
'รุ่นใหม่อยากทิ้งอะไรไปกับม้า...ฮี่ๆ'
'รุ่นใหม่อยากทิ้งอะไรไปกับม้า...ฮี่ๆ' : คอลัมน์ โซไซตี้
หนึ่งปีผ่านไปคงมีอะไรให้ทบทวนมากมายสำหรับคนคนหนึ่ง สิ่งดีงามไม่ลืมเก็บเกี่ยวไว้เพื่อเสริมแรงให้มีพลังขับเคลื่อนชีวิตในปีถัดไป ขณะที่อะไรไม่ชอบใจหรือเป็นเสมือนตัวถ่วงให้รู้สึกติดขัดจนชีวิตไม่ไหลลื่นก็อยากจะ "ตัด" ให้ฉับๆ ไม่เหลือเยื่อใย แล้วเริ่มต้นใหม่ด้วยพลังกายใจอันเต็มเปี่ยม ซึ่งรอบปีม้าของหนุ่มสาวคนรุ่นใหม่ไฟแรงพวกเขาอยากทิ้งอะไรไปบ้าง ลองตามไปส่องความรู้สึกนึกคิดกันดู...
เริ่มจากสาวสวยเจ้าของร้านเสื้อผ้าแฟชั่นแบรนด์ haatiya "ปอนด์" หฤทัย ไชยันต์ ณ อยุธยา ยอมรับว่า เป็นคนนิสัยค่อนข้างใจร้อน โดยเฉพาะเรื่องรถเคยขับเร็ว 140-160 กม./ชม.บนทางด่วน รู้ว่าอันตรายแต่เหมือนขับๆ ไปก็เพลิน จนเพื่อนที่นั่งข้างๆ หรือคนที่บ้านชอบพูดให้ระวัง หลายครั้งที่เกือบจะเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงแต่ก็ผ่านมาได้ เคยหนักสุดก็แค่ชนเสยกับฟุตบาท จึงอยากตัดนิสัยในร้อนนี้ทิ้งไปกับปีม้า ให้ตัวเองมีสติมากขึ้น เพราะเรื่องขับรถเร็วถ้าเกิดอุบัติเหตุไม่เฉพาะตัวเองที่เจ็บตัวคนอื่นก็อาจจะได้รับความเดือดร้อนไปด้วย
ด้านทายาทธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ค่ายเสนา ดีเวลลอปเม้นท์ "เชอรี่" อุมาพร ธัญลักษณ์ภาคย์ บอกว่าอยากทิ้งการทำงานตอนกลางคืนที่หักโหม ทำให้ตื่นเช้ามารู้สึกไม่สดชื่น เพราะที่ผ่านมาตอนกลางวันมักหมดไปกับการประชุม เคยโหมงานยาวสุดตั้งแต่ 8 โมงไปจนถึงเที่ยงคืนกว่า รู้สึกว่าไม่ดีต่อสุขภาพเลย อีกทั้งทำให้พลาดโอกาสในการกิจกรรมหลังเลิกงานที่ควรจะทำ จึงตั้งปณิธานกับตัวเองว่าปีหน้าฟ้าใหม่จะพยายามปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์การทำงานที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพกายใจ
"ทำงานเข้าเช้าเลิกดึกเป็นปกติมาหลายปี จริงอยู่ช่วงดึกๆ เป็นเวลาที่เงียบ และมีสมาธิทำงาน แต่รู้สึกเหมือนเป็นการบั่นทอนสุขภาพที่ตอนนี้อาจยังไม่เห็นเพราะอายุยังไม่มาก แต่คิดว่าเมื่อแก่ตัวลงระบบต่างๆ แย่แน่นอน ปีหน้าจะโล๊ะพฤติกรรมแบบนี้ ถ้าเป็นไปได้จะพยายามเข้างาน 8 โมงครึ่งเลิก 6 โมงเย็น จะได้มีเวลาไปออกกำลังกายแล้วเข้านอนสัก 5 ทุ่ม จะเป็นอะไรที่ดีต่อสุขภาพมากนะถ้าทำได้ อีกอย่างต้นปีหน้าจะแต่งงานด้วยก็ยิ่งอยากเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ ไม่ใช่เราคนเดียยวแล้วนะ ยังมีอีกคนที่จะมาช่วยแชร์ชีวิตส่วนตัว" ว่าที่เจ้าสาวปีแพะ กล่าว
สำหรับหนุ่มรักสุขภาพ "โจ้" ณัฐวุฒิ ตรีวิศวเวทย์ ทายาท ช.การช่าง ธุรกิจก่อสร้างหมื่นล้าน บอกว่า สิ่งแรกที่อยากทิ้งไปจากชีวิตนึกถึงเอกสารตั้งใหญ่ทั้งบนบนโต๊ะและรายรอบห้องทำงาน เพราะในรอบปีที่ผ่านมาบริษัทมีโครงการก่อสร้าง รวมถึงเอกสารเซ็นสัญญาต่างๆ จำนวนมาก บางชุดตรวจดูเรียบร้อยแต่ยังไม่ได้ทิ้ง บางชุดยังไม่ได้ทำอะไรเลยก็มาก จะใช้โอกาสสิ้นปีที่มีวันหยุดหลายวันจัดระเบียบให้ดีขึ้น
