ไลฟ์สไตล์

อนาคตประเทศขึ้นอยู่กับงานวิจัยผ่านมุมมอง'ศ.นพ.สุทธิพร'

อนาคตประเทศขึ้นอยู่กับงานวิจัยผ่านมุมมอง'ศ.นพ.สุทธิพร'

30 ธ.ค. 2557

อนาคตประเทศขึ้นอยู่กับงานวิจัยผ่านมุมมอง'ศ.นพ.สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ' : สุรัตน์ อัตตะรายงาน

                 การก้าวขึ้นไปสู่ประเทศเกษตรอุตสาหกรรมไม่ใช่เรื่องง่ายหากไม่มีพื้นฐานการวิจัยและพัฒนา จึงไม่แปลกใจประเทศที่เจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมทั้งหลายจึงได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วนั้นล้วนแล้วแต่มาจากการพัฒนาโดยใช้งานวิจัยเป็นตัวชี้นำในการกำหนดยุทธศาสตร์การพัมนาประเทศ ปี 2557 ที่ผ่านมาได้ชื่อว่าเป็นปีทองงานวิจัยไทยก็ว่าได้ โดยเห็นได้จากสิ่งประดิษฐ์เด่นๆ จำนวนไม่น้อยที่เป็นผลมาจากงานวิจัยและพัฒนาที่ส่งเข้าประกวดในระดับนานาชาติจนได้รับรางวัลชนะเลิศมากมาย
    
                 แต่การได้มาซึ่งรางวัลดังกล่าวดังกล่าวนั้น คงปฏิเสธไม่ได้ว่าสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) หน่วยงานวิจัยหลักของประเทศมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมและสนับสนุนนักวิจัย จนมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ในวันนี้ "คมชัด ลึก" มีโอกาสพูดคุยกับ ศ.นพ.สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ เลขาธิการ วช.ถึงอนาคตงานวิจัยของประเทศไทยที่มีต่อคนรุ่นใหม่

ทำอย่างไรให้คนรุ่นใหม่หันมาสนใจงานวิจัยเพิ่มขึ้น
    
                 ปกติการวิจัยหรือการประดิษฐจริงๆ แล้วเป็นเรื่องที่ให้ผลในเชิงรูปธรรมได้ยาก ก็ต้องเรียนว่า 100 ความคิดออกมาเป็น 1 สิ่งประดิษฐ์ 100 สิ่งประดิษฐ์ ออกมาเป็นผลิตภัณฑ์สิ่งของที่ใช้ได้จริงและกว่าจะทำเชิงพาณิชย์หรืออุตสาหกรรมได้ถือเป็นเรื่องยากมากและต้องใช้เวลา   ฉะนั้นจะต้องมีกระบวนการต่างๆ มากมายกว่าจะกลายเป็นต้นแบบได้ ขณะนี้ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีที่ประเทศไทยเองมีนักวิจัย นักวิชาการ นักประดิษฐ์ที่มีความรู้ความสามารถที่เรียกว่ามีประสบการณ์ถึงขั้นว่าเรานำไปประกวดแล้วได้รับการยอมรับจากระดับนานชาติในระดับที่ดีมากอย่างน้อย 30% ระดับกลางอีก 30% ซึ่งตรงนี้ถือเป็นต้นตอ เป็นวัตถุดิบที่ดีที่สามารถพัฒนาได้อย่างต่อเนื่องแล้วเอาความคิดนั้นไปต่อยอดสู่ภาคการผลิตอุตสาหกรรมทำให้เรามีสินค้าผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย
    
