ไลฟ์สไตล์

'โตเกียว' ในฤดูกาลแห่งสีสัน

'โตเกียว' ในฤดูกาลแห่งสีสัน

04 ม.ค. 2558

เที่ยวนี้ขอเล่า : 'โตเกียว' ในฤดูกาลแห่งสีสัน : โดย...กาญจนา หงษ์ทอง [email protected]

 
                               ปากก็บอกว่า “โตเกียว” ไม่เคยทำให้ฉันนึกรัก แต่พอรู้ว่ามีกิจธุระให้ต้องไปป้วนเปี้ยนแถวโตเกียว หัวใจก็แอบขยับในจังหวะพองาม   
 
                               อาจจะผิดแผกแตกต่างไปชาวบ้านส่วนใหญ่ ที่โดยมากยกให้โตเกียวเป็นเมืองในฝัน แต่สำหรับฉันโตเกียวเหมือนไม่ใช่หนุ่มในสเปก เขาเรียบร้อยและแสนดีเกินไป เพอร์เฟกท์ซะจนไม่มีน่าลุ้น อย่างเรามันต้องเอ็กซอติก ดิบๆ เดิมๆ ลุ้นๆเสียวๆ แต่ก็ช่างเถอะ แค่รู้ว่าจะได้เห็นใบไม้เปลี่ยนสีในโตเกียว ก็ไม่มีอะไรให้เกี่ยงงอนใส่โตเกียวอีกต่อไป
 
                               ญี่ปุ่นเที่ยวนี้ใช้บริการสายการบินไทย แอร์เอเชีย เอ็กซ์ (www.airasia.com) เพราะเดี๋ยวนี้มีเที่ยวบินตรงไปกลับโตเกียว และโอซาก้าทุกวัน วันละไฟลท์ แถมดีตรงที่มีที่นั่งให้เลือกหลายโซนมาก ตอนบินไปโซลลองนั่ง Quiet Zone และ Premium Seat ไปแล้ว เที่ยวนี้ลองนั่งชั้นบิสิเนสคลาส ก็พบว่านอกจากเครื่องใหม่แล้ว ที่นั่งชั้นนี้ยังสะดวกสบายกับพนักพิงที่สามารถปรับเอนนอนได้ มาพร้อมบริการอาหารที่ได้ใจจริงๆ และจะยิ่งประหยัดได้มากขึ้น ถ้าสั่งจองอาหารล่วงหน้าทางออนไลน์
 
                               เป็น 6 ชั่วโมงที่นั่งอย่างสบาย แถมพอลงจากเครื่องใครอยากสบายต่ออีก ลองใช้บริการ "X-Tra Onboard" ได้ เพราะเป็นบริการที่ครบวงจรทีเดียวทั้งบริการตั๋วรถไฟเข้าเมือง รถบัส และพวกบัตรผ่านสถานที่ท่องเที่ยวในญี่ปุ่น ทั้งหมดนี้จับจองได้ผ่านไทย แอร์เอเชีย เอ็กซ์ เท่านั้น 
 
                               จะว่าไป ฉันเองก็ห่างเหินกับญี่ปุ่นมาพอควร ดูเหมือนอะไรๆ ก็เปลี่ยนไปหลายอย่าง ฉันเองก็ไม่แน่ใจนักกับเรื่องที่พัก ยิ่งเป็นช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี และกระแสญี่ปุ่นมาแรงในสายตานักเดินทางชาวไทย เพื่อความชัวร์เรื่องที่พักเลยต้องจับจองมาให้เรียบร้อยก่อน คลิกเข้าไปค้นจากเว็บไซต์เอ็กซ์พีเดีย(www.expedia.co.th) จึงพบว่ามหานครโตเกียวนั้น แต่ละโซนมีที่พักให้เลือกเยอะมาก แถมราคายังมีหลากหลายตั้งแต่ถูกไปยันแพง 
 
                               โรงแรมแถว ย่านอาซากุสะ เป็นหย่อมย่านที่ฉันเลือก เลือกทำเลใจกลางเมืองไว้ก่อน จะนั่งรถไฟไปเที่ยวที่ไหนก็แสนง่าย 
 
                               ในฤดูใบไม้ร่วงแบบนี้ แค่ผละจากชายคาสถานีรถไฟใต้ดิน ฉันก็ถูกต้อนรับด้วยใบไม้สีเหลืองทั้งที่อยู่บนต้นและร่วงหล่นบนพื้นถนน แค่นี้ก็เผลอยิ้มให้โตเกียวโดยไม่รู้ตัว
 
