
ฟอร์ดลุยจราจรอัจฉริยะ เปลี่ยนโลกเดินทางด้วยซอฟต์แวร์
10 ม.ค. 2558
ฟอร์ดลุยจราจรอัจฉริยะ เปลี่ยนโลกเดินทางด้วยซอฟต์แวร์
ฟอร์ดเข้าร่วมงานมหกรรมแสดงสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ สำหรับผู้บริโภค (Consumer Electronics Show หรือ CES) ประจำปี 2015 พร้อมเผยถึงการนำนวัตกรรมล้ำสมัยมาใช้ทั้งเพื่อการสร้างสรรค์ยานยนต์อันทันสมัย และเพื่อร่วมเปลี่ยนแปลงวิธีการเดินทางของผู้คนทั่วโลกด้วยการแก้ไขปัญหาในการคมนาคมที่ปริมาณมากขึ้นเรื่อยๆ ภายในงาน ฟอร์ดได้ประกาศแผนการสัญจรอัจฉริยะ (Ford Smart Mobility) ด้วยการนำนวัตกรรมล้ำสมัยมาช่วยยกระดับให้บริษัทก้าวนำไปอีกขั้น ทั้งด้านการเชื่อมต่อการสื่อสาร การสัญจร นวัตกรรมยานยนต์ขับขี่อัตโนมัติ การสร้างประสบการณ์ความพึงพอใจของลูกค้า และการใช้ประโยชน์จากข้อมูลขนาดใหญ่ นอกจากนี้ ฟอร์ดยังเผยถึงโครงการทดลองด้านการสัญจร 25 โครงการทั่วโลกที่เปิดตัวในปีนี้เพื่อทดสอบแนวคิดใหม่ๆ ในการสัญจร โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีขึ้นให้แก่ผู้บริโภค พร้อมนำเสนอแนวคิดในการพัฒนายานยนต์ที่ปรับเปลี่ยนรูปแบบได้ตามความต้องการของผู้ใช้งาน และการเปิดช่องทางให้ผู้คนในสังคมโดยรอบได้มีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาด้านการจราจรร่วมกัน
นอกจากนี้ ฟอร์ดยังได้จัดแสดงระบบเชื่อมต่อการสื่อสาร ซิงค์ 3 (SYNC 3) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเชื่อมต่อการสื่อสารภายในรถที่ทันสมัยที่สุดของฟอร์ด พร้อมเผยถึงนวัตกรรมยานยนต์ขับขี่กึ่งอัตโนมัติตามท้องถนนในปัจจุบันและนวัตกรรมยานยนต์ขับขี่อัตโนมัติเต็มรูปแบบซึ่งอยู่ในระหว่างการพัฒนาโครงการทดลองด้านการสัญจร 25 โครงการทั่วโลก
ก้าวแรกของแผนการสัญจรอัจฉริยะของฟอร์ดในปัจจุบัน ประกอบด้วย 25 โครงการทดลองทั่วโลก แบ่งเป็น 8 โครงการในทวีปอเมริกาเหนือ 9 โครงการในทวีปยุโรปและแอฟริกา 7 โครงการในทวีปเอเชีย และ 1 โครงการในทวีปอเมริกาใต้ โดยแต่ละโครงการได้รับการออกแบบเพื่อช่วยบริษัทคาดการณ์ถึงสิ่งที่ลูกค้าต้องการและสิ่งที่จำเป็นต่อระบบการคมนาคมในอนาคต โครงการทดลองที่เรากำลังดำเนินการอยู่ในปัจจุบันจะนำไปสู่การสร้างสรรค์การคมนาคมและการสัญจรรูปแบบใหม่ๆ ในระยะ 10 ปีข้างหน้าและต่อไปในอนาคต
