
'ชาตรี นาสิงห์' แปรรูป 'มัลเบอร์รี่' เจาะกลุ่มนักเที่ยว
07 ม.ค. 2558
เกษตรกรคนเก่ง : 'ชาตรี นาสิงห์' แปรรูป 'มัลเบอร์รี่' เจาะกลุ่มนักเที่ยว : โดย...ธานี กุลแพทย์
สรรพคุณที่หลากหลายของผลหม่อน หรือที่เรียกว่า มัลเบอร์รี่ ทั้งกินผลสด แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ อีกทั้งในตำรับยาโบราณใช้ผลต้มกินแก้ไขข้ออักเสบ โลหิตจาง ขณะที่สีม่วงแดงจากผลสดมีสารต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความแก่ ลดความเสี่ยงเกิดโรคมะเร็ง ป้องกันโรคหัวใจ เหล่านี้ ทำให้ ชาตรี นาสิงห์ เกษตรกรชาว จ.นครราชสีมา ปลูกพันธุ์กำแพงแสน 42 ที่ให้ผลดก รสหวานหอม ทนแล้ง ดูแลรักษาง่าย โรคและแมลงรบกวนน้อย
“เมื่อ 7 ปีที่แล้ว กรมหม่อนไหมได้แนะนำพันธุ์หม่อนกำแพงแสน 42 ซึ่งระยะนั้นยังไม่เป็นที่แพร่หลาย ไทยยังต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ถือว่าเป็นผลไม้ที่มีราคาแพง จึงหาข้อมูลทำให้รู้สรรพคุณ บวกกับกระแสการบริโภคอาหารที่คนหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น จึงลองปลูก ถือเป็นรายแรกๆ ของจังหวัดที่ปลูกมัลเบอร์รี่กินผลสดขาย”
การปลูกต้นหม่อน หรือมัลเบอร์รี่ ชาตรี บอกขุดหลุมให้มีระยะห่าง 3x3 เมตร จากนั้นรองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอก เมื่อปลูกเสร็จใส่ปุ๋ยคอกรดน้ำให้ชุ่ม รอจนต้นแข็งแรงจึงตัดแต่งกิ่งกระตุ้นให้ออกผล โดยใน 1 ปีบังคับให้มัลเบอร์รี่ติดผล 3 รอบ แต่ละรอบเริ่มจากใส่ปุ๋ยคอกรอบต้นรดน้ำให้ชุ่ม รอให้ต้นแตกใบอ่อนจนมีสีเขียวเข้ม แล้วแต่งกิ่งให้สูงจากพื้นราว 1 เมตร จากนั้น 45 วันหม่อนจะติดผล และเก็บผลขายได้
"ตลาดผลสดขายดีมาก ส่งขายที่ จ.ภูเก็ต กก.ละ 300-500 บาท ลูกค้าจะนำไปแปรรูปเป็นแยมและน้ำมัลเบอร์รี่ ส่งขายตามโรงแรม เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยว ถึงขณะนี้ผลผลิตไม่เพียงกับความต้องการ ส่วนใบหม่อนส่งขายโรงงาน กก.ละ 14-20 บาท ถือว่าตลาดยังไปได้อีกไกล" ชาตรี แจง พร้อมระบุ แม้ตลาดผู้บริโภคผลสดจะตอบรับดี แต่ก็มีข้อเสียเพราะผลสดจะสุกและร่วงเร็วเก็บรักษาได้ไม่นาน จึงต้องนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่นแทน
-------------------------
(เกษตรกรคนเก่ง : 'ชาตรี นาสิงห์' แปรรูป 'มัลเบอร์รี่' เจาะกลุ่มนักเที่ยว : โดย...ธานี กุลแพทย์)



