
รายการคม-ชัด-ลึกตอน-หวัดอันตราย...ตายไม่หยุด
สถานการณ์แพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ยังน่าเป็นห่วง หลังมียอดผู้ป่วยสะสมเกือบ 3,000 คน และมีผู้เสียชีวิตถึง 11 ราย โดยมีมาตรการใหม่ที่คุมเข้มมากขึ้น ทั้งในสถานศึกษา โรงเรียนกวดวิชา และร้านเกม บ้างก็ถึงขั้นเสนอให้ปิดประเทศเลยด้วยซ้ำ
รายการ คม ชัด ลึก ประจำวันพุธที่ 8 กรกฎาคม 2552 เสนอตอน : "หวัดอันตราย...ตายไม่หยุด" เพื่อสะท้อนปรากฏการณ์ในวันนี้ว่า ถึงขั้นที่น่าตระหนกแล้วหรือยัง และเราจะปลอดภัยจากไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่นี้ได้อย่างไร
คนปกติมักตกใจ แต่กลุ่มเสี่ยงมักไม่ค่อยรีบมา
นพ.คำนวณ อึ้งชูศักดิ์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านเวชกรรมป้องกัน กระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงสถานการณ์แพร่ระบาดที่เหมือนจะหนักขึ้น คล้ายกระทรวงจะปกปิดข้อมูลของโรคบางอย่าง โดยยืนยันว่า การทำงานของกระทรวงโปร่งใส ไม่มีอะไรหมกเม็ดแน่นอน
นพ.คำนวณระบุว่า การแพร่ระบาดของไทยไม่ได้รุนแรงกว่าที่อื่น โดยขณะนี้มีการแพร่กระจายไป 135 ประเทศ และอีกไม่นานทุกประเทศก็จะเผชิญกับสิ่งเดียวกัน แต่ประเทศไทยโชคร้ายตรงที่เผชิญกับโรคในฤดูกาลที่เหมาะสมต่อการเกิดของไข้หวัดใหญ่พอดี
สำหรับการปิดโรงเรียน และโรงเรียนกวดวิชานั้นไม่ได้ทำให้การแพร่ระบาดหยุดลงไป แต่ทำให้อัตราการแพร่เชื้อในจังหวัดอื่นช้าลง เพราะอัตราการติดเชื้อกว่า 50% อยู่ในกรุงเทพฯ และที่มีผู้ติดเชื้อในจังหวัดอื่นๆ ก็ล้วนติดมาจากโรงเรียนกวดวิชาทั้งสิ้น
ส่วนผู้เสียชีวิตทั้ง 11 ราย ส่วนใหญ่ล้วนมีโรคประจำตัวทั้งสิ้น มีเพียง 2 รายเท่านั้นที่ยังไม่มีหลักฐานบ่งชี้แน่ชัด
นพ.คำนวณย้ำว่า ไวรัสไม่น่ากลัวถ้าร่างกายเราแข็งแรง ระบบภูมิคุ้มกันจะกำจัดเชื้อโรคเองอยู่แล้วใน 2-3 วัน แม้ไม่กินยา แต่สำหรับคนที่ไม่แข็งแรง โดยเฉพาะคนที่มีโรคประจำตัว ถ้ามีอาการไข้สูงต้องรีบมาพบแพทย์ เพราะถือเป็นกลุ่มเสี่ยง
อย่างไรก็ตาม เขามองอุปสรรคในการควบคุมโรค คือ คนที่ไม่ใช่กลุ่มเสี่ยงกังวลเรื่องนี้เกินไปจึงรีบมาตรวจ ซึ่งไม่เกิดประโยชน์เท่าไหร่ แต่กลุ่มที่อยากให้มา เช่น กลุ่มที่มีโรคประจำตัวกลับไม่มา ซึ่งมันไม่สมดุลกัน เพราะคนที่ควรตกใจ แต่ข่าวสารกลับไปไม่ถึงเท่าที่ควร
ต้องรับผิดชอบสังคม ป่วยต้องหยุดพัก
ศ.นพ.ประเสริฐ เอื้อวรากุล ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล และนายกสมาคมไวรัสวิทยา ให้ความรู้ว่า ปกติไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลในประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อประมาณ 4 ล้านคน และมีผู้เสียชีวิตกว่า 300 คน ซึ่งไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ก็ไม่ต่างกัน
อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการเพ่งเล็งไปที่ผู้เสียชีวิตแต่ละรายจึงดูน่ากลัว และไม่ค่อยเป็นธรรมมากนักที่เวลามีผู้เสียชีวิตจะต้องหาคนมารับผิดชอบ เพราะคงไม่มีใครอยากให้มีคนตาย และกระทรวงก็ทำดีที่สุดแล้ว
ศ.นพ.ประเสริฐชี้ว่า การแพร่ระบาดไม่อาจหยุดยั้งได้ โดยองค์การอนามัยโลกระบุว่า การระบาดต่อเนื่องเป็นเรื่องที่หยุดไม่ได้ และหยุดลงได้อย่างเดียว คือ มีคนติดเชื้อมากพอ ประมาณว่าอาจติดเชื้อสัก 30% ของประชากรทั้งหมด หรือคนได้รับวัคซีนมากพอ 30-50%
มาตรการป้องกันคือ ต้องอย่าให้ยามากเกินไปโดยไม่จำเป็น เพราะจะทำให้เกิดการดื้อยา และกลายพันธุ์ขึ้นได้ ส่วนการปิดโรงเรียนต่างๆ นั้น คงไม่สามารถหยุดยั้งการแพร่ระบาดได้ ทางที่ดีคือทำให้การแพร่ระบาดเป็นไปอย่างช้าๆ และสม่ำเสมอจะดีกว่า
สิ่งที่ดีที่สุดคือ คนป่วยจะต้องรับผิดชอบต่อสังคมโดยการไม่แพร่เชื้อ เวลาไอ หรือจามต้องปิดปาดทุกครั้ง หรือล้างมือทุกครั้งก่อนไปหยิบจับอะไร เพราะการป้องกันตัวเองไม่ให้แพร่เชื้อทำได้ง่ายกว่าการป้องกันไม่ให้ตัวเองได้รับเชื้อ ซึ่งจะทำให้การแพร่เชื้อเป็นไปได้ช้าที่สุด