                 แล้วก็สิ่งที่ วช.สนใจและให้การสนับสนุนนอกเหนือจากส่งเสริมเขาพัฒนาความคิดให้มีความเฉียบคม ความละเอียดหรือแมีแง่มุม เราได้มีการชักชวนให้มีการจับคู่ระหว่างนักประดิษฐ์ นักวิจัยและภาคการผลิต ตอนนี้ วช.พยายามสร้างสิ่งที่เรียกว่าอีโคซิสเต็ม หรือสร้างสภาวะแวดล้อมให้เหมาะสม มีการสนับสนุนทรัพยสินทางปัญญา สนับสนุนให้เงินวิจัยไปต่อยอดเพื่อพัฒนาอุปกรณ์ต้นแบบให้กลายเป็นสินค้ามีระดับที่มีการผลิตได้ ซึ่งเชื่อว่าตรงนี้จะช่วยทำให้เศรษฐกิจประเทศไทยดีขึ้น เพราะเราสามารถผลิตสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่เกิดจากความคิดของคนไทยเราเองลดการพึ่งพาหรือซื้อจากจากต่างประเทศ ทำให้เรายืนได้ด้วยตัวเอง สิ่งสำคัญเราก็จะพ้นจากประเทศที่มีรายได้ปานกลางได้อย่างรวดเร็ว เพราะการวิจัยพัฒนาและการประดิษฐ์นี่เอง

จะส่งเสริมอย่างไรให้คนไทยผลิตเองใช้เอง
    
                 อันดับแรกทำให้คนรู้จักในวงกว้าง จากนั้นเราจะต้องจับคู่ความต้องการระหว่างภาคการผลิตและภาคอุตสาหกรรม เช่น ทำรองเท้า อาหารต่างๆ แต่ทั้งหมดทั้งมวลต้องการความแปลกใหม่ สินค้าใหม่ๆ ยกตัวอย่างมะหมี่สำเร็จรูป แต่ตอนนี้เรามีขนมจีนสำเร็จรูป น้ำพริกสำเร็จรูป อาหารสำเร็จรูปต่างๆ นี่จะทำอย่างไร เราจะต้องเน้นจุดหรือโฟกัสที่จะให้ผู้ผลิตมาพบนักวิจัย นักประดิษฐ์ให้มากขึ้น ซึ่งขณะนี้ วช.พยายามสร้างเวทีให้มากขึ้น หากระบวนการในการส่งเสริมให้มากขึ้น เพราะสิ่งประดิษฐ์หลายอย่าง ผู้ผลิตบอกว่ายังไม่ถึงขั้นนำไปใช้ได้จริงในอุตสาหกรรมได้ทันที เราก็พร้อมให้เงินทุนสนับสนุนเพื่อการต่อยอดให้สามารถทำเป็นผลิตภัณฑ์ขายได้ในที่สุด

นักวิจัยที่สนใจทำสิ่งประดิษฐ์เขาควรเริ่มต้นอย่างไร
    
                 คนที่มีความคิดทำวิจัยทำสิ่งประดิษฐ์ก็ต้องเริ่มอย่างนี้ว่าจาก 100 ความคิดเป็น 1 สิ่งประดิษฐ์ จาก 100 สิ่งประดิษฐ์มาเป็น 1 ผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ มีความคิดแล้วจดไว้แล้วลงมือทำ ปัญหาของคนจำนวนไม่น้อยคือคิดแล้วแต่ไม่ลงมือทำ จดไว้แล้วก็ลงมือทำจะผิดจะถูกล้มเหลวก็ต้องทำจะรอให้ประสบความสำเร็จทีเดียวคงไม่ได้ ต่อมาจะต้องมีการวางแผนเป็นขั้นเป็นตอน บางทีเพียงมีคลิกเล็กๆ เท่านั้นก็สามารถทำให้เราข้ามขั้นตอนนั้นไปได้
                

