ไลฟ์สไตล์

สนุกกับการทำความดีแบบ'คนเมืองสกล'

สนุกกับการทำความดีแบบ'คนเมืองสกล'

29 ธ.ค. 2557

สนุกกับการทำความดีแบบ'คนเมืองสกล' : คุยนอกกรอบ สินีพร มฤคพิทักษ์/เรื่อง พันศักดิ์ เต็งประเสริฐ/ภาพ

                เพราะเห็นว่า "คนดี" ไม่ค่อยได้รับการยกย่องเชิดชู ขณะที่คนทำไม่ดีกลับปรากฏเป็นข่าวอยู่เนืองๆ
    
                สิบสองปีก่อนผู้อาวุโสกลุ่มหนึ่งในจังหวัดสกลนคร จึงหารือกันว่า ควรจัดตั้ง “ชมรมส่งเสริมคนดีเมืองสกล” เพื่อเชิดชูคนดี ให้มีกำลังใจ ทำความดีต่อไป และเป็นตัวอย่างของอนุชนรุ่นหลัง โดยเพิ่งจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปีเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม ที่ผ่านมา ปัจจุบันมี รศ.(พิเศษ) ทพ.ดร.สุขสมัย สมพงษ์ เป็นประธานชมรม พ่วงด้วยตำแหน่งประธานชมรมกรีฑาผู้สูงอายุ จ.สกลนคร อาจารย์พิเศษ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (วิทยาเขตสกลนคร) และอดีตรองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด
    
                หนังสือ “ทำเนียบคนดีเมืองสกล” อธิบายว่า ชมรมเป็นองค์กรภาคประชาชน มีกำเนิดจากผู้อาวุโสเมืองสกลเห็นพ้องกันว่า สังคมไทยยุคนี้คนดีที่เป็นแบบอย่างของสังคมได้รับการยกย่องน้อย ส่วนการกระทำของคนไม่ดีกลับได้รับการเผยแพร่ในสื่อต่างๆ อยู่เนืองๆ จึงมีมติก่อตั้งชมรม เพื่อยกย่องส่งเสริมคนดีของจังหวัดให้เป็นที่ประจักษ์แก่ประชาชน และสังคม เป็นขวัญกำลังใจแก่คนทำความดี ส่งเสริมให้บุคคลอื่นนำไปเป็นแบบอย่าง
    
                “พอเปิดประชุมวิสามัญเพื่อเปิดเป็นชมรม และตามตัวผมก็เป็นเลขานุการชมรม เลยเปลี่ยนแนวคิดเขา เพราะตอนนั้นเราไม่ได้เป็นคนดีอะไร ก็มองตัวเองเป็นที่ตั้งและเตือนสติว่า สมาชิกที่เข้ามาไม่รู้ว่าจะดีไม่ดี”
    
                เกณฑ์ในการพิจารณาว่าเป็น “คนดีเมืองสกล” นั้น มีหลักการประกอบด้วย การครองตน ครองคน และครองงาน
    
                ครองตน-มีพฤติกรรมเหมาะสม, มีคุณธรรมจริยธรรมที่ดีงามตามหลักศาสนา, พึ่งตนเองมีความรับผิดชอบต่อตนเองและผู้อื่น, พัฒนาตนสม่ำเสมอ, เคารพกฎหมายและระเบียบของสังคม, ครองคน-มีจิตสาธารณะ, มีมนุษยสัมพันธ์, สามารถทำงานเป็นกลุ่ม จูงใจให้เกิดการยอมรับและร่วมมือ, มีความเป็นธรรม
    
                ครองงาน-มีผลงานเกิดจากความคิดริเริ่ม, ผลงานเป็นประโยชน์และเป็นที่ยอมรับ, ปฏิบัติงานได้ตามเป้าหมายด้วยความเรียบร้อย, รับผิดชอบต่อหน้าที่การงาน

                “เราไม่ได้พูดถึงเรื่องธรรมะ แต่มีส่วนหนึ่งที่ต้องพิจารณาด้วยคือสุขภาพ การครองตน-ต้องดูแลตัวเองด้วยไง”
    