โครงการทดลอง 25 โครงการ มุ่งเน้นการจัดการกับ 4 ปัญหาสำคัญที่เกิดขึ้นทั่วโลก ได้แก่ จำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว การขยายตัวของชนชั้นกลาง ปัญหาคุณภาพอากาศและสาธารณสุข และการปรับเปลี่ยนทัศนคติและการจัดลำดับความสำคัญของผู้บริโภค ซึ่งโครงการเหล่านี้นับเป็นการท้าทายวิธีการเดินทางของผู้คนในปัจจุบัน และมุ่งจำกัดการใช้ยานยนต์ส่วนบุคคลโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตเมือง
ในจำนวนโครงการทดลอง 25 โครงการ มี 14 โครงการที่ฟอร์ดเป็นผู้ริเริ่มการวิจัย ส่วนอีก 11 โครงการ เป็นแนวคิดที่ได้รับการนำเสนอเข้ามาภายใต้กิจกรรม Innovate Mobility Challenge Series
สำหรับรถยนต์ขับขี่อัตโนมัติของฟอร์ด ฟอร์ดได้จัดแสดงรถยนต์ขับขี่กึ่งอัตโนมัติ ที่บริษัทนำเสนออยู่แล้วในปัจจุบัน พร้อมกับรถยนต์ขับขี่อัตโนมัติเต็มรูปแบบซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนา
ฟอร์ดได้ผลิตและขายรถยนต์ขับขี่กึ่งอัตโนมัติซึ่งใช้ซอฟต์แวร์และเซ็นเซอร์ในการทำงาน ทั้งการบังคับพวงมาลัยเพื่อช่วยจอดแบบขนานและการจอดเข้าซอง การปรับความเร็วแบบอัตโนมัติโดยวัดจากความคล่องตัวของสภาพการจราจร และการช่วยเบรกในสถานการณ์ฉุกเฉิน
“ในอนาคตจะมีรถฟอร์ดที่สามารถขับเคลื่อนได้เอง ฟอร์ดมีความมุ่งมั่นอย่างจริงจังในการพัฒนารถยนต์ที่สามารถขับขี่ได้แบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบ” ทั้งนี้ รถยนต์ขับขี่กึ่งอัตโนมัติของฟอร์ดที่วางจำหน่ายในปัจจุบันได้รับการติดตั้งเทคโนโลยีต่างๆ มากมาย อาทิ ระบบรักษาช่องทางขับขี่ (lane-keeping assist) ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบรักษาระยะห่างระหว่างรถคันหน้า (adaptive cruise control) ระบบป้องกันการชนพร้อมสัญญาณตรวจจับคนเดินถนน (Pre-Collision Assist with Pedestrian Detection) ระบบช่วยจอดอัจฉริยะ (active park assist) และในเร็วๆ นี้ จะมีการติดตั้งระบบช่วยการขับขี่ในสภาพการจราจรแออัด (Traffic Jam Assist) เพิ่มเติมขึ้นอีกด้วย
ปัจจุบัน รถฟอร์ด ฟิวชั่น ไฮบริด ซึ่งเป็นรถที่ขับขี่ได้เองแบบอัตโนมัติกำลังอยู่ระหว่างการทดสอบบนท้องถนน โดยรถคันนี้ใช้เทคโนโลยีการขับขี่กึ่งอัตโนมัติแบบเดียวกันกับรถฟอร์ดรุ่นที่วางจำหน่ายอยู่ในปัจจุบัน แต่มีการติดตั้งเซ็นเซอร์ LiDAR 4 แห่ง เพื่อใช้ แสดงภาพสิ่งแวดล้อมรอบข้างแบบ 3 มิติแบบเรียลไทม์ ทั้งนี้ รถสามารถตรวจจับวัตถุรอบๆ ตัวรถโดยใช้เซ็นเซอร์ LiDAR และใช้ระบบการคำนวณขั้นสูงเพื่อคาดการณ์ทิศทางการเคลื่อนไหวของรถคันอื่นๆ และคนเดินถนน
สิ่งสำคัญที่สุดคือการทำให้รถยนต์ขับขี่อัตโนมัติของฟอร์ดเป็นรถที่คนส่วนใหญ่เข้าถึงได้และช่วยทำให้คุณภาพชีวิตของผู้บริโภคดีขึ้น