ปีทองนักวิจัยไทยกับผลงานระดับโลก

                 การเปิดแถลงข่าวอย่างเป็นทางการของสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ถึงความสำเร็จในการนำคณะนักวิจัยและนักประดิษฐ์ไทยไปคว้ารางวัลดีเด่นในเวทีระดับนานาชาติและระดับโลก ประจำปี 2557 ที่ผ่านมา นอกจากจะเป็นการเผยแพร่เกียรติยศนักวิจัยและนักประดิษฐ์ไทยที่สร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศชาติแล้ว ยังเป็นการการันตีได้ว่า ผลงานสิ่งประดิษฐ์ ฝีมือคนไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก เห็นได้จากผลงานที่ได้รับรางวัลในเวลาต่างๆ ดังนี้
    
                 1.งาน “8th International Warsaw Invention Show” (IWIS 2014) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 14-16 ตุลาคม 2557 ณ กรุงวอร์ซอ สาธารณรัฐโปแลนด์ นำผลงานประดิษฐ์คิดค้นจาก 2 หน่วยงาน เข้าร่วมแสดงนิทรรศการและประกวดผลงาน และได้รับรางวัล ดังนี้ ผลงานเรื่อง เครื่องผลิตผงโลหะทองคำโดยการฉีดพ่นด้วยน้ำแรงดันสูง ของ รศ.สุชาติ เย็นวิเศษ และนายทวิชาติ เย็นวิเศษ แห่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย ได้รับ 4 รางวัล ได้แก่ Machinary Order of Merit (The 3rd World Inventor Award Festival 2014) Special Award (International Warsaw Invention Show 2014) Silver Medal (International Warsaw Invention Show 2014) และ Silver Medal (41th International Exhibition of Invention of Geneva)
    
                 ผลงานเรื่อง โครงการบ้านใบเยียวยาหลังภัยพิบัติ ของ ดร.จเร สุวรรณชาต และ ดร.นันทชัย ชูศิลป์ แห่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย ได้รับรางวัลเหรียญทองแดง และรางวัลสเปเชียล อวอร์ด จาก Korea Invention Ne ผลงานเรื่อง P-sync แผ่นฮอร์โมนควบคุมวงรอบการเป็นสัดในโค ของ ผศ.ดร.วิวัฒน์ พัฒนาวงศ์ คณะสัตวศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้รับรางวัล Gold Medal Of Agriculture, Horticulture, Gardening and Food Industry และผลงานเรื่อง ปลาหนังลูกผสมน้ำจืดสายพันธุ์ใหม่สำหรับไส้กรอกปลาโอเมก้า 3, 6 และ 9 ของ รศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เม่งอำพัน ผศ.ดร.ดวงพร อมรเลิศพิศาล แห่งมหาวิทยาลัยแม่โจ้ และนายรุ่งโรจน์ ไชยวุฒิ แห่งบริษัท วนัสนันท์ จำกัด ได้รับรางวัลเหรียญเงิน และรางวัลสเปเชียล อวอร์ด จากสมาคมนักประดิษฐ์เกาหลี (เคไอเอ)
    
                 2.งาน “The 63rd Brussels Eureka : The Belgian and International Trade Fair for Technological Innovation” (Brussels Innova 2014) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-15 พฤศจิกายน 2557 ณ กรุงบรัสเซลส์ ราชอาณาจักรเบลเยียม โดย รศ.ภญ.ดร.พรอนงค์ อร่ามวิทย์ แห่งคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้รับรางวัลเชิดชูระดับนานาชาติ ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ (ชั้นอัศวิน) ของสหภาพยุโรป และเครื่องราชอิสริยาภรณ์ (ชั้นอัศวิน) ของประเทศเบลเยียม ในฐานะนักวิจัยดีเด่น นำผลงานประดิษฐ์จำนวน 4 ผลงาน ได้รับรางวัลดังนี้ แผ่นปิดแผลที่ทำจากแผ่นไบโอเซลลูโลสซึ่งผลิตจากน้ำมะพร้าว ได้รับรางวัลเหรียญทองเกียรติยศ และรางวัล Prize of Didier Reynders, รางวัลจาก Belgian Vice-Prime Minister and Minister of Foreign and European Affairs จากรัฐมนตรีเบลเยียม สารละลายจากโปรตีนไหม ได้รับรางวัลเหรียญทอง (Prize of Brussels Innova 2014) และรางวัล Brussels Innova 2014 ถุงเท้าสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน ได้รับรางวัลเหรียญทอง และแผ่นปิดแผลรูปแบบ 3 มิติจากโปรตีนกาวไหม ได้รับรางวัลเหรียญทอง นอกจากนี้ ผลงานเรื่อง Anywhere Retreat จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ศูนยรังสิต) โดย ผศ.ดร.เขียนศักดิ์ แสงเกลี้ยง แห่งคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง ได้รับรางวัลเหรียญทองเกียรติยศ พร้อมรางวัลสเปเชียล อวอร์ด จาก TPIA (Taiwan Prominent Inventor Association) และรางวัลเหรียญเงินจาก Brussels Eureka 2014  
    
