ไลฟ์สไตล์

กินดื่มอารมณ์บ้านแบบ 'มินิบาร์'

กินดื่มอารมณ์บ้านแบบ 'มินิบาร์'

04 ม.ค. 2558

ชวนชิม : กินดื่มอารมณ์บ้านแบบ 'มินิบาร์'

 
                               อารมณ์คนอยากฉลองรับปีใหม่ยังคงต่อเนื่องมาจนถึงชั่วโมงนี้ ไม่ว่าจะที่บ้านหรือร้านรวงจึงไม่ปลอดชาวปาร์ตี้ที่เฮโลกันเข้าไปหาความสำราญ เหมือนภาพที่ปรากฏใน "มินิบาร์ คาเฟ่" ร้านอาหารคอนเซ็ปต์นั่งสบาย อบอุ่น และเพลิดเพลินไปกับอาหาร-เครื่องดื่มโฮมเมด จะปีใหม่หรือปีเก่าก็อิ่มอร่อยเคล้าความสุขไม่เคยสร่างซา ตรงตามความตั้งใจของผู้เป็นเจ้าของ "แป้ม" ณัฐิณี จิราธิวัฒน์ ที่อยากนำเสนอการกินอยู่ง่ายๆ ทุกอย่างผ่านการเลือกสรรจากครัวที่บ้านชนิดที่ไม่อร่อยไม่ถูกปากไม่ยกไว้บนโต๊ะให้ลูกค้าชิม
 
                               6 ปีก่อน มินิบาร์ รอยัล สร้างความประทับใจกับอาหารแฮงก์เอาท์แนวฝรั่งเศสในนิวยอร์ก ก่อนจะตัดแต่งชื่อใหม่อย่างที่เห็นแล้วย้ายความเป็นตัวตนไปปักหลักอยู่บนชั้น 5 ภายในห้างหรูเซ็นทรัล เอ็มบาสซี โดยเจ้าของร้านอารมณ์ดีเล่าว่า ก่อนจะอยากเปิดร้านอาหารได้ไปเที่ยวฝรั่งเศสแล้วฝนตกหนักออกไปหาอะไรกินนอกโรงแรมไม่ได้ จึงพากันสั่งอาหารของโรงแรมพร้อมกับช่วยกันรื้อมินิบาร์และของในตู้เย็นมาปั้นแต่งเป็นมื้ออร่อย มีความสุขแบบเพื่อนรู้ใจ พอมาเปิดร้านอาหารเลยนึกถึงบรรยากาศสนุกๆ ของอาหารโฮมเมดลูกครึ่งฝรั่ง-ไทย นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์รวมจานเด็ดสูตรลับของหุ้นส่วนแต่ละคนมาแชร์กันในบรรยากาศผ่อนคลายยิ่งขึ้น ด้วยการออกแบบตกแต่งร่วมสมัย และมีลูกเล่น โดยเฉพาะรายละเอียดของผนังที่มีลายพิมพ์กราฟฟิกเก๋ ทั้งรูปเด็ก กระป๋องมะเขือเทศ ป๊อปคอร์น หรือสปาเกตตี มองแล้วไม่น่าเบื่อ
 
                               ของเด่นดังที่เสิร์ฟมาแล้วจำได้ทันทีสำหรับขาประจำ ก็อย่าง ข้าวยำปักษ์ใต้สูตรมาจากสายบุรี ของครอบครัวหุ้นส่วนคนหนึ่ง เด็ดตรงที่น้ำบูดูและปลาป่น ซี่โครงหมูบาร์บีคิวซอส ที่เป็นสูตรเฉพาะของร้านเสิร์ฟมากับสับปะรดย่าง ร้านอื่นอบกี่ชั่วโมงไม่รู้แต่มินิบาร์ให้เวลา 4 ชม.จนเนื้อซี่โครง 8 ซี่นุ้มนุ่มก่อนจะนำไปทาซอสบาร์บีคิวย่างต่อ รสยืนพื้นค่อนข้างจัดได้ทั้งความเปรี้ยวเค็มและหวาน ที่สำคัญใช้มีดแซะออกจากซี่โครงอย่างง่ายดาย หรือจะเป็น สปาเกตตีกุ้งแม่น้ำ ที่ผัดออกมาพอขลุกขลิกใส่มันกุ้งข้นๆ ลงไปด้วย ก่อนจะตัดคาวด้วยไวน์ขาวและซอสสูตรพิเศษ รสชาติอาจจะเหมาะกับผู้ใหญ่ แต่ถ้ามีเด็กมาด้วยลองสั่งเป็น สปาเกตตีครีมซอส ที่ทานกับถั่วลันเตากรุบๆ ก็ถูกลิ้นอ่อนๆ ไม่น้อย
 
