ไลฟ์สไตล์

รีวิว ซัมซุงแกแล็คซี่ อัลฟา

รีวิว ซัมซุงแกแล็คซี่ อัลฟา

28 ธ.ค. 2557

รีวิว ซัมซุงแกแล็คซี่ อัลฟา

               ชื่อและชั้นของสมาร์ทโฟนในตลาดบ้านเราและตลาดโลกจัดว่าอยู่ในระดับชั้นดี มีรุ่นต่างๆ ให้เลือกมากมาย และมีจุดเด่นที่หน่วยประมวลผลรวมทั้งลูกเล่นต่างๆ ที่ซัมซุงใส่เข้ามาในตัวเครื่องอย่างหลากหลาย (ตามแต่ระดับของรุ่น) แต่สิ่งหนึ่งที่ซัมซุงยังไม่ได้ทำอย่างจริงจังคือการออกแบบตัวเครื่องสมาร์ทโฟนที่เป็นโลหะ เพราะแม้สมาร์ทโฟนระดับเรือธงอย่าง แกแล็คซี่ โน้ต 4 ก็ยังมีโครงสร้างภายในเป็นโลหะ แต่ไม่ได้โชว์ชิ้นส่วนภายนอกเป็นโลหะเหมือนกับคู่แข่งค่ายแอปเปิล

               ราวกับว่าซัมซุงพยายามจะลบจุดอ่อนของตัวเอง จึงพัฒนาสมาร์ทโฟนที่มีโครงสร้างโลหะออกมาเป็นรุ่นแรก ในชื่อ แกแล็คซี่ อัลฟ่า (Galaxy Alpha) ที่ถ้ามองกลยุทธ์ของซัมซุงดีๆ ก็จะเห็นได้ว่าการใช้คำว่า อัลฟ่า หรือ ตัว a เป็นชื่อรุ่น แสดงว่าน่าจะมีรุ่น เบต้า หรือ ตัว b และรุ่นอื่นๆ ในซีรีส์นี้ตามมา แต่ถ้าไม่ได้รับการตอบรับจากลูกค้า แกแล็คซี่ อัลฟ่า ก็อาจจะกลายเป็นตำนานอีกบทหนึ่งของซัมซุงไปเท่านั้นเอง

               อย่างไรก็ตาม การเริ่มต้นนั้นไม่มีอะไรบอกได้ว่าผิดหรือถูก ทุกสิ่งขึ้นอยู่กับการตอบรับจากลูกค้าเท่านั้น

               ผมได้รับซัมซุง แกแล็คซี่ อัลฟ่า สมาร์ทโฟนรุ่นกลาง-สูง ของค่ายแดนโสมขาว มาทดลองใช้งาน สัมผัสแรกที่รับรู้ได้จากแกแลคซี่ อัลฟ่า คือ ความแน่นหนา มั่นคง ของตัวเครื่อง ที่ให้ความรู้สึกมั่นใจ และ เชื่อมั่นในการใช้งานมากกว่าสมาร์ทโฟนของซัมซุงในรุ่นอื่น จากสัมผัสของโลหะที่เป็นกรอบของตัวเครื่องที่มีการโชว์ออกมาอย่างชัดเจน แม้แต่รุ่นเรือธงของซัมซุงก็ไม่ให้ความรู้สึกเช่นนี้

               หน้าจอขนาด 4.7 นิ้ว ทำให้ตัวเครื่องไม่ใหญ่ไม่เล็กเกินไป จับถือได้เหมาะมือ การแสดงผลให้สีสันจัดจ้าน จากการใช้หน้าจอแสดงผลแบบ HD Super AMOLED ความละเอียด1280x720 จุด แต่โดยความรู้สึกแล้วผมไม่ค่อยปลื้มกับหน้าจอแบบนี้สักเท่าใด เพราะดูไม่ค่อยเป็นธรรมชาติ

