 1.4 แสนคน ได้บริโภคอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการด้วย
นับเป็นอีกหนึ่งโรงเรียนตัวอย่าง ที่มองถึงความสำคัญของสุขภาพเด็ก และได้นำวิชาชีพมาเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอนที่สอดคล้องกับอาชีพหลักของผู้ปกครองในพื้นที่ ซึ่งนอกจากเด็กจะนำผลผลิตเป็นอาหารแล้ว ถือว่าเป็นการให้ความรู้เด็กได้ติดตัวไปด้วย
------------------------
(ท่องโลกเกษตร : เนรมิตที่โรงเรียนเป็นสวนเกษตร สร้างอาหารที่ดีให้เด็กอย่างยั่งยืน : โดย...ดลมนัส กาเจ)