                 3.งาน “The 8th International Exhibition of Inventions, Kunshan, New Technologies and New Products” (IEIK 2014) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-22 พฤศจิกายน 2557 ณ มณฑลเจียงซู สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยสมาคมสิ่งประดิษฐ์มณฑลเจียงซู ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและองค์กรที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสนับสนุนการจัดงานโดย China Association of Invention (CAI) และ International Federation of Inventor’s Associations (IFIA) มีนักประดิษฐ์จากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษากว่า 30 ประเทศทั่วโลกเข้าร่วมประกวดผลงานประดิษฐ์มากกว่า 3,000 ผลงาน และเป็นที่น่ายินดีที่ผลงานของนักประดิษฐ์ไทย 16 ผลงาน จาก 8 องค์กร
    
                 ได้แก่ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ และโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้รับรางวัลเหรียญทอง 4 ผลงาน รางวัลเหรียญเงิน 5 ผลงาน และรางวัลประกาศนียบัตรชมเชย 2 ผลงาน รางวัลเหรียญทองแดง 5 ผลงาน และมีผลงานที่ได้รับรางวัลสเปเชียลไพรซ์จากประเทศต่างๆ ได้แก่ สาธารณรัฐโปแลนด์ 2 ผลงาน สาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน 2 ผลงาน ประเทศอิรัก 2 ผลงาน สาธารณรัฐเกาหลี 1 ผลงาน ประเทศซาอุดีอาระเบีย 1 ผลงาน และจากประเทศมาเลเซียร่วมกับพันธมิตร 9 องค์กร จาก 9 ประเทศ ได้แก่ อิหร่าน มาเลเซีย ฮังการี ไทย สโลวีเนีย รัสเซีย อินโดนีเซีย ซาอุดีอาระเบีย และญี่ปุ่น 7 ผลงาน
    
                 งานนี้เลขาธิการ วช.ยังได้รับเกียรติเข้าร่วมเป็น Guests on stage ในพิธีเปิดงาน ซึ่งเป็นผู้แทนจากต่างประเทศองค์กรเดียวที่ได้รับเชิญบนเวทีและได้เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการจัดงานและประกวดผลงาน นอกจากนี้ประเทศไทยยังได้เป็น 1 ใน 10 ประเทศที่ได้รับประกาศนียบัตรรางวัลการนำเสนอผลงานได้อย่างโดดเด่น “The Certificate is awarded in Recognition of Outstanding Performance” และได้รับเงินรางวัล 3,000 หยวน
    
                 4.งาน “Seoul International Invention Fair 2014” (SIIF 2014) วช.ได้นำผลงานของนักวิจัยและนักประดิษฐ์ไทยจำนวน 34 ผลงาน จาก 11 องค์กร ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ สวทช. สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) ร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เข้าร่วมประกวดและจัดแสดงนิทรรศการ ระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน-1 ธันวาคม 2557 ณ กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี มีประเทศต่างๆ เข้าร่วม 34 ประเทศ มีผลงานเข้าร่วมประกวดและจัดแสดงนิทรรศการกว่า 800 ผลงาน
    