                ภารกิจหลักของชมรมคือ ค้นหาคนดี ยกย่อง เชิดชูเกียรติ ซึ่งคณะกรรมการจะรวบรวมรายชื่อจากแหล่งข้อมูล องค์กรต่างๆ โดยรางวัลแบ่งเป็นสองประเภทคือ คนดีเชิงประจักษ์ และควรส่งเสริม
    
                คนดีเชิงประจักษ์ หมายถึง ผู้ที่สร้างความดีรวมทุกด้าน มีผลงานสะสมต่อเนื่อง เป็นที่ประจักษ์ เป็นเวลาเกินกว่า 5 ปี อายุ 50  ปีขึ้นไป
    
                คนดีควรส่งเสริม หมายถึง กระทำความดีเฉพาะเรื่องในเวลาใดเวลาหนึ่ง เช่น ความซื่อสัตย์ ความกตัญญู สร้างชื่อเสียงให้จังหวัด การพัฒนาตนเอง
    
                “เราไม่มีสตังค์ ก็ให้โล่ เข็ม และประกาศนียบัตร”
    
                ถามว่าฟีดแบ็กเป็นอย่างไร ประธานชมรมตอบว่า
    
                “ไม่มีอะไรนักหนาหรอก ไปได้เรื่อยๆ ปีหนึ่งมีผู้ได้รางวัลห้าถึงสิบคน แต่เรามีงานที่ข้างเคียงเข้ามา เป็นงานสนับสนุน และงานจร ชมรมได้รับการยอมรับมากขึ้น เมื่อได้รับคำขอให้ทำเรื่องการอนุรักษ์บ้านเก่า เมืองสกลบ้านไม้เยอะ...เราเชิดชูตระกูลคนที่สร้างบ้านแปงเมืองมา ดูว่ามีตระกูลใดบ้างและนัดหมายประชาคม ทบทวนสายตระกูลตัวเอง ต่อไปเราจะจัดโสเหล่ (หมายถึง ปรึกษาหารือกันในหมู่ประชาชน) ตามวัด เพื่อให้วัดกับบ้านมีความสัมพันธ์กันดังในอดีตที่กล่าวว่า "คนค้ำวัด วัดคุ้มคน" ห้าปีที่แล้ว วันตรุษจีนตรงกับวาเลนไทน์ จังหวัดจัดวันตรุษไทสกลขึ้น ขอว่าจะเปิดตัวในงานอนุรักษ์บ้านเก่า  และจัดนิทรรศการบ้านเก่าให้บ้านที่อยู่ใกล้ๆ บริเวณงาน จัดแสดงสิ่งของสำคัญในบ้าน ไม่ประสบความสำเร็จเท่าไร แต่เทศบาลขอให้จัดนิทรรศการตระกูล แต่ความสนใจยังน้อย เราคิดว่าจะทำยังไง ก็เปิดเวทีโสเหล่กันวันเสาร์...
    
                หลังจากนั้นเกิดกรณีจะออกโฉนดวัดดอนสวรรค์ (ร้าง) เนื่องจากทางราชการจังหวัดสกลนคร โดยสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดสกลนคร และสำนักงานที่ดินจังหวัด จะออกเอกสารสิทธิโฉนดที่ดินให้แก่วัดดอนสวรรค์ (ร้าง) ภาคประชาชนหลายกลุ่มองค์กรจึงรวมตัวกันคัดค้าน ชมรมยกเวทีโสเหล่กันวันเสาร์ให้มาคุยกันเรื่องนี้ เป็นเครือข่ายรักษาดอนสวรรค์เพื่อไทสกล เลขานุการชมรมไปเป็นประธานเครือข่ายรักษาดอนสวรรค์ การคัดค้านดำเนินการเป็นปี ในที่สุดเป็นผลและทำให้ภาคประชาชนรู้จักกันมากขึ้น จึงเชิญชวนมาร่วมงานชมรม งานตรุษไทสกลครั้งที่ 4 เน้นเรือนครัว ห้องครัว กลุ่มคนมากขึ้น