                               ภารกิจเที่ยวนี้ อยู่ที่การไปค้นหาตลาดแปลกใหม่ในโตเกียว แต่ไหนๆ ก็พักแถวย่านอาซากุสะแล้ว ขอเดินไปสำรวจข้าวของที่ ถนนนาคามิเซะ ซะหน่อย  ได้ข่าวว่าเดี๋ยวนี้มีของที่ระลึกหน้าตาจุ๋มจิ๋มให้เลือกช็อปกันมากขึ้น ถนนนี้เนี่ยจะช็อปตุ๊กตา ชุดกิโมโน รองเท้า ไปยันขนมนมเนยที่แพ็กเกจจิ้งสวยงามก็มีหมด  
 
                               จะว่าไป หลุมพรางหน้าวัดดักทุกคนไว้สำเร็จจริงๆ ร้านรวงบน 2 ฟากฝั่งถนนที่ยาวร่วม 200 เมตร รั้งให้ทุกคนขลุกอยู่นานสองนาน มีทั้งร้านขายสินค้าพื้นเมืองอย่างชุดกิโมโน หวีทำด้วยมือ และรองเท้าไม้ที่พวกสาวญี่ปุ่นใส่กันในอดีต เรียกว่า เป็นจุดที่มีสีสันฉูดฉาดสดใสตลอดสองข้างทาง เดินไปแบบไม่รั้งสติไว้ สตางค์พร้อมจะบอกลาได้ทุกเมื่อ  
 
                               ฉันแวะไปถามข้อมูลจากออฟฟิศการท่องเที่ยว หลังจากที่เจ้าหน้าที่บอกข้อมูลตลาดนัดกลางแจ้งในโตเกียวและแหล่งดูใบไม้เปลี่ยนสีเสร็จ หล่อนไม่ลืมเตือนว่า ถ้าจะไปเดินที่ถนนนาคามิเซะเดี๋ยวนี้ต้องคอยระวังกระเป๋า เพราะโตเกียว พ.ศ.นี้มีมิจฉาชีพมาคอยหยิบคอยฉวยกระเป๋าสตางค์ไม่เว้นแต่ละวัน  
 
                               ความจริงโตเกียวดูน่ากลัวบ้างก็ดีนะ ไม่อย่างนั้นจะดูแสนดีไป แต่เจ้าหน้าที่เตือนไว้แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน สมัยก่อนใครลืมกระเป๋าสตางค์ทิ้งไว้ ลืมมือถือ ก็ไม่มีหาย แต่เดี๋ยวนี้ไม่ได้เป็นแบบนั้นแล้ว
 
                               อยู่แถวย่านอาซากุสะแล้วเหมือนเดินอยู่ในบางกอกยังไงไม่ทราบ ไม่ว่าจะเดินเร่ไปซอกไหนซอยไหน ก็มีแต่เสียงคนไทยปลิวอยู่ในอากาศ จนราวกับว่า ญี่ปุ่นคือจังหวัดที่ 78 ของไทย 
 
                               และเมื่อคนไทยจำนวนเกิน 5 คนอยู่รวมกัน แทบไม่ต้องเดาเลยว่าระดับเสียงจะดังประมาณไหน อันที่จริงถ้าคนไทยเรียนรู้และเคารพมารยาทและธรรมเนียมในการใช้ชีวิตของเจ้าถิ่นหน่อยก็จะดี  
 
                               เพราะคนญี่ปุ่นเวลาเข้ารถไฟใต้ดินเขาจะเงียบกริบ ไม่มีการมาโทรศัพท์ตะโกนโหวกเหวกให้คนข้างๆ รู้เรื่องราวชีวิตส่วนตัวของคุณเด็ดขาด กรณีมีโทรศัพท์เข้ามา เขาจะตัดสายทิ้ง หรือไม่ก็เดินออกจากรถไฟเพื่อไปรับโทรศัพท์ให้เสร็จสิ้นก่อน 
 
                               รวมไปถึงเวลาเดินขึ้นบันไดเลื่อน การเข้าลิฟต์ หรือแม้แต่การใช้ตะเกียบ ทุกอย่างเป็นเรื่องที่นักท่องเที่ยวทุกคนน่าจะเรียนรู้เอาไว้ก่อนเดินทาง 
 