"เวลาจะโละทีก็ไม่ได้เอาไปทิ้งเป็นขยะนะคับ ช.การช่าง มีโครงการรีไซเคิลกระดาษ โดยร่วมกับองค์กรที่ทำงานรีไซเคิล ส่งต่อกระดาษเหล่านี้ให้เขานำไปรีไซเคิล ช่วยลดโลกร้อน แต่ถ้าเป็นเรื่องนิสัยส่วนตัว ก็อยากโฟกัสที่ต่อไปนี้จะใช้เวลาอยู่กับครอบครัวมากขึ้น เมื่อก่อนคุณแม่ทำงานท่านอาจไม่รู้สึกเบื่อ แต่ตอนนี้ไม่ทำงานแล้วก็อยากใช้เวลาอยู่กับลูกหลาน ผมเองก็ยุ่งๆ จนไม่ค่อยอยู่ดูแลคุณแม่ก็จะตัดนิสัยที่คิดว่ายุ่งจนไม่มีเวลาออกไป เพราะครอบครัวสำคัญมากๆ ต่อจากนี้จะพยายามอยู่ทานข้าวเย็นกับครอบครัวเพื่อพูดคุยกัน ที่สำคัญจะปิดทีวีและไม่เอามือถือขึ้นมาเล่นบนโต๊ะทานข้าว จะพยายามทำให้ได้" ผู้บริหารหนุ่มไฟแรง บอกพร้อมกับเผยว่าปีหน้าบริษัทมีโครงการอภิโปรเจ็คต์ที่ต้องลุยหลายโครงการคงต้องขยันและเหนื่อยขึ้น แต่ก็เป็นความสุขของคนทำธุรกิจ
ขณะที่ทายาทดีไซเนอร์รุ่นใหญ่แห่งห้องเสื้อ "พิจิตรา" อย่าง "ขนมจ้าง" ฑาทิม รักษะจิตร บอกด้วยน้ำเสียงเอียงอายว่า สิ่งที่อยากตัดไปจากชีวิตเพื่อไม่ให้ติดไปถึงปีใหม่คงเป็นนิสัยที่ค่อนข้างล่าช้า เพราะหลายอย่างที่ทำออกมารู้สึกว่าไม่ทันใจ อยากกระตือรือร้นกว่านี้ โดยเฉพาะเรื่องงานซึ่งจะเอาคุณแม่ (พิจิตรา บุณยรัตพันธุ์) เป็นต้นแบบ
"คุณแม่เป็นคนไฮเปอร์มากๆ ถึงได้เก่ง แล้วพอย้อนกลับมามองตัวงเองจะเห็นชัดเจนเลยว่าค่อนข้างช้า รู้สึกว่าอายุ 26 แล้วยังจับอะไรไม่ชิ้นเป็นอันเลย ตั้งใจว่าปีใหม่จะเป็นโอกาสของการเริ่มต้นตื่นเช้าๆ เป็นอันดับแรก เพราะปกติถ้าไม่มีงานเช้าก็จะตื่นสาย แต่คุณแม่ถึงจะมีหรือไม่มีงานท่านก็ตื่นเช้าตลอด มีอะไรให้หยิบจับไม่เสียเวลาเปล่า แล้วก็ทำได้มากกว่าตื่นสายด้วย นอกจากนี้ปีหน้านี้อยากเริ่มทำบริษัทส่วนตัวเล็กๆ เกี่ยวกับแอคเซสเซอรี่ แต่ก็ยังไม่อยากบอกอะไรมาก เพราะตอนนี้กำลังฟอร์มโครงการอยู่ หวังว่าปีแพะจะเป็นปีที่ดีสำหรับคนทำงานด้านแฟชั่นค่ะ" ทายาทแฟชั่นดีไซเนอร์ยุคบุกเบิก บอก
เช่นเดียวกับเจ้าของโครงการบ้านจัดสรรทำเลเขาใหญ่ "โบ๊ท" ณดล ชัยปาณี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดิสคัฟเวอรี่ ปาร์ค จำกัด บอกเลยว่า คงเป็นเรื่องเวลา อยากตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออกจากเวลาในการทำงานและใช้ชีวิต เพราะตลอดทั้งปีม้าปริมาณงานมากอาจจะบริหารไม่ค่อยดีเท่าที่ควร บางวันงานมากองก็เร่งรีบไปหมด ปีหน้าจะพยายามจัดสรรให้ดีขึ้น แต่หากถามถึงสิ่งของคงเป็นเรื่องรองเท้าฟุตบอล ชอบเล่นฟุตบอลมากเลยซื้อเก็บหลายสิบคู่ แต่ใช้จริงๆ ไม่เกิน 2 คู่โปรด ที่ไม่ค่อยได้ใช้กะว่าจะเอาไปบริจาคให้เด็กๆ ด้อยโอกาส น่าจะเป็นประโยชน์กว่า
สอดคล้องกับทัศนะของสาวมากความสามารถ ทั้งนักจัดรายการ ดีไซเนอร์ และแม่บ้านแม่เรือน "เบล" รินทร์รตา อินทามระ สารภาพหมดเปลือกว่า ปีที่ผ่านมารู้สึกอืดอาดไม่ขยันเท่าที่ควร อยากทิ้งความขี้เกียจ แล้วขยันให้มากขึ้น ขยันออกกำลังมากขึ้น จะไม่ผัดวันประกันพรุ่ง หุ่นจะได้ผิตแอนด์เฟิร์มอย่างที่หวัง