                ถัดจากนั้น อบจ.ก็ตั้งเป็นกรรมการดูแลพิพิธภัณฑ์ภูพาน แต่ยังไม่ได้ทำอะไร ตอนนี้โสเหล่กันเรื่องคุ้มวัด ทำได้ 5-6 แห่งในเขตเมืองเก่า
    
                “ต่อมายอดพระธาตุเชิงชุมหัก เกิดข้อวิพากษ์ต่างๆ ชมรมเสนอตัวเข้าไปประสานงานไกล่เกลี่ย ก็เลยได้งานในส่วนของการบูรณะต่อแกนพระธาตุ ซ่อมยอดฉัตร ปิดทอง ให้ชมรม ประสานงาน งบหนึ่งล้านสามแสนบาท ก็หาทุกวิถีทาง ในที่สุดก็สำเร็จลง...หลวงพ่อพระองค์แสงร้าว ทางวัดเห็นผลงานชมรม ก็เลยให้เราทำ
    
                แผนงานอื่นๆ คือ คิดจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ขนาดย่อมประจำถิ่นนั้นๆ อาทิ พิพิธภัณฑ์วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร อบรมมัคคุเทศก์พระธาตุเชิงชุม
    
                นอกจากเชิดชูคนดีแล้ว แผนงานสำคัญอีกเรื่องที่เพิ่มเข้ามาคือ 1.สร้างเด็กรุ่นใหม่ให้เป็นคนดี ประธานชมรมบอกว่า เราจะมัวแต่มอบรางวัลเป็นตัวอย่างไม่พอ
    
                “คอนเซ็ปต์นี้วางไว้ตั้งแต่เป็นรองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด คอนเซ็ปต์คือเด็กเมืองสกลมีความสุข สนุกกับการทำความดี โดยเริ่มตั้งแต่เด็กปฐมวัย...”
    
                2.ส่งเสริมผู้ใหญ่ทำตัวเป็นแบบอย่าง ใช้หลักพื้นฐานสี่ประการคือ ไม่ดื่มเหล้า/เครื่องดื่มชูกำลัง ไม่สูบบุหรี่สารเสพติด ไม่เล่นการพนัน ออกกำลังกายสม่ำเสมอ วันละ 30 นาที สัปดาห์ละ 3 ครั้ง เป้าหมายคือศีล 5 แต่เราไม่พูด ถ้าพูดคนปฏิเสธ เรื่องดื่มเหล้ายังเข้มอยู่ ห้ามดื่มทุกกรณี ไม่มีข้ออ้างเรื่องปริมาณหรืองานสังคม
    
                สำหรับภารกิจสนับสนุนที่ชมรมดำเนินการคือ การอนุรักษ์ดอนสวรรค์โดยเข้าร่วมโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, การเป็นตัวแทนคนไทยพื้นถิ่นในการจัดงานวันตรุษไทสกล เพื่อสร้างความสามัคคีระหว่างคนไทสกล, การอนุรักษ์บ้านไม้เก่าและจัดทำประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของคุ้มวัดต่างๆ ในเขตเมืองเก่า, การบูรณะยอดพระธาตุเชิงชุมและหลวงพ่อพระองค์แสน      
    
                “จะเห็นว่า ภารกิจของเราเยอะมาก (เน้นเสียง) มากกว่าราชการอีก...ทั้งหมดทำเพื่อยกระดับชมรมให้เป็นที่ยอมรับของสังคม จะได้มั่นคง ทำงานสะดวกขึ้น เมื่อทำงานสะดวก การทำกิจกรรมพวกนี้จะดีขึ้น จะเห็นว่า งานชมรมขณะนี้ทำตัวเป็นแบบอย่าง ซึ่งตรงกับงานสาธารณสุข เพราะพื้นฐานคือสุขภาพกาย และยกระดับความเป็นคนดี มีความยั่งยืนขึ้น”
    
                กล่าวโดยสรุป ภารกิจของ ชสส.มีดังนี้ ภารกิจหลัก-เชิดชูคนดี สร้างเด็กรุ่นใหม่เป็นคนดี ส่งเสริมผู้ใหญ่ทำตัวเป็นแบบอย่าง ภารกิจสนับสนุน-สร้างสรรค์สังคม อนุรักษ์พระธาตุ ส่วนภารกิจจรแล้วแต่กรณี
    
                ก่อนจบรายงานชิ้นนี้ อยากบอกว่า ยังมี “พื้นที่” สำหรับคนทำดีในสื่อต่างๆ เพียงแต่ว่าจะมีโอกาสได้พบเจอกันเมื่อใดเท่านั้น !