               ขับเคลื่อนด้วย ซีพียู Octa Core (Quad 1.8GHz+Quad 1.3GHz) ตามสไตล์ของซีพียูสถาปัตยกรรม ARM แบบ 8 แกน ที่จะแบ่งส่วนแกนประมวลผลออกเป็น 2 ชุด ที่ความเร็วต่างกัน เมื่อมีโหลดการทำงานมากๆ ซีพียูทั้ง 8 แกนจึงจะทำงานพร้อมกัน โดยการออกแบบเช่นนี้ก็เพื่อการประหยัดพลังงาน ส่วนระบบปฏิบัติการใช้ แอนดรอยด์ คิทแคท 4.4.4 เช่นเดียวกับรุ่นใหญ่ และมีแอพพลิเคชั่นของซัมซุงมาให้ใช้งาน อีกมากมาย ขาดไม่ได้คือ แอพพลิเคชั่นด้านสุขภาพ ทั้งการวัดก้าวเดิน และการคำนวณแคลอรี่ แต่ที่ไม่เหมือนกับรุ่นใหญ่อย่าง แกแล็คซี่ โน้ต 4 คือ แกแล็คซี่ อัลฟ่า จะถูกตัดเซนเซอร์อินฟราเรดวัดอัตราการเต้นของหัวใจออกไป

               เช่นเดียวกับกล้องหน้า-หลังที่ถูกลดสเปกลงมาจากรุ่นใหญ่ เหลือความละเอียดกล้องหลัง 12 ล้านพิกเซล (แกแล็คซี่ โน้ต 4 อยู่ที่ 16 ล้านพิกเซล) ส่วนกล้องหน้า มีความละเอียดสูงถึง 2.1 ล้านพิกเซล ถือว่าใช้ได้ ซึ่งจากการใช้งานถ่ายภาพในสภาพแสงต่างๆ ก็พบว่า กล้องหน้า-หลังของสมาร์ทโฟนบอดี้โลหะตัวแรกของซัมซุงนั้นใช้งานได้ดีทีเดียว ทั้งยังมีฟังก์ชั่น Beauty Face, Dual Camera, HDR (High Dynamic Range), Panorama, Selective Focus, Shot & More, Virtual tour มาให้รังสรรค์ภาพถ่ายตามใจชอบ หรือจะดาวน์โหลดฟังก์ชั่นเพิ่มเติมก็ทำได้เช่นกัน การถ่ายวิดีโอทำได้แจ่ม ด้วยความสามารถถ่ายวิดีโอความละเอียดระดับ 4K ที่ 30 เฟรมต่อวินาที ทำให้ภาพไม่มีกระตุกและเป็นธรรมชาติ สีสันที่ได้ก็ดีในระดับน้องๆ ภาพถ่ายทีเดียว

               การใช้งานในส่วนของการโทรศัพท์ ทำได้ดีน่าพอใจ สัญญาณนิ่ง เสียงคมชัด การจับสัญญาณไว-ไฟ ก็นิ่งมากเช่นกัน ไม่มีปัญหาจากการที่ใช้บอดี้โลหะที่หลายคนเกรงว่าจะปิดกั้นหรือรบกวนสัญญาณไว-ไฟ

               แบตเตอรี่รุ่นนี้ให้มาขนาด 1,860 มิลลิแอมป์ ถอดเปลี่ยนได้ แถมยังมีโหมดประหยัดพลังงานให้เลือก 2 ระดับ คือ ระดับประหยัดมาก กับมากพิเศษที่เรียกว่า Ultra Power Saving Mode ที่จะตัดและลดการทำงานทุกอย่างของตัวเครื่อง เพื่อยืดระยะเวลาเปิดสแตนด์บายได้นานที่สุด จากการทดลองพบว่าแบตเตอรี่ที่เหลืออยู่ราว 30% จะมีอายุการสแตนด์บายและใช้งานได้นานถึง 2 วัน (ตามที่ตัวเครื่องบอก) แต่ต้องแลกกับการเปลี่ยนหน้าจอเป็นแบบโมโนโครม หรือการแสดงผลเพียงสีขาว-ดำ และลดความสว่างของจอจนเหลือทึมๆ

               ในความเห็นส่วนตัว ผมว่าแกแล็คซี่ อัลฟ่า เป็นเหมือนหนูทดลองรุ่นแรกของซัมซุง ที่ยังไม่ "ชัดเจน" ว่าจะวางตำแหน่งสมาร์ทโฟนบอดี้โลหะในตำแหน่งใดของตลาด ฟังก์ชั่นที่ให้มายังขาดๆ เกินๆ ไปบ้าง แต่ก็เหมาะกับผู้ใช้งานที่ชอบสมาร์ทโฟนที่ทนทาน ให้ความรู้สึกภูมิใจที่ได้จับถือ และเป็นเจ้าของ เพราะปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เจ้าซัมซุงแกแล็คซี่ อัลฟ่า นั้น "หล่อ" ดีจริงๆ