"ต้องบังคับตัวเองให้มีระเบียบวินัย อย่างเรื่องออกกำลังกายอยากทำให้ได้อาทิตย์ละ 3 ครั้ง ซึ่งทุกวันนี้ไม่อยากบอกว่าหาเวลาไม่ได้ ปีหน้าจะเอาจริงแล้ว หรืออย่างของใช้เครื่องสำอางซื้อมาเยอะมาก แล้วใช้ไม่ทันก็เสีย จะโล๊ะจากโต๊ะให้หมด ด้วยการถ้ายังใช้ได้ก็อาจจะแบ่งๆ เพื่อนใช้ แต่ถ้าเสียแล้วก็คงทิ้งขยะ ปีหน้าเรื่องงานคงเป็นธุรกิจที่มีโปรเจกท์ใหม่ๆ เพราะปีนี้นิ่งมาก จะติดต่อขายต่างประเทศเยอะขึ้น จะขยันคิดขยันทำให้มากขึ้น" สาวช่างเจรจา เผย
ดูเหมือนนิสัยไม่กระตือรือร้นจะเป็นอุปสรรคใหญ่ของคนทำงาน ไม่เว้น "มาร์ค" ธนพ เอี่ยมอมรพันธุ์ ทายาทธุรกิจค้าเพชรเพื่อการลงทุน “แฟรงค์จิวเวลรี่" และเป็นแฟมิลี่ แมน บอกว่า ในรอบปีที่ผ่านมาไม่ค่อยมีอะไรหวือหวา และไม่ค่อยมีอะไรผิดพลาดเพราะพยายามทำตัวให้ดีที่สุด แต่ก็อยากตัดนิสัยไม่ดีบางอย่างออกไปบ้าง อย่างความเกียจคร้าน ตื่นสาย ก็จะเริ่มตื่นเช้าขึ้น และเรื่องออกกำลังกายก็จะทำให้ได้ตามเป้าที่วางไว้
"เรื่องขี้เกียจนี่ตัวการทำให้เสียหายหลายอย่างเลยไม่ว่าจะเรื่องงานหรือเรื่องส่วนตัว ต้องตัดออกให้ได้ อย่างเรื่องส่วนตัวเห็นชัดเจนเลย ผมเคยผอมแล้วมาแต่งงาน มีครอบครัว มีลูก กินอย่างเดียวไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย น้ำหนักเพิ่มมา 20 กว่ากิโลกรัมจาก 67 เป็น 87 กิโลฯ รู้สึกอึดอัดตัวเอง แล้วอายุก็มากขึ้นเลยเริ่มออกกำลังกายมาได้กว่า 6 เดือนละ ตื่น 7 โมงเช้าส่งลูกไปโรงเรียนเสร็จก็ไปวิ่งวันละ 5 กิโลเมตร ตอนนี้ลดไป 10 โลแล้ว เป้าคือ 68 กำลังดี สุขภาพก็แข็งแรง ทำอะไรก็คล่องตัว พอสุขภาพดี อะไรๆ ก็ดีขึ้น" คุณพ่อยังหนุ่ม เล่าความมุ่งมั่นที่ต้องการไปให้ถึง
ผิดกับทายาทเจ้าแม่ขาอ่อน "อร" ชิชญาสุ์ กรรณสูต รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท จันทร์ 25 จำกัด หลานสาวคนเก่งของ "แดง" สุรางค์ เปรมปรีดิ์ ที่สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะแย้มหนักแน่นว่า ไม่อยากเปลี่ยนหรือทิ้งอะไรเพื่อรับปีใหม่ทั้งนั้น เพราะทุกอย่างที่ทำผ่านมาเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ เป็นปกติของคนทั่วไปที่มีดีมีร้าย ถ้าจะทำก็เพียงอยากทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตที่ผ่านมา 1 ปีว่าได้ทำอะไร เรื่องดี เรื่องร้าย ประสบความสำเร็จหรือล้มเหลว แล้วนำมาพัฒนาปรับปรุงให้ดีขึ้น โดยเฉพาะเรื่องงานที่กำลังเรียนรู้วงการนางงาม ซึ่งไม่อาจคาดหวังว่าจะดีเยี่ยม เพราะจะให้ถูกใจทุกคนคงเป็นเรื่องยาก
ทั้งหมดทั้งมวลเปรียบดั่งม้าที่แข่งที่ตัวไหนดีก็เก็บไว้สู้ศึกต่อ หากว่าตัวไหนป่วยหรืออ่อนแอก็คงตัดทิ้งไปจากฝูงเพื่อโอกาสในการก้าวไปข้างหน้า...
..................................
(หมายเหตุ



