
รถยนต์ไร้คนขับจากค่ายกูเกิล
รถยนต์ไร้คนขับจากค่ายกูเกิล : อินโนเทค โดยคนชอบเล่า
ณ วันนี้คงแทบไม่มีใครที่ไม่รู้จัก เครื่องบินไร้คนขับ หรือโดรน ซึ่งแม้ช่วงแรกของการพัฒนาโดยประเทศมหาอำนาจ มุ่งไปเพื่อการใช้ในการทำสงคราม หรือเพื่อความมั่นคง แต่ปัจจุบันได้กลับกลายเป็นเทคโนโลยีแห่งไลฟ์สไตล์ของหลายๆ คนไปแล้ว โดยเฉพาะผู้ชื่นชอบการถ่ายภาพ หรือผู้ที่ชื่นชมกับภาพถ่ายสวยๆ น่าตื่นตาตื่นใจ ในมุมทั้งสูงและกว้างมากๆ แต่จากนี้ไป เชื่อว่าอีกหนึ่งยานพาหนะไร้คนขับ ที่จะเข้ามามีบทบาทในชีวิตคน (ในอีกไม่นานเกินรอ) จะต้องเป็น รถยนต์ไร้คนขับ เพราะแม้แต่ยักษ์ใหญ่นอกวงการยานยนต์ยังพร้อมทุ่มเต็มที่ เพื่อกระโดดลงสนามแข่งด้วย
โดยหลังจากเกริ่นนำมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ในที่สุด “กูเกิล” ยักษ์ใหญ่วงการเสิร์ชเอนจิ้น ก็เผยโฉม “รถยนต์ไร้คนขับ” คันเป็นๆ ออกมาโลดแล่นบนท้องถนนแล้ว ก่อนหน้าคริสต์มาสอีฟ 1 วัน อย่างไรก็ตาม ถนนที่ว่านี้เป็นถนนส่วนตัว ที่ติดตั้งระบบไฟจราจร เพื่อพร้อมทดสอบการทำงานของระบบต่างๆ ของรถยนต์
รถยนต์ไร้คนขับที่ถูกผลิตออมาแล้วในรุ่นแรกนี้ เพื่อนำร่องกิจกรรม “ทดลองขับ” จริงๆ ในช่วงปีใหม่ บนท้องถนนตอนเหนือของแคลิฟอร์เนีย และสร้างความรู้จักก่อนที่กูเกิล จะเปิดตัวเชิงพาณิชย์อย่างเต็มตัวอีกครั้ง ตามกำหนดการในปี พ.ศ. 2663 ซึ่งในรุ่นแรกนี้ ก็มีการพัฒนาหลายส่วนที่เคยได้รับคำวิพากษ์เมื่อครั้งส่งตัวอย่างออกมาโชว์โฉมก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะ ไฟหน้ารถ ที่คราวนี้ทำงานได้จริง
รวมทั้งปรับปรุงอุปกรณ์และระบบสำคัญต่างๆ เช่น เบรก, เซ็นเซอร์ เพื่อให้ “ทุกคน” สามารถใช้รถยนต์ไร้คนขับ จากค่ายกูเกิล เพื่อการสัญจรบนท้องถนนได้จริง โดยไม่ต้องควบคุมพวงมาลัยหรืออุปกรณ์ต่างๆ เลย เพราะรถจะมีความชาญฉลาดที่รู้ว่า เจ้าของต้องการไปยังจุดหมายปลายทางที่ใด
รถรุ่นนี้เป็นรถ 2 ที่นั่ง ทำงานด้วยแบตเตอรี่ไฟฟ้า แล่นด้วยความเร็ว 25 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือ 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (แต่กูเกิลประกาศว่าต้องการพัฒนาความเร็วให้ถึง 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สำหรับรุ่นต่อๆ ไปที่จะผลิตออกมา) การทำงานทั้งหมดของรถยนต์กูเกิล จะถูกนำทางโดยซอฟต์แวร์แบบเบ็ดเสร็จ
และหากได้เห็นคลิปการทดลองขับรถรุ่นนี้ ที่ทางกูเกิลเป็นผู้ถ่ายทำโปรโมทออกมา ก็ไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมด้วยความกะทัดรัดของตัวรถ แต่ผู้โดยสารผู้ใหญ่ไซส์ฝรั่งเข้าไปนั่งถึง 2 คนก็ยังดูสะดวกสบาย ที่เป็นเช่นนี้ เพราะในตัวรถ “ไร้พวงมาลัย” ดังนั้นพื้นที่โดยสารด้านหน้าจึงกว้างขวางไปโดยปริยาย
สำหรับคู่แข่งรถยนต์ไฮเทครูปแบบนี้ของกูเกิล คงหนีไม่พ้นค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ต่างๆ ซึ่งคงไม่ยินยอมปล่อยให้น้องใหม่ในวงการเข้ามาแย่งชิงตลาดไปได้ง่ายๆ โดยเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ค่ายรถหรูอย่าง ออดี้ ก็ได้รับอนุญาตให้ทำการทดลองวิ่งรถยนต์ไฮเทคนี้ บนท้องถนนในแคลิฟอร์เนียได้แล้ว ขณะที่ บีเอ็มดับเบิลยู ก็กำลังขะมักเขม้นพัฒนารถยนต์ไฮเทคประเภทเดียวกันนี้ ที่สามารถจอดได้เองโดยใช้แอพพลิเคชั่นสมาร์ทวอทช์



