
กู้เศรษฐกิจ
"คำว่าชาติไทยล่ม" อาตมายังไม่เห็นว่าล่ม ยังเห็นว่ามันเอียงๆ เท่านั้นเอง เพราะว่า
๑."เรื่องกระแสคลื่นลม" ที่เราตามจับกระแสไม่ทัน หรือไม่มีคนรายงานเรื่องกระแสคลื่น ลมในทางเศรษฐกิจของโลก ๒."ความไม่สามัคคีกันของคนที่อยู่ในเรือ และ ๓."มีรอยรั่ว"
คราวนี้ เมื่อชาติเป็นอย่างนี้ เราก็จะต้องช่วยกัน จะช่วยกันอย่างไร จะเอาเงิน มาแจกกัน ถูกต้องไหม ไม่ถูก แท้ที่จริง เราต้องเอาทรัพยากรขึ้นมาใช้ให้หมด ท่านก็คงสงสัยว่า จะเอาเพชรเอาพลอยมาจากไหนมาใช้ ซึ่งแท้ที่จริงแล้วเรามีทรัพยากรอยู่ ๕ แหล่งใหญ่ที่ใช้เท่าไรไม่รู้จักหมด และยิ่งใช้ยิ่งมี
ทรัพยากรที่ว่า แท้ที่จริงสามารถสร้างขึ้นได้ทุกคน คือ ๑.ขยัน ๒.อดทน ๓.ประหยัด ๔.ซื่อสัตย์ และ ๕.พัฒนาฝีมือ ถ้า "ไม่ขยัน ไม่อดทน ไม่ประหยัด ไม่ซื่อสัตย์ ไม่พัฒนาฝีมือ" อยู่ในตัวของใคร คนนั้นหมด ทรัพยากรธรรมชาติแล้ว คนนั้นล่มจมแล้ว
แต่ถ้ามันมาอยู่ในนิสัยของคนไทยทั้งประเทศ คือคนไทย ไม่ขยัน ไม่อดทน ไม่ประหยัด ไม่ซื่อสัตย์ ไม่พัฒนาฝีมือ ก็แสดงว่าทรัพยากรเหล่านี้ คนไทยหมดไปแล้ว
ถึงใครเขาจะมาลงทุน แต่มาเจอคนไม่ขยัน ไม่อดทน ไม่ประหยัด ไม่ซื่อสัตย์ ไม่พัฒนาฝีมือ เขาก็คงย้ายโรงงาน ไปตั้งอยู่ในจีนบ้าง เวียดนามเหนือบ้าง เกาหลีเหนือบ้าง
นี่ก็คือ สิ่งที่จะช่วยชาติได้ ไม่ต้องมาช่วย เป็นเงินเป็นทองหรอก อาตมาว่า ทุกคนหันมาขยัน อดทน ประหยัด ซื่อสัตย์ พัฒนาฝีมือ และก็มาสร้างงานกัน
แจกเงิน แจกอาหาร แจกเท่าไรก็ไม่พอ "โรงงาน ดีกว่าโรงทาน" และ "โรงธรรม ดีกว่าโรงทาน"
ดังนั้น บ้านเมืองของเรา ณ ขณะนี้ ต้องแก้ให้มีโรงทาน ให้มีโรงงาน และให้มีโรงธรรม แต่จัดสัดส่วนของโรงงานกับ โรงธรรมให้เหมาะสมเท่านั้น
"โรงธรรม" คือ กระแสแห่งความรู้ จะต้องมีมากกว่า "โรงทาน" เราแจกๆ กันไป ก็รังแต่จะให้คนนั้น เห็นแก่กิน เห็นแก่ได้ เพิ่มความขี้เกียจ เพิ่มความน่ารังเกียจ
ดังนั้นถ้าเกิดมี "โรงงาน" และมี "โรงธรรม" แล้ว ยังพบว่าคนไทย "ไม่ขยัน ไม่อดทน ไม่ประยัด ไม่ซื่อสัตย์ ไม่พัฒนาฝีมือ" ก็สมควรแล้วที่เมืองไทยจะเป็นอย่างนี้
แต่อาตมาว่า คนไทยไม่ใช่อย่างนั้น คนไทยมีความขยัน อดทน ประหยัด ซื่อสัตย์ พัมนาฝีมือ เรารวมกันอย่างนี้ และปลุกกระแส ทรัพยากรธรรมชาติ ๕ ประการนี้ ชาติไทยของเรา พ้นภัยวิกฤติอย่างแน่นอน
"พระราชวิจิตรปฏิภาณ (เจ้าคุณพิพิธ)"