                ปลายเดือนธันวาคม ที่ผ่านมา สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้นำสื่อมวลชนศึกษาต้นแบบด้านการดูแลสุขภาพอย่างเป็นองค์รวม (กาย จิต สังคม และสิ่งแวดล้อม) รวมทั้งการที่ภาคประชาสังคมของพื้นที่ จ.สกลนคร มีส่วนร่วมในการจัดการกับปัญหาสุขภาพ ตั้งแต่ร่วมคิด รวมสร้าง และกำหนดวิธีการจัดการปัญหาสุขภาพในพื้นที่ ตัวอย่างเช่น การดูแลผู้ป่วยมะเร็งแบบประคับประคองที่วัดคำประมง และกิจกรรมของชมรมส่งเสริมคนดีเมืองสกล
    
                นพ.วีรวัฒน์ พันธ์ครุฑ รองเลขาธิการ สปสช.ให้สัมภาษณ์ภายหลังการดูงานว่า การที่ชุมชนเข้มแข็ง ความสัมพันธ์ผู้คนในสังคมดี ส่งผลต่อคุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่ของชาวบ้าน ที่สกลนครมีสภาพแวดล้อมมีต้นลำธาร วัด ชุมชนเข้มแข็ง ภาคประชาคมร่วมมือกัน ทั้งรัฐ ประชาชน ธุรกิจ สังคมแบบนี้เป็นสังคมอุดมคติ อยากให้บทเรียนของที่นี่เป็นการเรียนรู้สำหรับที่อื่นๆ และว่า
    
                จุดแข็งของจังหวัดสกลนครคือ 1.มีพระตำหนักภูพานฯ ทำให้มีป่าไม้ สิ่งแวดล้อมที่ดี 2.ชุมชนเดิม แม้จะมีความขัดแย้งเชิงชาติพันธุ์ แต่สามารถอยู่ด้วยกันได้ จุดแข็งคือ ผู้นำชุมชนระดับท้องถิ่นค่อนข้างสามัคคี สร้างภูมิต้านทาน ไม่อยากให้สังคมสกลเปลี่ยนไปในทางล่มสลาย อีกอย่างคือ เป็นเมืองพระ ทำให้คนเห็นความสำคัญของศาสนา จริยธรรม จิตใจ
    
                กรณีที่ว่า มีการนำแพทย์แผนไทยมาใช้รักษาดูแลคนไข้อย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่วยมะเร็งนั้น รองเลขาธิการ สปสช.ตอบว่า
    
                ด้านสังคม-ปัจจัยทางสังคมเอื้อต่อการมีสุขภาพที่ดี เช่น สังคมยังเคารพนับถือคนแก่ ให้ความสำคัญกับวัด ครอบครัว ด้านสุขภาพ-หน่วยงานของรัฐที่ไม่ว่าท้องถิ่น สาธารณสุข ภาคประชาชน ให้ความสำคัญกับความเป็นเจ้าของร่วมกัน ผู้บริหารหลายท่านมีจิตวิญญาณอยากพัฒนาเมืองสกล ไม่ว่าการบริการปฐมภูมิ แพทย์แผนไทย งานสร้างเสริมสุขภาพแนวใหม่ เช่น การดูแลผู้ป่วยติดเตียง การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย มีโรงพยาบาลแพทย์แผนไทย แพทย์ทางเลือก เป็นสิ่งที่โดดเด่นมาก อย่างโรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยสกลนคร หลวงปู่แฟ้บ สุภัทโท เป็นแห่งเดียวในประเทศไทยที่ทำเรื่องแพทย์พื้นบ้าน และแพทย์ทางเลือกได้อย่างเป็นระบบ เป็นนวัตกรรมใหม่ของวงการสุขภาพ