                               ใครโปรดปรานพิซซ่าแป้งบางต้องไม่ลืม พิซซ่าหน้าอิตาเลี่ยนซอสเซส นอกจากแป้งทอติญ่าบางกรอบแล้วยังเด่นที่ซอสเซสหมักเองแบบโฮมเมด จึงรับประกันเรื่องความสดใหม่ได้รสชาติ แล้วก็มาถึงซิกเนเจอร์ที่ทั้งขาประจำและขาจรติดอกติดใจไม่รู้ลืมนั่นคือ ลิ้นวัว ของหาทานยากที่นำไปปรุงเป็นจานเด็ดสารพัด เริ่มจากนำไปตุ๋นดับความเหนียวแล้วปรุงรสก่อนจะคลุกแป้งทอดจนหอมฉุย ทานกับเมโยซอสรสเผ็ด เหมาะเป็นของทานเล่นเรียกน้ำย่อยหรือแกล้มเครื่องดื่มเพลินมากๆ หรือจะนำไปผัดกับอิตาเลี่ยนเบซิลเสิร์ฟกับข้าวสวยร้อนๆ ก็ชวนกิน ขณะที่เมนูลูกผสมอย่างตอร์ติชช่าหน้ากุ้งกับมันกุ้งพริกขี้หนู ใครไม่เคยลิ้มรสต้องหาโอกาสมาสัมผัสให้ได้เพราะเป็นความลงตัวระหว่างฝรั่งกับไทยที่หาทานได้ไม่ง่ายจริงๆ เช่นเดียวกับของหวานล้างปากชื่อพื้น นมชมพู ที่ทำแบบช็อกโกแลตลาวาแต่แทนที่จะเป็นไส้ช็อกโกแลตเปลี่ยนมาใส่นมเย็นสีชมพูแบบไทยๆ ทานกับไอศกรีมวานิลลาหวานลิ้นจนลืมวางช้อนกันทีเดียว
 
                               อย่างที่จั่วหัวแต่แรกว่าร้านนี้เป็นทั้งที่กินข้าวและแฮงก์เอาท์เบาๆ เครื่องดื่มที่เขาจัดให้จึงเป็นแบบฟูลบาร์ ในส่วนของแอลกอฮอล์คงต้องขอละไว้ในฐานที่เข้าใจ มาว่ากันด้วยรสชาติเบาๆ กะดกลงคอได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ แนะนำแก้วแรก มะตูมป๊อป หน้าตาและรสชาติโดดเด่นจริงๆ ผสมจากน้ำมะตูมหมักกับน้ำผึ้งแล้วอัดโซดาเข้าไป ชูโรงด้วยน้ำเชื่อมทับทิมทำเอง จิบแรกสัมผัสได้ถึงความเปรี้ยวซ่า ช่วยปลุกความสดชื่นดีนักแล อีกแก้ว ใบเตยเสาวรส ง่ายมากๆ แค่น้ำเชื่อมกลิ่นใบเตยผสมเข้ากับน้ำเสาวรส จิบแล้วจิบอีกหลังอาหารับรองชุ่มคอดับคาวชะงัด
 
                               คาเฟ่แห่งนี้ไม่เล็กไม่ใหญ่รับได้ราว 100 ที่ มีโซนข้างในตากแอร์และโซนระเบียงนอกร้านรับลมเย็นๆ ของหน้าหนาว นั่งมุมนี้พร้อมทอดสายตาชมวิวกลางกรุงได้อารมณ์ไปอีกแบบ ใครที่ยังติดลมปาร์ตี้แต่อยากหามุมใหม่ๆ ก็ลองแวะไปกันได้ ร้านเปิดปิดตามเวลาห้าง