                               ฉันเองถึงเป็นพวกชอบแหกกฎ จึงต้องคอยพยายามควบคุมตัวเองเสมอให้เคารพกติกามารยาทเวลาเดินเตร็ดเตร่อยู่ในญี่ปุ่น  
 
                               หลังจากได้ข้อมูลใบไม้เปลี่ยนสีมาแล้วว่าฮอตสปอตของโตเกียวอยู่ที่ไหนบ้าง ฉันก็นั่งรถไฟใต้ดินไปตามลายแทงที่เจ้าหน้าที่บอก จุดหมายอยู่ที่ Icho Namiki  ที่ต้องลงที่สถานี Aoyama-Itchome เพราะตรงนั้นมีถนนสายแปะก๊วยที่เจ้าหน้าที่บอกว่าเริ่ดที่สุดในโตเกียวแล้ว แถมช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนไปจนถึงต้นเดือนธันวาคม ถนนนี้จะมีคนออกมาเดินเยอะเหมือนหนอนเลย 
 
                               และไม่ใช่เฉพาะนักท่องเที่ยว เพราะแม้แต่คนญี่ปุ่นเองก็พาครอบครัว คนรักมาเดินดูใบไม้เปลี่ยนสีกันแน่นถนน ใครอยากนั่งแฮงเอาท์ตรงหัวมุมถนนมีคาเฟ่ชิคๆ ให้นั่งจิบกาแฟแลใบไม้กันด้วย แต่ในฤดูกาลนี้ จะหาเก้าอี้ว่างจึงเป็นเรื่องยากสิ้นดี
 
                               ใต้ร่มแปะก๊วยสีเหลืองยาวเหยียด ฉันเห็นความเบิกบานบนดวงหน้าของผู้คน  สำหรับคนโสดหรือคนอกหัก ฤดูใบไม้ร่วงคงเหงาสิ้นดี แต่สำหรับคนมีความรัก มันกลายเป็นฤดูกาลแห่งสีสันที่มีชีวิตชีวาเหลือเกิน
 
                               ผละจากดงแปะก๊วย คราวนี้ขอไปสำรวจไนท์ไลฟ์ที่ ย่านชิบูย่า ละแวกนี้นอกจากมีห้างร้านกระจายอยู่ทั่ว ก็เป็นอันรู้กันว่า ถ้ามาหาของเก๋ ของฮิพก็ไม่ผิดหวัง  จะมองหาร้านกระเป๋าสะพายหลากหลายแนว ก็มีหลายแบรนด์ให้เลือก หรือจะมาตระเวนหางานฝีมือเนี้ยบๆ คอลเลกชั่นแจ่มๆ ของดีไซเนอร์ท้องถิ่นที่มีชื่อของญี่ปุ่น ละแวกชิบูย่าก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เรียกว่าเป็นดงแฟชั่นของชาวญี่ปุ่นก็คงไม่ผิด  พวกเสื้อผ้าและรองเท้าแนววินเทจจากต่างประเทศ รวมถึงเสื้อผ้ามือสองก็หาได้จากร้านแถวนี้เหมือนกัน 
 
                               เรียกว่าชิบูย่าเป็นมุมที่มีเสื้อผ้าอาภรณ์ เครื่องประดับ รองเท้า และกระเป๋าให้เลือกหลากหลายแนวมาก แค่มาเดินช็อปแถวนี้ย่านเดียวคุณก็ขลุกอยู่ได้เป็นวัน  แถมถ้าเดินช็อปเหนื่อยก็มีคาเฟ่และร้านรวงให้นั่งพักน่องเต็มไปหมด จะหาความบันเทิงเริงใจก็ไม่ใช่เรื่องยาก
 
                               ยังมีรายชื่อของกินซ่า ฮาราจูกุ ชินจูกุ อะกิฮาบารา รอปปองหงิ อาเมะโยโกะ และโอไดบะ ที่ไม่ได้อยู่ในหมวดจำเป็นต้องไป แต่เมื่ออยู่ในโตเกียวเข้าแล้ว ที่ไหนก็อยากแวะไปหมด  
 
                               ถ้าโตเกียวพูดได้คงถากถางฉันด้วยถ้อยคำว่า "ไหนว่าไม่รักไง..."
 
 
 
 
 
----------------------------
 
(เที่ยวนี้ขอเล่า : 'โตเกียว' ในฤดูกาลแห่งสีสัน : โดย...กาญจนา หงษ์ทอง [email protected])