                 และเป็นที่น่ายินดีที่ผลงานของนักประดิษฐ์ไทยได้รับรางวัลสเปเชียลไพรซ์บนเวที จำนวน 4 รางวัล ได้แก่ Semi-Grand Prize และ WIPO Special Prize จากสาธารณรัฐเกาหลี Sky Quest Global Impact Award จากประเทศอินเดีย และ Award of Excellence achievement จากประเทศมาเลเซีย รางวัลเหรียญทอง 12 ผลงาน รางวัลเหรียญเงิน 12 ผลงาน รางวัลเหรียญทองแดง 10 ผลงาน นอกจากนี้ยังได้รับรางวัล สเปเชียลไพรซ์จากประเทศต่างๆ อีก ได้แก่ ประเทศมาเลเซีย 3 ผลงาน ประเทศอิรัก 1 ผลงาน สาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน 1 ผลงาน สาธารณรัฐโปแลนด์ 2 ผลงาน ประเทศรัสเซีย  2 ผลงาน ฮ่องกง 2 ผลงาน ไต้หวัน 3 ผลงาน และประเทศอียิปต์ 2 ผลงาน
    
                 นอกจากนี้ ระหว่างวันที่ 19-21 ธันวาคม 2557 วช.ได้นำนักวิจัยและนักประดิษฐ์จาก 3 หน่วยงาน ผลงานประดิษฐ์จำนวน 14 ผลงาน เข้าร่วมแสดงนิทรรศการและประกวดผลงาน ในงาน 2014 Kaohsiung International Exhibition (KIE 2014) ซึ่งจัดขึ้น ณ เมืองเกาสง ประเทศไต้หวัน ดังนี้  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 4 ผลงาน ได้แก่ 1.กล้องจุลทรรศน์สมาร์ทโฟนเพื่อการยืนยันเอกลักษณ์ของอัญมณีและเครื่องประดับ

                 2.กล้องจุลทรรศน์สมาร์ทโฟนและอุปกรณ์เพื่อถ่ายภาพพาโนรามาของพื้นผิวกระสุนปืน 3.หมอนซับน้ำมันจากข้าวตอกเพื่อการทำอาหารสุขภาพลดน้ำมัน และ4.สมาร์ทโฟน-สมาร์ทคิด(ส์)-สมาร์ทวิทย์
    
                 สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จำนวน 6 ผลงาน ได้แก่ 1.เตียงผู้ป่วยโรคอัมพาต จากวิทยาลัยเทคนิคกำแพงเพชร 2.การสร้างและทดสอบประสิทธิภาพเครื่องคั่วเมล็ดกาแฟขนาด 1 กิโลกรัม ด้วยแก๊สแอลพีจี จากวิทยาลัยเทคนิคสี่พระยา 3.อุปกรณ์ช่วยถือสัมภาระในทางการยศาสตร์ จากวิทยาลัยเทคนิคลพบุรี 4.อุปกรณ์เก็บผลปาล์มร่วงและเมล็ดยางพารา จากวิทยาลัยเทคนิคสตูล 5.อุปกรณ์ช่วยแกะต้นเทียนปรับความร้อน จากวิทยาลัยสารพัดช่างอุบลราชธานี และ6.เครื่องบีบน้ำมันงาขนาดเล็ก จากวิทยาลัยเทคนิคนครนายก
    
                 สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) จำนวน 3 ผลงาน ได้แก่ 1.เครื่องหยอดเมล็ดพันธุ์ข้าวอัตโนมัติ 2.ชุดทดสอบสังกะสีในดินเพื่อเพิ่มผลผลิตข้าว 3.ชุดตรวจสอบไวรัสกล้วยไม้โพซี่คิท และบริษัท คลีน กรีนเทค จำกัด จำนวน 1 ผลงาน