ไลฟ์สไตล์

กรมส่งเสริมฯสรุปความก้าวหน้าขับเคลื่อนนโยบายภาคเกษตรปี57

กรมส่งเสริมฯสรุปความก้าวหน้าขับเคลื่อนนโยบายภาคเกษตรปี57

29 ธ.ค. 2557

กรมส่งเสริมฯสรุปความก้าวหน้า ขับเคลื่อนนโยบายภาคเกษตรปี57 : ทีมข่าวเกษตรรายงาน

                 สรุปผลความก้าวหน้าการดำเนินงานของโครงการปรับโครงการภาคเกษตรแบบครบวงจร ตั้งแต่กระบวนการผลิตจนถึงการตลาด และกิจกรรมสำคัญตามที่ได้รับมอบหมายนโยบายจากรัฐบาลและคสช. มั่นใจสามารถช่วยเหลือและพัฒนาเกษตรกรให้มีอาชีพและรายได้ที่มั่นคงอย่างยั่งยืน

 
                 โอฬาร พิทักษ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยระหว่างนำทีมผู้บริหารแถลงข่าวรายงานความก้าวหน้าของโครงการและกิจกรรมสำคัญที่กรมส่งเสริมการเกษตรได้ดำเนินการตามที่ได้รับมอบหมายนโยบายจากรัฐบาลและ คสช.  โดยเฉพาะการช่วยเหลือเกษตรกรผู้มีรายได้น้อย (ข้าว) ได้มีแผนเร่งรัดให้การดำเนินงานแล้วเสร็จมาตั้งแต่วันที่ 25 ธันวาคม 2557 ที่ผ่านมาเช่นเดียวกับการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางตามโครงการชดเชยรายได้รายละ 1,000 บาท/ไร่ แต่ไม่เกิน15 ไร่
 
                 "ข้าวคงไม่มีปัญหา แต่กรณีชาวสวนยาง อันนี้หนักใจ บังเอิญพูด 1,000 บาทพร้อมกัน แต่เริ่มต้นต่างกัน ยางครม.อนุมัติหลักการ 21 ตุลาคม 57 แต่อนุมัติเกณฑ์ให้ดำเนินการ 4 พฤศจิกายน นั่นหมายถึงว่า 4 พฤศจิกายน เราเพิ่งเริ่มกระบวนการขึ้นทะเบียน รู้ว่ามีเวลาจำกัด แต่รับนโยบายมาก็จะดำเนินการช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ขณะนี้ได้มอบหมายสั่งการไปให้ทุกจังหวัดระดมเต็มที่ ขอเป็นของขวัญปีใหม่ให้แก่ชาวสวนยางเพื่อจะได้รับเงินได้ทันก่อนปีใหม่"
  
                 อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ระบุอีกว่า สำหรับโครงการสนับสนุนสินเชื่อรายย่อยเพื่อประกอบอาชีพเสริม ขณะนี้มีเกษตรกรสนใจเข้าร่วมสมัครในโครงการแล้ว 36 จังหวัด 9,489 ครัวเรือน วงเงินที่ขอสินเชื่อ ประมาณ 943.34 ล้านบาท โครงการตลาดเกษตรกร จากการประเมินเบื้องต้น มีรายได้จากการจำหน่ายผลผลิตของตลาดเกษตรกร ล่วงหน้าโดยเฉพาะ ผักปลอดสารพิษ เฉลี่ยจังหวัดละประมาณ 60,000-250,000 บาทต่อสัปดาห์
 
                 นอกจากนี้ ยังมีการปรับโครงการการผลิตภาคการเกษตร โครงการส่งเสริมการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ โครงการส่งเสริมการใช้ปุ๋ยเพื่อลดต้นทุนการผลิตปี 58 โครงการเทิดพระเกียรติในหลวง “การใช้น้ำอย่างรู้คุณค่าฯ” โครงการปลูกไม้ผลเฉลิมพระเกียรติ และการท่องเที่ยวเชิงเกษตร โดยกรมส่งเสริมการเกษตรได้เร่งรัดการดำเนินงานทุกโครงการ ทุกกิจกรรม ได้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้     

                 ไพรัช หวังดี รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรกล่าวถึงมาตรการปรับโครงสร้างการผลิตข้าว โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้จัดทำโครงการปรับโครงสร้างการผลิตข้าวเพื่อแก้ไขปัญหาในระยะยาว โดยให้ชาวนาที่ปลูกข้าวจำนวน 3.7 ล้านครัวเรือน ให้มีรายได้เพิ่มขึ้น มีความมั่นคงในอาชีพและสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนบนพื้นฐานหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง  
 
                 สำหรับการดำเนินงานโครงการปรับโครงสร้างการผลิตข้าว ใช้กลไกของชุมชนในการบริหารจัดการ และมีเจ้าหน้าที่ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการพื้นที่ สนับสนุนการวางแผนการผลิตในลักษณะแปลงใหญ่ การตลาดโดยเน้นให้สหกรณ์การเกษตรดำเนินการด้านการตลาดเป็นหลัก โดยภาครัฐจะให้การสนับสนุนเงินสด ปัจจัยการผลิตบางส่วนและสินเชื่อเพื่อปรับโครงสร้างพื้นฐานการผลิตโดยเฉพาะระบบน้ำ รวมทั้งการให้ความรู้แก่ชาวนา ทั้งนี้ ชาวนา ทุกครัวเรือนต้องมีความสมัครใจที่จะเข้าร่วมโครงการ และยังต้องปลูกข้าวไว้บริโภคในครัวเรือนอย่างเพียงพอ   

                 ขณะ สุรพงศ์ จารุพงศ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวถึงการดำเนินการโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เนื่องในปีมหามงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระชนมพรรษา 87 พรรษา จะมีการรณรงค์การใช้น้ำอย่างรู้คุณค่าปวงประชาถวายพ่อของแผ่นดิน โดยได้มีการคัดเลือกศูนย์เรียนรู้การเกษตรจำนวน 882 แห่งครอบคลุมทุกอำเภอทั้ง 882 อำเภอทั่วประเทศเพื่อฝึกอบรมเกษตรกรเกิดการตื่นตัวและมีวินัยในการใช้น้ำ รู้จักใช้น้ำให้คุ้มค่า
  
                 นอกจากนี้ มีโครงการปลูกไม้ผลยืนต้นจำนวน 6 ล้านต้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงมีพระชนมายุครบ 60 พรรษาในวันที่ 2 เมษายน 2558 โดยมีเป้าหมายเพื่อร่วมกันเฉลิมพระเกียรติและมีไม้ผลยืนต้นไว้บริโภคในครัวเรือนและสุดท้ายโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ที่กรมส่งเสริมฯ คัดเลือกสถานที่มีความพร้อมจำนวน 500 แห่งจากทั้งหมด 700 แห่งทั่วประเทศ ที่สามารถดำเนินการได้ทันทีในปีหน้า